เมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านนี้ ท่านผู้นำ ‘ปราโบโว ซูเบียนโต’ แห่งอินโดนีเซีย ได้ประกาศเชิญชวนประชาชนออกมาติดธงชาติขาวแดงเพื่อเตรียมเฉลิมฉลองวันประกาศอิสรภาพในวันที่ 17 สิงหาคมที่ใกล้เข้ามานี้ ประชนชนหลายคนเลยจัดให้ตามคำขอกันอย่างคึกคัก ทว่า ธงที่ชูขึ้นกลับเป็น ‘ธงโจรสลัดวันพีซ’ ที่แสดงออกถึงการต่อต้านรัฐบาลแทน เล่นเอางานวันชาติปีนี้ กลายเป็น ‘งานวันพีซ’ แทนซะอย่างนั้น
อย่างไรก็ดี การใช้ธงเพื่อต่อต้านรัฐบาล ไม่ได้เกิดขึ้นที่อินโดนีเซียที่แรก แต่เคยเกิดขึ้นในหลายประเทศ บางกรณีมีคนติดคุกตลอดชีวิตเลยก็มี (ลดโทษภายหลัง) หรือแม้แต่ในบ้านเราเองก็เคยมีการเคลื่อนไหวชูธงทำนองนี้เช่นกัน งานชิ้นนี้จะพาสำรวจ 5 กรณีศึกษาที่เคยมีการใช้ธงเป็นสัญลักษณ์เพื่อต่อต้านรัฐบาลในช่วง 10 กว่าปีที่ผ่านมา
1. ธงวันพีซ สะกิดอินโดฯ
เริ่มต้นที่อินโดนีเซียเมื่อช่วงกรกฎาคมปี 2568 ที่ผ่านมา มีประชาชนหลายคนออกมาติดธงดำโจรสลัดหมวกฟางหรือที่เรียกว่า ‘ธงจอลลี่โรเจอร์’ ซึ่งเป็นธงในการ์ตูนอนิเมะชื่อดังใน One Piece โดยปรากฏให้เห็นตั้งแต่ท้ายรถบรรทุก หน้าบ้าน การพ่นสเปย์บนผนังกำแพง ยันพื้นถนน ฯลฯ เพื่อแสดงออกถึงการต่อต้านรัฐบาล ‘ปราโบโว ซูเบียนโต’ ที่ออกมาประกาศเชิญชวนให้ประชาชนออกมาติดธงขาวแดงเพื่อเตรียมเข้าสู่เทศกาลเฉลิมฉลองวันครบรอบ 80 ปี วันประกาศอิสรภาพที่ใกล้เข้ามาถึงในวันที่ 17 สิงหาคม
เรื่องของเรื่องก็คือ ประชาชนอินโดนีเซียหลายคนมองว่ารัฐบาลนี้มีท่าทีการบริหารที่รวมศูนย์อำนาจมากเกินไป เริ่มต้นจากการออกนโยบาย ‘Zero ODOL’ จำกัดน้ำหนักรถบรรทุกเพื่อลดอุบัติเหตุและรักษาสภาพถนน ซึ่งกลุ่มผู้ขับก็รู้สึกว่าถูกบีบคั้นจากผู้ประกอบการให้บรรทุกของเกินพิกัดเพื่อแลกกับค่าจ้างที่ต่ำเกินไป หรือการตัดงบประมาณ การรื้อฟื้นโทษประหารในคดียาเสพติด การแก้กฎหมายให้ทหารเข้ามามีบทบาทในรัฐบาล สิ่งเหล่านี้ทำให้พวกเขารู้สึกไม่พอใจสะสมมากขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งรัฐบาลออกมาเชิญชวนติดธงชาติ พวกเขาเลยแก้เผ็ดโดยการติดธงวันพีซเพื่อต่อต้านแทนซะเลย โดยฝ่ายรัฐบาลก็ชี้ว่าการชูธงเหล่านี้ ‘ถือเป็นความพยายามแบ่งแยกประเทศ’
2. ธงเบนังราชา พากวนใจ
อีกหนึ่งกรณีของอินโดนีเซียที่เกิดขึ้นในช่วงปี 2550 คือ กรณีการชักธง ‘เบนังราชา’ (Benang Raja) ต่อหน้าประธานาธิบดี ซูซิโล บัมบัง ยูโดโยโน (Susilo Bambang Yudhoyono) ในงานกีฬา โดยโยฮัน เทเทอริสซา (Johan Teterissa) ซึ่งภายหลังเขาถูกตัดสินจำคุกตลอดชีวิตในข้อหากบฏ พร้อมถูกเฆี่ยนตีด้วยสายไฟ และทรมานด้วยสารพัดวิธีนานเกือบ 7 ปี ก่อนจะได้รับการลดโทษเหลือ 15 ปี
ธงเบนังราชา เป็นธงต้องห้ามของประเทศอินโดนีเซีย เพราะเป็นธงประกาศเอกราชของกลุ่มมาลากูใต้ หรือ ‘RMS’ (Republic of South Maluku) ที่เคยประกาศในช่วงปี 1950 ภายหลังที่อินโดนีเซียรวมชาติ ถือเป็นสัญลักษณ์ที่แสดงถึงการต่อต้านรัฐชาติอินโดนีเซีย ดังนั้นการชูธงเบนังราชาต่อหน้าท่านผู้นำ จึงถือเป็นเรื่องที่ร้ายแรงมากสำหรับอินโดนีเซีย
3. ธงชงโคดำ ระส่ำฮ่องกง
ในกรณีม็อบคนหนุ่มสาวที่ฮ่องกงเมื่อปี 2562 ก็มีการชูธง ‘Black Bauhinia Flag’ ซึ่งเป็นการปรับเปลี่ยนธงชาติจากเดิมที่เป็นดอกชงโค 5 กลีบสดใสพื้นหลังสีแดง เป็นดอกชงโคที่เหี่ยวเฉาพื้นหลังสีดำ หรือบางผืนก็มีสัญลักษณ์เลือดสีแดงติดอยู่ที่ดอกชงโค เพื่อสื่อถึงการไว้อาลัยถึงเสรีภาพของประชาชนชาวฮ่องกงที่สูญเสียไป และการต่อต้านการครอบงำรัฐบาลจากประเทศจีนในขณะนั้น
ในกรณีนี้มีหญิงวัย 48 ปี ถูกจำคุก 4 เดือนในข้อหา ‘ยุยงปลุกปั่น’ ในช่วงปี 2565-2566 จากการโพสต์ข้อความในโซเชียลมีเดียกว่า 60 ข้อความ ที่มีภาพธงชาติฮ่องกงสีดำ Black Bauhinia Flag พร้อมข้อความประกอบว่า “Liberate Hong Kong, revolution of our times” (ปลดปล่อยฮ่องกง, ถึงเวลาปฏิวัติของเรา) ซึ่งเป็นหนึ่งในเนื้อเพลง Glory to Hong Kong จึงทำให้เขาถูกกล่าวว่าเป็นผู้ที่มีเจตนาล้มล้างอำนาจรัฐ
4. ธงเก่าเบลารุส สะดุดตาท่านผู้นำ
กรณีนี้เกิดขึ้นในปี 2553 โดยชาวชาวเบลารุสที่ชื่อ เซียร์เฮย์ คาวาเลนก้า (Siarhei Kavalenka) ได้ปีนขึ้นไปแขวนธงขาว-แดง-ขาว ในจัตุรัสกลางเมือง Vitebsk ซึ่งเป็นธงชาติเก่าของสาธารณรัฐประชาชนเบลารุส เมื่อปี 1918 ที่มักถูกนำมาใช้ต่อต้านรัฐบาลปัจจุบัน และท้าทายอำนาจของประธานาธิบดีอเล็กซานเดอร์ ลูกาเชนโก
โดยภายหลังเขาได้ถูกตัดสินจำคุก 3 ปีในค่ายทหาร ด้วยข้อหา ‘เจตนาทำให้เกิดความไม่เป็นระเบียบเรียบร้อยสาธารณะ’ พร้อมด้วยข้อหาอื่นๆ พ่วง
5. ธงขาวแดง แสลงรัฐไทย
กรณีของไทยก็เคยมีการชูธง ขาว-แดง-ขาว หรือ ‘ธงสหพันธรัฐไท’ เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม 2561 ในพื้นที่สาธารณะหลายจังหวัด เช่น กรุงเทพฯ เชียงราย เชียงใหม่ อุบลราชธานี มหาสารคาม ฯลฯ ทั้งในห้างดังไปจนถึงกลางตลาดนัดก็มี บางพื้นที่มีคนกว่า 10 คนเดินทางด้วยกันบนท้ายรถกะบะเพื่อนัดกันไปชูธง แต่ก็ถูกเจ้าหน้าที่รัฐสกัดไว้ระหว่างทาง
ความเคลื่อนไหวครั้งนี้ ถือเป็นการแสดงออกถึงการต่อต้านปัญหาการรวมศูนย์อำนาจของรัฐไทยที่สั่งสมมานานหลายทศวรรษ และเป็นการแสดงออกถึงความต้องการเปลี่ยนแปลงประเทศจากระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขไปสู่ระบอบสหพันธรัฐ จนท้ายที่สุดมีการควบคุมตัวผู้ออกมาชูธงอย่างน้อย 34 คน ในจำนวนนี้ถูกพาไปค่ายทหาร 22 คน ล่าสุดพบว่ามีผู้ถูกดำเนินคดีทั้งสิ้น 21 ราย ใน 10 คดี ได้แก่ ม.209 อั้งยี่, ม.116 ปลุกปั่น, พ.ร.บ.ชุมนุมฯ และ พ.ร.บ.คอมฯ บางคนยังถูกติดกำไล EM เพื่อให้อยู่ในสายตาของเจ้าหน้าที่ นอกจากนี้ยังมีผู้ลี้ภัยที่ถูกอุ้มหายอย่างน้อย 3 คนด้วย
จาก 5 กรณีข้างต้นนี้ จะเห็นได้ว่า แม้ปัจจุบันหลายประเทศกำลังก้าวสู่ความเป็นสากล (Universal) หรือการเป็นพลเมืองโลก (Global Citizen) ที่ข้ามพ้นเส้นเขตแดนและเชื้อชาติ พร้อมยอมรับความหลากหลายมากขึ้นแล้ว แต่ก็ยังมีประเทศอีกจำนวนไม่น้อยที่ยังคงยึดมั่นใน ‘เส้นเขตแดน’ และ ‘ความมั่นคงของรัฐ’ ที่แตะต้องไม่ได้ราวกับไข่ในหิน ความศักดิ์สิทธิ์เหล่านี้เองที่ทำให้ ‘ผืนผ้าบางๆ’ เพียงไม่กี่เมตร สั่นสะเทือนรัฐบาลได้พอๆ กับรถถังหรือจรวด
อ้างอิง
- https://www.bbc.com/news/articles/c3ezvj4d111o
- https://www.amnesty.org.uk/indonesia-johan-teterissa-torture
- https://hongkongfp.com/2023/04/28/hong-kong-woman-jailed-for-4-months-over-seditious-twitter-and-facebook-posts/?utm_source=chatgpt.com
- https://tlhr2014.com/archives/13896
- https://tlhr2014.com/archives/21700
- https://prachatai.com/journal/2025/08/114037
- https://spring96.org/en/news/30828
- https://www.hrw.org/news/2018/08/14/indonesian-political-prisoners-moved-close-home
- https://hongkongfp.com/2019/07/01/protesters-occupy-roads-police-deploy-pepper-spray-hong-kong-flag-raising-ceremony-moved-indoors/
- https://commons.wikimedia.org/w/index.php?curid=37526307
