Skip to main content
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์

จังหวัดอิบารากิซึ่งเป็นท้องถิ่นที่มีแรงงานข้ามชาติผิดกฎหมายมากที่สุดในญี่ปุ่น เตรียมเปิดระบบแจ้งเบาะแสแรงงานต่างชาติผิดกฎหมายพร้อมรางวัลเป็นตัวเงิน เปลี่ยน 'เพื่อนบ้าน' ให้เป็น 'สายข่าว'  ซึ่งในปี 2024 แรงงานชาวไทยถูกจับกุมในจังหวัดนี้มากที่สุด อย่างไรก็ตาม นักวิชาการด้านนโยบายการย้ายถิ่นและองค์กรด้านสิทธิมนุษยชนต่างออกมาแสดงความกังวลว่า การใช้สิ่งจูงใจทางการเงินเพื่อกระตุ้นให้เพื่อนบ้านรายงานกันเอง อาจเปิดช่องให้เกิดการเลือกปฏิบัติและการแจ้งข้อมูลอันเป็นเท็จในวงกว้าง


ภาพจาก: Pixta/Kayoko Hayashi (อ้างใน GaijinPot)

เมื่อช่วงเดือนกุมภาพันธ์ 2026 ผู้ว่าราชการจังหวัดอิบารากิ คาซูฮิโกะ โออิกาวะ ปรากฏตัวต่อหน้าสื่อมวลชนพร้อมประกาศนโยบายที่ทำให้ทั้งญี่ปุ่นหันมาจับตา นั่นคือระบบให้รางวัลแก่ผู้แจ้งเบาะแสแรงงานต่างชาติที่ทำงานโดยไม่มีวีซ่าถูกต้อง โดยจะเริ่มบังคับใช้ในปีงบประมาณ 2026 นี้

"เราต้องใช้มาตรการขั้นเด็ดขาดเพื่อแก้ปัญหานี้" โออิกาวะกล่าวในที่แถลงข่าว

จากรายงานของสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองญี่ปุ่น พบว่าในปี 2024 มีแรงงานต่างชาติที่ถูกระบุว่าทำงานผิดกฎหมายทั่วประเทศกว่า 14,000 คน และในจำนวนนั้น 3,452 คน หรือเกือบ 1 ใน 4 กำลังทำงานอยู่ในอิบารากิ ทำให้จังหวัดแห่งนี้ครองตำแหน่งอันดับ 1 ของประเทศเป็นปีที่ 3 ติดต่อกัน

นโยบายดังกล่าวถูกบรรจุไว้ในงบประมาณเริ่มต้นปีงบประมาณ 2026 ของจังหวัด โดยจัดสรรงบประมาณรวม 37 ล้านเยนสำหรับโครงการที่เรียกว่า "Proper Employment Promotion Project for Foreign Workers" ซึ่งครอบคลุมทั้งการเพิ่มความถี่การตรวจสถานประกอบการและการเปิดระบบรับแจ้งเบาะแสออนไลน์ ผู้ที่แจ้งเบาะแสและนำไปสู่การจับกุมโดยตำรวจจะได้รับเงินรางวัลประมาณ 10,000 เยน แม้ตัวเลขอย่างเป็นทางการยังไม่ได้ประกาศในขณะนี้

สิ่งที่ทำให้โครงการนี้โดดเด่นคือความเป็น "ครั้งแรก" ที่ท้องถิ่นระดับจังหวัดริเริ่มระบบเช่นนี้ด้วยตัวเอง เพราะที่ผ่านมา กลไกแบบเดียวกันนี้มีอยู่แล้วในระดับชาติ โดยมาตรา 66 ของกฎหมายควบคุมการเข้าเมืองของญี่ปุ่นเปิดช่องให้สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองจ่ายรางวัลสูงสุด 50,000 เยนแก่ผู้แจ้งเบาะแสมาตั้งแต่ปี 1951 แต่มีเงื่อนไขว่าผู้ถูกรายงานต้องได้รับคำสั่งเนรเทศก่อนถึงจะได้รับเงิน และที่น่าสังเกตคือ ระหว่างปี 2021 ถึง 2025 ไม่มีการจ่ายรางวัลจากระบบของรัฐบาลกลางแม้แต่ครั้งเดียว

อิบารากิจึงเดินหน้าสร้างระบบของตัวเองขึ้นมา โดยหวังว่าการกระจายอำนาจลงสู่ระดับท้องถิ่นจะทำให้กลไกนี้มีฟันและเขี้ยวเล็บมากขึ้นกว่าเดิม

จาก "แจ้งเบาะแส" สู่ "ล่าคนต่างชาติ"


ภาพจาก: imageteam/PIXTA(ピクスタ)

ทันทีที่ข่าวแพร่ออกไป เสียงวิพากษ์วิจารณ์ก็ดังขึ้นพร้อมกัน

เอริโกะ ซูซูกิ ศาสตราจารย์จากมหาวิทยาลัยโคคุชิกัน กรุงโตเกียว ผู้เชี่ยวชาญด้านนโยบายการย้ายถิ่น ตีความนโยบายนี้ตรงๆ ว่าเป็น "ลัทธิต่อต้านคนต่างชาติในรูปแบบทางการ" และชี้ให้เห็นถึงปัญหาเชิงโครงสร้างที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ นั่นคือประชาชนทั่วไปไม่มีทางรู้ได้เลยว่าแรงงานต่างชาติคนใดถือวีซ่าถูกต้องหรือไม่ ส่งผลให้คาดเดาได้ว่าจะเกิดรายงานเท็จจำนวนมาก และที่น่ากังวลยิ่งกว่านั้นคือขณะนี้ยังไม่มีการประกาศบทลงโทษใดๆ สำหรับการแจ้งข้อมูลเท็จ

จิโฮ โยชิมิซุ ผู้อำนวยการองค์กรไม่แสวงหากำไร Nichietsu Tomoiki Shienkai ในโตเกียว ซึ่งทำงานช่วยเหลือชาวเวียดนามในญี่ปุ่น ระบุว่าแรงงานต่างชาติจำนวนมากที่องค์กรของเขาดูแลอยู่นั้น สูญเสียที่พักอาศัยหลังถูกไล่ออกจากงานฝึกงานหรือหนีออกจากสภาพการทำงานที่เลวร้าย หลายคนอยู่เกินวีซ่าโดยไม่ได้ตั้งใจเพราะหาเงินค่าตั๋วเครื่องบินกลับบ้านไม่ได้ โยชิมิซุเตือนว่าระบบรางวัลนำจับจะยิ่งทำให้ชีวิตของคนกลุ่มนี้ย่ำแย่ลง และเปิดประตูให้เกิดการโต้แค้นจากความกลัวที่จะถูกรายงาน

ความกังวลนี้สะท้อนออกมาในโลกออนไลน์ญี่ปุ่นอย่างชัดเจน ผู้ใช้โซเชียลมีเดียหลายคนหยิบยกคำว่า "gaijin-gari" หรือ "ล่าคนต่างชาติ" ขึ้นมาถกเถียง บางคนเปรียบเทียบโครงการนี้กับปฏิบัติการของหน่วยงาน ICE ในสหรัฐอเมริกา ซึ่งในช่วงหลังกลายเป็นสัญลักษณ์ของการคุกคามและบรรยากาศแห่งความหวาดกลัวสำหรับชุมชนผู้อพยพ

บริบทการเมืองของญี่ปุ่นขณะนี้ยิ่งทำให้ความกังวลเหล่านี้ไม่ใช่เพียงความกลัวเกินจริง ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา กระแสต่อต้านชาวต่างชาติในญี่ปุ่นเริ่มดังขึ้นเรื่อยๆ ทั้งในพื้นที่โซเชียลมีเดียและในสนามเลือกตั้ง พรรคฝ่ายขวาอย่างซันเซโตะได้อาศัยวาทกรรมนี้ขยายฐานเสียงอย่างได้ผล และภายใต้นายกรัฐมนตรีคนปัจจุบัน ทิศทางของนโยบายก็ไม่ได้บ่งบอกว่าจะมีการพลิกกลับ

อย่างไรก็ตาม ทางการอิบารากิพยายามดับกองไฟด้วยการยืนยันว่าทุกเบาะแสที่ได้รับจะผ่านการตรวจสอบโดยเจ้าหน้าที่จังหวัดก่อน จากนั้นจึงค่อยส่งต่อให้ตำรวจหากจำเป็น และโออิกาวะย้ำว่าจังหวัดจะ "คำนึงถึงสิทธิมนุษยชนในทุกขั้นตอนของระบบ" แต่สำหรับผู้วิจารณ์ คำมั่นสัญญาเหล่านั้นยังขาดกลไกรูปธรรมที่จะพิสูจน์ได้

ภาคเกษตรกรรมกับแรงงานต่างชาติ ความสัมพันธ์ที่ซับซ้อนกว่าที่คิด


ภาพจาก: AGRI JOURNAL

ท่ามกลางเสียงถกเถียงทางการเมืองและสิทธิมนุษยชน มีเรื่องราวอีกชั้นหนึ่งที่ดำเนินอยู่ใต้ผิวดิน และมันคือปัญหาที่ซับซ้อนกว่านโยบายใดๆ จะแก้ได้ด้วยการจ่ายเงิน 10,000 เยน

อิบารากิเป็นจังหวัดเกษตรกรรมขนาดใหญ่อันดับสองของญี่ปุ่น และคาดการณ์ว่าแรงงานผิดกฎหมายมากถึง 70% กระจุกตัวอยู่ในภาคการเกษตร ชาวไร่ในพื้นที่จำนวนไม่น้อยพึ่งพาแรงงานต่างชาติเพื่อดำรงธุรกิจ เพราะหาคนท้องถิ่นที่ยินดีทำงานหนัก ตากแดด ตากลม ในฤดูเก็บเกี่ยวไม่ได้อีกต่อไปแล้ว

ปัญหาที่ซ่อนอยู่คือโครงสร้างของระบบแรงงานถูกกฎหมายเองที่ไม่สอดคล้องกับความต้องการจริง ฟาร์มต้องการคนในช่วงพีค แต่วีซ่าสำหรับงานเฉพาะประเภทมักล็อกเงื่อนไขแน่น บางกรณีนายจ้างนำเข้าแรงงานมาด้วยวีซ่าประเภทหนึ่ง แต่ให้ทำงานอีกประเภทที่ไม่ตรงกับเอกสาร ซึ่งในทางกฎหมายถือว่าผิด แม้ทั้งสองฝ่ายจะสมัครใจและไม่มีใครเสียหายก็ตาม

จากข้อมูลที่รวบรวมได้ ในช่วงปี 2020 ถึง 2024 ผู้ที่ถูกจับกุมในอิบารากิมากกว่า 80% เป็นผู้ถือวีซ่าระยะสั้นหรือผู้ฝึกงานสายอาชีพ ซึ่งหลายคนอยู่เกินกำหนดหรือออกจากสถานที่ทำงานที่ได้รับมอบหมาย โดยในปี 2024 แรงงานชาวไทยครองอันดับหนึ่ง ตามด้วยเวียดนามและอินโดนีเซีย

ชาวไร่บางรายในอิบารากิออกมาบอกตรงๆ ว่าระบบรางวัลนำจับนี้ทำให้พวกเขากังวล เพราะในชุมชนเกษตรขนาดเล็กที่ทุกคนรู้จักกัน การมีระบบแจ้งเบาะแสที่มีเงินเป็นแรงจูงใจอาจกลายเป็นเครื่องมือของการเอาคืนส่วนตัวมากกว่าการบังคับใช้กฎหมายอย่างเที่ยงธรรม บางรายตั้งคำถามว่าทำไมระบบนี้จึงมุ่งเป้าไปที่ตัวแรงงาน ทั้งที่นายจ้างซึ่งเป็นผู้จ้างงานผิดกฎหมายต่างหากที่ควรถูกจัดการอย่างจริงจัง

ในทางกฎหมาย นายจ้างที่จ้างแรงงานผิดกฎหมายมีความผิดฐาน "ส่งเสริมการทำงานผิดกฎหมาย" ซึ่งมีโทษจำคุกสูงสุด 3 ปีหรือปรับสูงสุด 3 ล้านเยน แต่ในทางปฏิบัติ โครงการใหม่ของอิบารากิไม่ได้นำเสนอบทลงโทษใหม่ใดๆ สำหรับนายจ้าง และไม่ได้มีมาตรการเสริมที่เจาะไปที่ฝั่งผู้จ้างงานโดยตรง


ที่มา:
Ibaraki Will Offer ¥10,000 for Reporting Undocumented Foreigners (GaijinPot, 26 February 2026)
Ibaraki Prefecture To Offer Cash Rewards for Reporting Illegal Foreign Workers (Tokyo Weekender, 25 February 2026)
Ibaraki Prefecture to Pay Residents a Bounty for Reporting Illegal Foreign Workers (Unseen Japan 24 February 2026)
Ibaraki to Launch Reward System for Reporting Illegal Employment of Foreign Nationals (Migrant Times, 22 February 2026)
 

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง