Skip to main content
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์
  • สืบเนื่องจากวันพรุ่งนี้ (22 ก.ค.) ที่ประชุมวุฒิสภาจะมีโหวตเห็นชอบผู้ดำรงตำแหน่งองค์กรอิสระ ประกอบด้วย 2 ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ และ 1 กกต. วันนี้ (21 ก.ค.) 'เทวฤทธิ์' สว.กลุ่มสื่อ ยื่นญัตติด่วน ให้ชะลอออกไปก่อนจนกว่าคดีฮั้วเลือก สว.จะถึงที่สุด หวั่นเป็นการขัดกันแห่งผลประโยชน์
  • 'นันทนา' ประสานเสียงเรียกร้องให้ สว.ชะลอ ยืนยันไม่ขัดมาตรา 157 หรือประพฤติมิชอบ เพราะคดีสิ้นสุดเมื่อไรสามารถกลับมาโหวตได้อีกครั้ง ส่วนผู้ดำรงตำแหน่งองค์กรอิสระเมื่อครบวาระ สามารถนั่งเก้าอี้รักษาการ จนกว่าจะสรรหาคนใหม่ได้
  • สำหรับผู้ถูกเสนอชื่อเป็นตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ 2 คน ที่จะมีการโหวตวันที่ 22 ก.ค.นี้ คือ ศาสตราจารย์ ร้อยตำรวจเอก สุธรรม เชื้อประกอบกิจ อาจารย์สาขาวิชารัฐประศาสนศาสตร์ สังกัดคณะสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์มหาวิทยาลัยมหิดล และสราวุธ ทรงศิวิไล อดีตอธิบดีกรมการขนส่งทางราง และอดีตอธิบดีกรมทางหลวง
  • ส่วนกรณีรายชื่อของ กกต. คือ ณรงค์ กลั่นวารินทร์ ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกา ที่ได้รับเลือกจากที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาเมื่อเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา โดยจะมาแทน ปกรณ์ มหรรณพ ที่จะพ้นจากตำแหน่ง
  • ล่าสุด เมื่อ 11.35 น. ของวันที่ 21 ก.ค. 2568 ในการประชุมวุฒิสภา เทวฤทธิ์ ระบุว่า หลังเขาเสนอญัตติด่วนให้ชะลอการรับรองตุลาการศาล รธน. และ กกต. 'สว.เอนก วีระพจนานันท์' เสนอญัตติให้ประชุมเป็นการลับ มีผู้รับรองไม่น้อยกว่า 1 ใน 4 ทำให้ขณะนี้ญัตติของเขากำลังถูกพิจารณาอยู่ในการประชุมลับ 
  • เมื่อเวลา 13.27 น. สว.มีมติไม่เห็นชอบ ชะลอกระบวนการเห็นชอบรายชื่อผู้ถูกเสนอดำรงตำแหน่งองค์กรอิสระ ด้วยคะแนน 130 ต่อ 7 และงดออกเสียง 13 คะแนน 

 

21 ก.ค. 2568 เว็บไซต์ Thaipost รายงานวานนี้ (20 ก.ค.) เทวฤทธิ์ มณีฉาย สมาชิกวุฒิสภา เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้ร่างญัตติด่วนที่จะเสนอต่อที่ประชุมวุฒิสภา เพื่อขอให้ที่ประชุมวุฒิสภาที่จะประชุมกันในวันอังคารที่ 22 ก.ค. 2568 ให้มีการชะลอการลงมติให้ความเห็นชอบหรือไม่ให้ความเห็นชอบ รายชื่อ 2 ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญกับ 1 คณะกรรมการการเลือกตั้ง ที่สมาชิกวุฒิสภา (สว.) จะโหวตกันในวันอังคารนี้ออกไปก่อน โดยคาดว่าจะเสนอญัตติต่อประธานวุฒิสภาในวันจันทร์นี้ 21 ก.ค.นี้ แต่หากเสนอไม่ทันหรือเสนอแล้วประธานวุฒิสภาไม่บรรจุเข้าสู่ระเบียบวาระการประชุม ก็จะเสนอเป็นญัตติด้วยวาจาต่อที่ประชุมวุฒิสภาในวันที่ 22 ก.ค. 2568 ต่อไป

แฟ้มภาพ : เทวฤทธิ์ มณีฉาย (ที่มา: กลุ่มงานสื่อมวลชน สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา)

เทวฤทธิ์ กล่าวว่า สาเหตุที่ขอให้ สว.เลื่อนการโหวตเห็นชอบตุลาการศาล รธน. กับ กกต.ออกไป ก็เพื่อให้เกิดความชัดเจนในเรื่องการสอบสวนการเลือก สว.ที่ กกต.กำลังดำเนินการให้เสร็จสิ้นก่อน รวมถึงคำร้องที่มี สว.ยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญจึงทำให้ สว.อยู่ในสถานะทั้งการเป็นผู้ร้องในชั้นศาลรัฐธรรมนูญ (คดีร้องถอดถอนภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกฯ และ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม โดยร้องว่าเข้าไปแทรกแซงการสอบสวนการเลือก สว.ของกรมสอบสวนคดีพิเศษ) และยังตกเป็นผู้ถูกร้อง (การสอบสวนการเลือก สว.ของ กกต.) ดังนั้น เพื่อป้องกันหลักขัดกันแห่งผลประโยชน์ ทางวุฒิสภาจึงควรเลื่อนการโหวตตุลาการศาล รธน. และ กกต.ออกไปก่อน เพราะถ้า สว.โหวตในวันอังคารนี้ก็คือการโหวตบุคคลเข้าไปอยู่ในศาล รธน.และ กกต.ที่ สว.ส่วนใหญ่ตกเป็นคู่กรณีอยู่ เพราะการเห็นชอบคนเข้าไปเพิ่มหรือไม่เห็นชอบก็ตาม ย่อมมีผลต่อนัยยะการวินิจฉัยของศาล รธน. และ กกต.ไม่น้อย

"ในเมื่อ สว.ส่วนใหญ่ลงชื่อในคำร้องยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญว่า รองนายกฯ กับ รมว.ยุติธรรม โดยบอกว่าเพราะมีความกังวลว่าเข้าไปแทรกแซงการสอบสวนของดีเอสไอ ทาง สว.ก็ต้องแฟร์ด้วยในการที่จะโหวตคนเข้าไปเป็นตุลาการศาล รธน.และ กกต. เพราะอย่างที่ กกต.สอบสวนการเลือก สว.อยู่ มันไม่ใช่แค่ไม่กี่คน แต่ตามข่าวมี สว.เกี่ยวข้องถึง 138 คน หาก สว.มีการโหวตในวันอังคารนี้ มันไม่ได้มีผลแค่ความน่าเชื่อถือของ สว. แต่จะมีผลต่อความน่าเชื่อถือต่อองค์กรอิสระและศาลรัฐธรรมนูญในระยะยาวด้วย อย่างน้อยช่วงนี้ สว.จึงยังไม่ควรโหวตทั้งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ กกต. รวมถึง ป.ป.ช.ที่ก็มี สว.ไปยื่นเรื่องเอาผิด พ.ต.อ.ทวี กับอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ โดยควรรอให้เรื่องจบก่อน เพื่อไม่ให้เกิดการขัดกันแห่งผลประโยชน์ และเพื่อสร้างความโปร่งใส สว.จึงควรชะลอการโหวตตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ และ ป.ป.ช.วันอังคารนี้ออกไปก่อน อย่างน้อยเพื่อชะลอความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น หากว่า สว.138 โดนดำเนินคดีในอนาคต เพราะหากไม่เลื่อนออกไป แล้วมีการโหวต ก็จะทำให้คนที่เข้าไปในองค์กรอิสระ และศาลรัฐธรรมนูญ ก็อาจจะถูกตั้งคำถามจากคนในสังคม" เทวฤทธิ์ กล่าว

ทั้งนี้ การยื่นญัตติขอให้วุฒิสภาชะลอกระบวนการสรรหาผู้ดำรงตำแหน่งองค์กรอิสระของเทวฤทธิ์ ครั้งนี้เป็นรอบที่ 2 เพราะก่อนหน้านี้ เทวฤทธิ์เคยเสนอญัตติในที่ประชุม สว.ให้ชะลอกระบวนการสรรหา ตุลาการศาล รธน. และ กกต.มาแล้วรอบหนึ่งเมื่อ 30 พ.ค. 2568 ท่ามกลางกระแสการสอบสวนคดีเรื่องฮั้ว สว. แต่ถูกวุฒิสภาปัดตกไปด้วยคะแนน 125 ต่อ 37 เสียง และ งดออกเสียง 12 เสียง

ยืนยันไม่ขัดมาตรา 157

วันนี้ (21 ก.ค.) สว.นันทนา นันทวโรภาส ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน เช่นเดียวกับ สว.เทวฤทธิ์ แสดงความเห็นห่วงกรณีที่ที่ประชุมวุฒิสภาจะมีวาระการโหวตแต่งตั้งผู้ที่จะเข้ามาดำรงตำแหน่งองค์กรอิสระในวันพรุ่งนี้ (22 ก.ค.) เนื่องจากจะเป็นการขัดกันแห่งผลประโยชน์ เพราะตอนนี้ สว. จำนวน 138 คนกำลังถูกสอบสวนจากกรณี พ.ร.ป.การได้มาซึ่ง สว. และคดีอั้งยี่-ฟอกเงิน เสนอรอให้คดีเสร็จสิ้นก่อน ค่อยมาโหวตแต่งตั้ง

แฟ้มภาพ : นันทนา นันทวโรภาส (ที่มา: กลุ่มงานสื่อมวลชน สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา)

"อันนี้ขอฟ้องประชาชนว่าเป็นสิ่งที่ไม่สมควรที่จะทำแล้ว คดีงวดเข้ามาแล้ว ใกล้เข้ามาแล้ว และกำลังจะลงมติในวันพรุ่งนี้ (22 ก.ค.) ก็คือตำแหน่ง กกต. และตำแหน่งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ 2 ท่าน ถ้าเผื่อว่ามีการเห็นชอบให้บุคคลเหล่านี้เข้าไปดำรงตำแหน่งนี้มันจะเป็นการขัดกันแห่งผลประโยชน์โดยชัดเจน เพราะว่า กกต.มีอำนาจที่จะส่งฟ้องศาลอาญา และศาลรัฐธรรมนูญก็มีอำนาจในการที่จะไต่สวน และวินิจฉัยในเรื่องของการได้มาซึ่ง สว.มิชอบ

"สว.เสียงข้างมาก ก็ได้ทำหน้าที่ยื่นร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ ร้องต่อ กกต.ในฐานะผู้ร้อง ในขณะเดียวกัน ก็เป็นผู้ถูกกล่าวหา เป็นผู้ร้อง แต่มีอำนาจในการที่จะส่งคนเข้าไปในองค์กรอิสระ ส่งคนเข้าไปใน กกต. ส่งคนเข้าไปในศาลรัฐธรรมนูญ สิ่งนี้เป็นสิ่งที่ไม่ควรทำ โดยจริยธรรม โดยจิตสำนึกควรจะชะลอการลงมติไปก่อน รอให้คดีของท่านทั้งหลายนั้นเป็นที่ยุติแล้ว ว่าท่านบริสุทธิ์ ค่อยกลับมาลงมติกัน อันนั้นก็ยังไม่สายเกินไป แต่การกระทำอันนี้เร่งรีบให้มีการบรรจุไป ประชาชนก็คงมองเห็นว่า ตรงนี้ทำไปเพื่อประโยชน์ของประเทศชาติ หรือจริงแล้ว เป็นประโยชน์แฝงเร้น ให้กับตนเอง และพรรคพวกของตัวเอง เพราะว่าผู้ที่ถูกกล่าวหาในอนุฯ ชุดที่ 26 ที่ส่งไปยัง กกต.มี สว.ที่ถูกกล่าวหา 138 คน เท่ากับ 3 ใน 4 ของสภาฯ แล้ว แต่ท่านก็ยังดึงดันจะลงมติ เลือกคนที่จะเข้าไปพิจารณาคดีของท่าน ตัดสินคดีของท่าน สิ่งเหล่านี้มันเหมาะสมหรือไม่ มันสมควรหรือไม่ ประชาชนก็คงไม่อยากจะเห็นความบิดเบี้ยวของกระบวนการยุติธรรมที่เกิดขึ้นมาจากการลงมติของ สว.เสียงข้างมาก ที่ดันทุรังจะใส่คนให้เข้าไปในองค์กรอิสระ ให้เข้าไปพิจารณาคดีของตัวเอง นี่คือการขัดกันแห่งผลประโยชน์อย่างชัดเจน" นันทนา กล่าว

นอกจากนี้ นันทนา ได้ตอบคำถามของสื่อด้วยว่า การชะลอการแต่งตั้งของ สว. ไม่เข้าข่ายมาตรา 157 หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ เพราะว่าหากคดีสิ้นสุดและ สว. 138 คนบริสุทธิ์ก็ยังสามารถกลับมาลงมติได้อยู่ อีกทั้ง กรณีที่ผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระครบวาระ และยังไม่มีการสรรหาคนมาดำรงตำแหน่งแทน เขาสามารถทำหน้าที่รักษาการต่อไปได้ จนกว่าจะได้คนใหม่ ซึ่งท่านก็สามารถรอให้คดีสิ้นสุด แล้วค่อยมาลงมติ สว.ก็จะไม่เป็นที่สงสัย หรือคลางแคลงใจของประชาชนใดๆ ทั้งสิ้น

นันทนา ระบุด้วยว่ามีนักกฎหมายหลายท่านได้พูดแล้วว่าการที่ สว.จะชะลอการโหวตเห็นชอบบุคลากรในองค์กรอิสระออกไปนั้นเป็นเรื่องที่ชอบ และเรียกร้องให้ สว.เสียงส่วนใหญ่ชะลอการโหวตเห็นชอบผู้ที่จะมาดำรงตำแหน่ง ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ และ กกต. ออกไปก่อน

"ถ้าท่านตัดสินใจชะลอออกไปก่อน ประชาชนจะแซ่ซ้องสรรเสริญท่าน ท่านได้ทำเพื่อประเทศชาติ แต่ถ้าท่านยังดึงดันจะใส่คนเข้าไปในองค์กรอิสระ หมายความว่าท่านไม่เห็นหัวของประชาชน ท่านยังดึงดันที่จะทำเพื่อประโยชน์ของท่าน และกลุ่มของท่าน" นันทนา กล่าว

สำหรับผู้ถูกเสนอชื่อเป็นตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ 2 คน ที่จะมีการโหวตวันที่ 22 ก.ค.นี้ คือศาสตราจารย์ ร้อยตำรวจเอก สุธรรม เชื้อประกอบกิจ อาจารย์สาขาวิชารัฐประศาสนศาสตร์ สังกัดคณะสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์มหาวิทยาลัยมหิดล และสราวุธ ทรงศิวิไล อดีตอธิบดีกรมการขนส่งทางราง และอดีตอธิบดีกรมทางหลวง

ส่วนกรณีรายชื่อของ กกต. คือ ณรงค์ กลั่นวารินทร์ ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกา ที่ได้รับเลือกจากที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาเมื่อเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา โดยจะมาแทน ปกรณ์ มหรรณพ ที่จะพ้นจากตำแหน่ง 

มีมติถกลับ 

เพจเฟซบุ๊ก เทวฤทธิ์ มณีฉาย โพสต์ข้อความวันนี้ (21 ก.ค.) เมื่อเวลา 11.35 น. เทวฤทธิ์ได้เสนอญญัตติด้วยวาจาชะลอการพิจารณาเรื่องด่วนตามระเบียบวาระการประชุมวุฒิสภา ครั้งที่ 6 (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง) วันอังคารที่ 22 ก.ค. 2568 เรื่องด่วนที่ 1 ให้ความเห็นชอบบุคคลผู้ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ และวาระเรื่องด่วนที่ 2 ให้ความเห็นชอบบุคคลผู้ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งกรรมการการเลือกตั้ง จนกว่ามีคำตัดสินในคดีที่สมาชิกวุฒิสภาจำนวนมากตกเป็นผู้ถูกร้องและผู้ร้องขณะนี้

ต่อมา เอนก วีระพจนานันท์ สมาชิกวุฒิสภา เสนอญัตติให้ประชุมเป็นการลับ มีผู้รับรองไม่น้อยกว่า 1 ใน 4 ทำให้ขณะนี้ญัตติของกำลังถูกพิจารณาอยู่ในการประชุมลับ

สว. มีมติ ไม่ชะลอกระบวนการตั้งองค์กรอิสระ

วันนี้ (21 ก.ค.) เวลา 13.23 น. เว็บไซต์ “TP Channel” ถ่ายทอดสดออนไลน์ ปรากฏภาพการประชุมวุฒิสภากลับมาอีกครั้ง หลังก่อนหน้านี้มีการประชุมลับในญัตติด้วยวาจาของเทวฤทธิ์ มณีฉาย สว.กลุ่มสื่อ ที่เสนอให้วุฒิสภาชะลอการเห็นชอบผู้ดำรงตำแหน่งองค์กรอิสระ ประกอบด้วย 2 ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ และ 1 กกต. ออกไปก่อน เนื่องจากมีข้อกังวลเรื่องการขัดกันแห่งผลประโยชน์ เพราะว่าตอนนี้ 138 สว.กำลังถูก กกต.และกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ไต่สวนเรื่องกรณีการฮั้ว สว.อยู่

อย่างไรก็ตาม หลังจากการเสร็จสิ้นการประชุมลับ ประธานที่ประชุมได้เปิดให้วุฒิสภาลงคะแนนเสียงในญัตติดังกล่าว โดยผลปรากกฏว่าที่ประชุมวุฒิสภามีมติ ‘ไม่เห็นชอบ' 'ให้มีการชะลอกระบวนการเลือกและให้ความเห็นชอบบุคคลผู้ได้รับการเสนอชื่อดำรงตำแหน่งองค์กรอิสระ’ ด้วยคะแนนเสียง 7 ต่อ 130 และงดลงคะแนน 13 เสียง จากผู้ลงคะแนน 150 คน

ผลจากการลงคะแนนวันนี้หมายความว่า กระบวนการเห็นชอบผู้ดำรงตำแหน่งองค์กรอิสระ ได้แก่ 2 ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ และ 1 กกต. ของวุฒิสภาในวันพรุ่งนี้ (22 ก.ค.) ยังคงดำเนินการต่อตามปกติ

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง