Skip to main content
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์

ในการเลือกตั้งวุฒิสภาของญี่ปุ่นเมื่อวันที่ 20 ก.ค.2568 พรรคเสรีประชาธิปไตย (LDP) ของนายกรัฐมนตรีชิเกรุ อิชิบะ และพรรคร่วมรัฐบาลไม่สามารถครองเสียงข้างมากได้ ขณะที่พรรคฝ่ายค้านแนวประชานิยม พรรคประชาธิปไตยเพื่อประชาชน  (Democratic Party for the People) และพรรคซันเซโตะได้ที่นั่งเพิ่มขึ้นอาจทำให้เกิดการชะงักงันทางการเมืองในสภา ผลการเลือกตั้งอาจเป็นจุดเปลี่ยนภูมิทัศน์ทางการเมืองของญี่ปุ่น

วุฒิสภาของญี่ปุ่นมีที่นั่งรวม 248 ที่นั่ง โดยครึ่งหนึ่งเป็นการเลือกตั้งใหม่ทุก ๆ 3 ปี โดยปีนี้มีการชิงชัย 125 ที่นั่ง พรรคแอลดีพีได้ 39 ที่นั่ง รวมกับพรรคร่วมรัฐบาล โคเม 8 ที่นั่ง ได้ 47 ที่นั่ง เมื่อรวมกับที่นั่งเดิมที่มีอยู่ 75 ที่นั่ง ได้ 122 ที่นั่ง ไม่ถึง 125 ที่นั่งที่จะครองเสียงข้างมากในสภาได้ ขณะที่พรรคฝ่ายค้านหลัก พรรคประชาธิปไตยรัฐธรรมนูญแห่งญี่ปุ่น (CDP) ซึ่งหาเสียงในโค้งสุดท้ายในประเด็นชุมชนต่างชาติและราคาสินค้าที่พุ่งสูงขึ้นได้ 22 ที่นั่ง  พรรคประชาธิปไตยเพื่อประชาชน” (Democratic Party for the People) ได้ 17 ที่นั่ง ซึ่งเลขาธิการพรรค คาซูยะ ชิมบะให้สัมภาษณ์ว่า พรรคจะไม่เข้าร่วมรัฐบาล ส่วนพรรคซันเซโตะ ซึ่งเป็นพรรคเอียงขวาสามารถคว้าได้ถึง 14 ที่นั่ง โดยที่ตอนนี้มีสส.อยู่ 3 คน

นายกรัฐมนตรีชิเกรุ อิชิบะ

ครั้งสุดท้ายที่พรรคแอลดีพีเสียที่นั่งข้างมากในวุฒิสภาคือเมื่อปี 2007 ตอนที่ชินโสะ อาเบะ เป็นนายกรัฐมนตรี ซึ่งเขาลาออกทันที

ด้วยโครงสร้างของการเลือกตั้งวุฒิสภาญี่ปุ่นออกแบบมาเพื่อเอื้อต่อพรรคขนาดเล็ก ผู้เชี่ยวชาญตั้งข้อสังเกตว่า การเติบโตของพรรคซันเซโตะและพรรคดีพีพี ชี้ให้เห็นถึงการต่อต้านพรรคแอลดีพีของผู้มีสิทธิเลือกตั้ง การเลือกตั้งครั้งนี้มีผู้ไปลงคะแนนมากเป็นประวัติการณ์คิดเป็นสัดส่วน 58% ของผู้มีสิทธิเลือกตั้งทั้งหมด เพิ่มขึ้น 5%  จากปี 2022 การเติบโตของพรรคซันเซโตะเป็นภาพสะท้อนสังคมและเศรษฐกิจญี่ปุ่นในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะความโกรธ

ยู อุชิยามะ ศาสตราจารย์รัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยโตเกียวให้ความเห็นว่า ดูเหมือนสังคมจะเชื่อว่ารัฐบาล และพรรคร่วมไม่สามารถตอบสนองต่อปัญหาต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้งราคาสินค้าต่างๆ ที่สูงขึ้น การเรียกร้องของฝ่ายค้านให้ตัดภาษีบริโภคดึงดูดใจประชาชนมากกว่านโยบายเงินสดของรัฐบาล

การเลือกตั้งที่มีขึ้นหลังจากที่อิชิบะรับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีได้ 9 เดือนเป็นความพ่ายแพ้ในการเลือกตั้งระดับชาติถึง 2 ครั้งของพรรคแอลดีพี ทั้งสภาผู้แทนราษฏรเมื่อตุลาคม 2567 และวุฒิสภา แม้ว่าอิชิบะจะแสดงออกว่าจะอยู่ในตำแหน่งต่อไป แต่พรรคก็ถูกเรียกร้องให้มีความเปลี่ยนแปลง

ภายในพรรคแอลดีพีก็มีการต่อสู้กันระหว่างกลุ่มที่ต้องการสืบทอดแนวคิดของอาเบะ และผู้ที่ต้องการควบคุมกระแสชาตินิยมสุดโต่ง อิชิบะซึ่งเป็นผู้วิจารณ์การเมืองแบบอาเบะพยายามดึงดูดผู้มีสิทธิเลือกตั้งว่า ช่วงเวลานี้ที่ญี่ปุ่นกำลังเผชิญกับความไม่แน่นอน เช่น ภาษีทรัมป์ ไม่ควรจะเปลี่ยนแปลง

ผลการเลือกตั้งอาจเป็นจุดเปลี่ยนภูมิทัศน์ทางการเมืองของญี่ปุ่น ภายในพรรคแอลดีพีจะต้องมีการแข่งขันหาผู้นำพรรคแน่นอน ว่าจะเป็นโคอิสุมิ ชินจิโร ซึ่งโน้มเอียงไปทางประชานิยม หรือทาเคอิชิ ซาเนเอะ ที่โน้มเอียงไปทางชาตินิยม  สิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อจากนี้ไปฮานาโกะ โอมุระ ศาสตราจารย์มหาวิทยาลัยเกียวโต ที่เชี่ยวชาญประเด็นความคิดเห็นสาธารณะและพฤติกรรมการเลือกตั้งมองว่า ต้องจับตาดูว่า เมื่อถึงการเลือกตั้งสส.พรรคซันเซโตะจะมีคะแนนเท่าใด

 

แปลและเรียบเรียงจาก

https://www.japantimes.co.jp/news/2025/07/21/japan/politics/japan-upper-house-election-results

https://www.lowyinstitute.org/the-interpreter/upper-house-election-exposes-japan-s-fragmenting-political-landscape

https://www.nippon.com/en/japan-data/h02485/

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง