ระบบสาธารณสุขชายแดนไทย-พม่า กำลังประสบปัญหาอย่างหนักหลังจากที่รัฐบาลทรัมป์ตัดงบประมาณ ทำให้ขาดความช่วยเหลือผู้ลี้ภัยชายแดน ในแง่นี้ทางการญี่ปุ่นได้ประกาศจะให้งบช่วยเหลือราว 90 ล้านบาท เพื่อส่งเสริมระบบสาธารณสุข และหวังผลระยะยาวให้เกิดเสถียรภาพในภูมิภาค

แฟ้มภาพ: สสจ.ตาก
ทางการญี่ปุ่นประกาศว่าจะให้เงินช่วยเหลือด้านสาธารณสุข 453 ล้านเยน (ราว 90 ล้านบาท) สำหรับสถานพยาบาลตามศูนย์ผู้ลี้ภัยใน 3 ค่ายที่ชายแดนไทย-พม่า จังหวัดตาก หลังจากที่สถานพยาบาลในพื้นที่เผชิญกับ "ความกดดันมากขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากสถานการณ์ที่แย่ลงในพม่า" นับตั้งแต่การรัฐประหารครั้งล่าสุดในปี 2021 เป็นต้นมา
รัฐมนตรีกระทรวงต่างประเทศของญี่ปุ่นแถลงว่าเมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมาว่า "สถานพยาบาลในจังหวัดตากที่ให้การรองรับค่ายผู้ลี้ภัยนั้น มีจำนวนคนไข้นอกและคนไข้ในเพิ่มสูงขึ้นเกินจำนวนบุคลากร อีกทั้งระบบสาธารณสุขที่ให้ความช่วยเหลือแก่ชุมชนที่รองรับผู้พลัดถิ่นเหล่านี้ก็ยังคงประสบกับความขาดแคลนอย่างต่อเนื่อง"
ศูนย์อพยพทั้ง 3 แห่งของจังหวัดตาก ได้แก่ ศูนย์พักพิงชั่วคราวบ้านนุโพ อ.อุ้มผาง จ.ตาก, พื้นที่พักพิงชั่วคราวฯ บ้านแม่หละ อ.ท่าสองยาง จ.ตาก, พื้นที่พักพิงชั่วคราวฯ บ้านอุ้มเปี้ยม อ.พบพระ จ.ตาก
โอทากะ มาซาโตะ เอคอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย และ ดร.ไอลัน ลี ผู้แทนองค์การอนามัยโลก WHO ประจำประเทศไทย ได้เข้าร่วมพิธีการลงนามรับเงินทุนช่วยเหลือเมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา
WHO ระบุว่า จังหวัดตากกำลังมีความต้องการสถานพยาบาลเพิ่มมากขึ้นเนื่องจากการเคลื่อนย้ายถิ่นฐานข้ามพรมแดน เรื่องนี้สร้างปัญหากดดันให้กับบุคลากรการแพทย์ที่ทำงานในแนวหน้า
อีกทั้ง WHO ยังระบุด้วยว่า โครงการให้เงินสนับสนุนนี้จะส่งผลดีต่อชาวไทยอย่างน้อย 200,000 ราย
เรื่องที่เกี่ยวข้อง
กรณีรัฐบาลทรัมป์ตัดงบประมาณ USAID กระทบชายแดนไทย-พม่า
อีกปัจจัยหนึ่งที่ส่งผลต่อผู้ลี้ภัยชายแดนไทย-พม่า คือการที่รัฐบาลโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ สั่งตัดงบประมาณ USAID ตั้งแต่เมื่อเดือน มกราคม 2025 ทำให้เงินช่วยเหลือด้านอาหารและบริการสาธารณสุขของผู้ลี้ภัยชาวพม่าลดลงอย่างมากไปด้วย
การตัดงบ USAID ทำให้คณะกรรมการกู้ภัยนานาชาติ หรือ IRC จำเป็นต้องปิดให้บริการสถานพยาบาลเกือบทั้งหมด ทางด้านผู้บริจาครายอื่นๆ รวมถึงบางภาคส่วนขององค์การสหประชาชาติก็ได้ปรับลดงบประมาณในเรื่องนี้ลงด้วยแต่ไม่ถึงขั้นยุติการให้ความช่วยเหลือ
เดิมทีแล้ว สหรัฐฯ เป็นประเทศที่บริจาคให้กับการช่วยเหลือนานาชาติมากที่สุดในโลก โดยที่ในปีงบประมาณที่ 2023 มีการให้งบประมาณช่วยเหลือนานาชาติราวเกือบ 72,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ โดยในจำนวนนี้มีอยู่เกือบ 61% เป็นเงินที่มาจาก USAID ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นการให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม และนับเป็นหนึ่งใน "ซอฟต์พาวเวอร์" หรือ "อำนาจอ่อน" ของสหรัฐฯ ที่ช่วยสร้างภาพลักษณ์และความร่วมมือที่ดีกับประเทศอื่นๆ
การระงับกองทุน USAID เช่นนี้ส่งผลสะเทือนต่อการช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมที่จำเป็นต่อผู้คนจำนวนมาก อีกทั้งยังกลายเป็นการทำลายอำนาจอ่อนของตนเอง
เรื่องที่เกี่ยวข้อง
หวังพัฒนาด้านสุขอนามัย มุ่งผลดีต่อเสถียรภาพระดับภูมิภาค
หลังจากเกิดกรณีตัดงบประมาณ USAID เมื่อต้นปี 2025 ทาง นพ.วรวิทย์ ตันติวัฒนทรัพย์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลอุ้มผาง จังหวัดตาก ได้พูดถึงแผนรองรับสถานการณ์ที่โรงพยาบาลในศูนย์ผู้อพยพตามแนวชายแดนไทย-พม่าที่อยู่ในการดูแลของคณะกรรมการกู้ภัยระหว่างประเทศ ซึ่งประกอบด้วยหลายด้าน ทั้งด้านการจัดการน้ำดื่มน้ำใช้ การดูแลผู้ป้วยนอก วัคซีนในเด็ก คลินิคจิตเวช ยาต้านเอชไอวีและวัณโรค งานคลอด งานแพทย์ฉุกเฉิน และอื่นๆ
ในคำแถลงของกระทรวงการต่างประเทศญี่ปุ่นระบุว่า การให้งบประมาณช่วยเหลือในครั้งนี้นับเป็นให้เพื่อพัฒนาด้านระบบสุขาภิบาล พัฒนาส่งเสริมด้านระบบสุขภาวะและระบบการแพทย์ในชุมชนซึ่งมีการให้ที่พักพิงแพ่ชาวพม่าพลัดถิ่น เรื่องนี้เป็นเรื่องเร่งด่วนและมีความสำคัญไม่เพียงแค่เพื่อเป็นการพัฒนาส่งเสริมสภาพชีวิตความเป็นอยู่ของทั้งคนพลัดถิ่นและชาวไทยในชุมชนของพื้นที่นั้นเท่านั้น แต่ยังเป็นไปเพื่อการสร้างเสถียรภาพให้กับภูมิภาคโดยรวมด้วย
นอกจากนี้งบประมาณจากญี่ปุ่นยังจะให้การสนับสนุนการพัฒนาสถานพยาบาล ศูนย์ฝึกอบรม การจัดซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์ และการเตรียมรองรับบุคลากรทางการแพทย์ที่เพิ่มมากขึ้นด้วย
องค์การ The Border Consortium (TBC) ซึ่งเป็นองค์การที่ให้ความช่วยเหลือผู้หนีภัยการสู้รบจากพม่า ระบุว่า พื้นที่พักพิงชั่วคราวฯ บ้านแม่หละ จ.ตาก มีผู้ลี้ภัยอยู่มากกว่า 37,000 ราย ค่ายพักพิงบ้านอุ้มเปี้ยม มีอยู่ราว 10,600 ราย และ บ้านนุโพ มีอยู่เกือบ 9,000 ราย
จำนวนประชากรในค่ายผู้ลี้ภัยทั้งสามแห่งนี้คิดเป็น 60% ของผู้ลี้ภัยชาวพม่าทั้งหมดที่อาศัยอยู่ในค่ายพักพิงรวม 9 แห่ง ตามชายแดนไทย-พม่า ซึ่งเป็นค่ายพักพิงที่ตั้งขึ้นมาตั้งแต่ปี 1984 แล้ว ค่ายเหล่านี้มีรัฐบาลไทยเป็นผู้บริหารจัดการโดยอาศัยความช่วยเหลือจากองค์กรนานาชาติและกลุ่มภาคประชาสังคม
เมื่อเดือน กันยายน 2025 กระทรวงสาธารณสุขของไทยได้จัดสรรงบประมาณ 160 ล้านบาท เพื่อเสริมสร้างระบบบริการสาธารณสุขให้กับค่ายผู้ลี้ภัย ทำให้ได้รับคำชมจาก ดร.ลี ตัวแทน WHO ว่า "ไทยยังคงแสดงให้เห็นถึงความรับผิดชอบต่อพันธกิจอย่างแข็งขันและความเป็นผู้นำในการให้บริการสุขภาพอย่างเสมอภาคต่อประชากรผู้อพยพและผู้พลัดถิ่น(ตามชายแดน)"
เรียบเรียงจาก
Grant Assistance to the Kingdom of Thailand: Signing and Exchange of Notes Concerning Grant Aid “the Project for Strengthening Health Care Services for Displaced Persons from Myanmar in Tak Province", Ministry of Foreign Affairs of Japan, 17-02-2026
Japan pledges $2.9 million to healthcare for Myanmar refugees in Thailand, DVB, 21-02-2026
