Skip to main content
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์

'โดนัลด์ ทรัมป์' ประกาศนัดพบ 'วลาดิมีร์ ปูติน' 15 ส.ค.นี้ ที่รัฐอะแลสกา เพื่อเจรจาสันติภาพยุติสงครามยูเครน หลังรัสเซียเสนอให้ยูเครนยกดินแดนดอนบาสและไครเมีย แลกกับการหยุดยิง ขณะผู้นำยุโรปกังวลว่าอาจเป็นการเปิดทางให้รัสเซียโจมตีซ้ำในอนาคต ทรัมป์ย้ำทุกฝ่ายอยากเห็นสันติภาพและต้องเร่งบรรลุข้อตกลง


ที่มาภาพ: แฟ้มภาพ kremlin.ru

9 สิงหาคม 2025 สำนักข่าว CNN รายงานว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวว่า เขาจะพบกับประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน แห่งรัสเซียในวันศุกร์หน้า ที่รัฐอะแลสกา หลังจากก่อนหน้านี้ในวันเดียวกันได้เปิดเผยเงื่อนไขเบื้องต้นของข้อตกลงสันติภาพเพื่อยุติสงครามในยูเครน ซึ่งอาจรวมถึง “การแลกเปลี่ยนดินแดนบางส่วน”

“การพบกันที่ทุกคนรอคอยระหว่างตัวผม ในฐานะประธานาธิบดีแห่งสหรัฐอเมริกา กับประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน แห่งรัสเซีย จะมีขึ้นในวันศุกร์หน้า วันที่ 15 สิงหาคม 2025 ณ รัฐอะแลสกา รายละเอียดเพิ่มเติมจะตามมา” ทรัมป์โพสต์ใน Truth Social เมื่อเย็นวันศุกร์

คำประกาศของทรัมป์ ซึ่งเกิดขึ้นในวันเดียวกับที่เขากำหนดเส้นตายให้ปูตินทำสันติภาพหรือเผชิญบทลงโทษทางเศรษฐกิจอย่างรุนแรง — ถือเป็นเหตุการณ์สำคัญในความสัมพันธ์ระหว่างผู้นำสหรัฐฯ กับผู้นำรัสเซีย ซึ่งไม่ได้เดินทางมาเยือนสหรัฐฯ ตั้งแต่ปี 2015 และไม่ได้พบกับทรัมป์ตั้งแต่ปี 2018

เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ รวมถึงทรัมป์ ได้แจ้งผู้นำยุโรปและเจ้าหน้าที่รัฐบาลยูเครนถึงแผนที่ปูตินเสนอ เพื่อหยุดสงครามในยูเครน แลกกับการที่เคียฟยอมยกดินแดนบางส่วนให้รัสเซีย ตามคำบอกเล่าของเจ้าหน้าที่ตะวันตกที่ได้รับข้อมูลเรื่องนี้

แผนดังกล่าว ซึ่งปูตินนำเสนอแก่สตีฟ วิตคอฟ ทูตพิเศษด้านการต่างประเทศของทรัมป์ ระหว่างการพบกันที่มอสโกเมื่อวันพุธ จะกำหนดให้ยูเครนยกดินแดนภูมิภาคดอนบาสทางตะวันออก ซึ่งปัจจุบันส่วนใหญ่ถูกครอบครองโดยรัสเซีย รวมทั้งแคว้นไครเมีย ซึ่งรัสเซียผนวกโดยมิชอบในปี 2014

ข้อตกลงจะตรึงแนวรบปัจจุบันไว้ แต่รายละเอียดอื่น ๆ ของข้อเสนอ ยังคงไม่ชัดเจน

เรื่องนี้สร้างความวิตกให้เจ้าหน้าที่ยุโรปบางราย ซึ่งกังวลว่าเป็นความพยายามของปูตินที่จะหลีกเลี่ยงมาตรการคว่ำบาตรจากทรัมป์ที่จะมีผลบังคับในวันศุกร์ ขณะเดียวกันก็ให้สิ่งตอบแทนน้อยมาก

อย่างไรก็ดี แผนนี้ดูเหมือนจะเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ทรัมป์เดินหน้าจัดการประชุมสุดยอดกับปูติน ผู้นำรัสเซียไม่ได้เดินทางมายังสหรัฐฯ เกือบทศวรรษแล้ว โดยครั้งล่าสุดคือพบกับอดีตประธานาธิบดีบารัค โอบามา ที่การประชุมสมัชชาสหประชาชาติในเดือนกันยายน 2015

มีการติดต่อกับผู้นำยุโรปเพิ่มเติมในช่วงสองวันที่ผ่านมา รวมถึงการพูดคุยกับวิตคอฟและรัฐมนตรีต่างประเทศมาร์โก รูบิโอ โดยวิตคอฟได้อธิบายรายละเอียดเพิ่มเติมของแผนนี้แก่เจ้าหน้าที่ยุโรปหลายรายเมื่อวันศุกร์

ยังไม่ชัดเจนว่าแผนนี้จะครอบคลุมดินแดนอีกสองภูมิภาคของยูเครน ซาโปริซเซียและเคอร์ซอน ที่รัสเซียควบคุมบางส่วนอย่างไร นอกจากการหยุดปฏิบัติการรุกในพื้นที่นั้น

นอกจากนี้ยังไม่ชัดว่าข้อเสนอของปูตินจะตอบสนองต่อข้อเรียกร้องอื่น ๆ ของเขาเพื่อยุติสงคราม เช่น การที่ยูเครนต้องให้คำมั่นว่าจะไม่เข้าร่วมองค์การนาโต หรือจำกัดขนาดกองทัพอย่างไร

ในการสนทนากับผู้นำยุโรป วิตคอฟบอกว่าข้อเสนอของปูตินเป็น “ก้าวในทิศทางที่ถูกต้อง” และว่าสามารถเจรจาข้อตกลงสันติภาพฉบับใหญ่กว่าได้เมื่อการสู้รบหยุดลง

สหรัฐฯ กำลังพยายามโน้มน้าวพันธมิตรให้ยอมรับแผนนี้ แหล่งข่าวรายหนึ่งกล่าว แม้ยังไม่แน่ว่าจะเกิดขึ้นจริงหรือไม่

ความเป็นไปได้ที่รัสเซียจะได้ครอบครองดอนเนตสก์และลูฮันสก์ในข้อตกลงหยุดยิง ทำให้บางฝ่ายกังวลว่าข้อตกลงลักษณะนี้อาจเป็นเพียงการกระตุ้นให้รัสเซียโจมตียูเครนอีกในอนาคต

“การรับรองดินแดนที่ยึดครองด้วยกำลังโดยไม่มีต้นทุนใด ๆ เป็นแรงจูงใจให้ทำซ้ำในอนาคต” เจ้าหน้าที่ยุโรปรายหนึ่งซึ่งได้รับข้อมูลกล่าว “มันอาจกระตุ้นให้รัสเซียโจมตียูเครนอีกในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า”

ทรัมป์ซึ่งก่อนหน้านี้แสดงความหงุดหงิดกับผู้นำรัสเซียที่ยืดเยื้อความขัดแย้ง ดูมีท่าทีมองบวกมากขึ้นในวันศุกร์เกี่ยวกับโอกาสทำสันติภาพ และบอกว่าเขามุ่งเน้นไปที่การยุติการสู้รบโดยเร็วที่สุด

“ผู้นำยุโรปต้องการเห็นสันติภาพ” ทรัมป์กล่าวกับผู้สื่อข่าวที่ทำเนียบขาวก่อนประกาศการพบปะในอะแลสกา “ประธานาธิบดีปูติน ผมเชื่อว่าอยากเห็นสันติภาพ และเซเลนสกีก็อยากเห็นสันติภาพ”

เขาเสริมต่อว่า “สัญชาตญาณผมบอกว่ามีโอกาสที่เราจะทำได้”

แต่ความเป็นไปได้ที่ยูเครนจะต้องยกดินแดนให้รัสเซีย อาจเป็นอุปสรรคใหญ่ในการเจรจายุติสงคราม เพราะรัฐธรรมนูญยูเครนห้ามทำเช่นนั้น หมายความว่าเซเลนสกีต้องได้รับอนุมัติจากรัฐสภาหรือผ่านประชามติก่อน

ทรัมป์ในวันศุกร์ลดความกังวลเรื่องนี้ โดยบอกว่าเขาได้กระตุ้นให้เซเลนสกีเร่งปูทางไปสู่ข้อตกลง

“เขากำลังออกไปทำในสิ่งที่เขาต้องทำ” ทรัมป์กล่าว “เขาไม่มีอำนาจทำบางอย่าง ผมก็บอกว่า ‘งั้นคุณต้องรีบทำให้ได้ เพราะคุณรู้ใช่ไหมว่าเรากำลังใกล้ข้อตกลงแล้ว’”

ก่อนหน้านี้ในสัปดาห์เดียวกัน ทรัมป์ขู่ว่าจะใช้มาตรการคว่ำบาตรใหม่กับรัสเซีย หากปูตินไม่ยุติสงครามในยูเครนภายในวันศุกร์ แต่ในวันพฤหัสบดีเขามีท่าทีอ่อนลง โดยบอกกับผู้สื่อข่าวในห้องทำงานรูปไข่ว่า “มันขึ้นอยู่กับ (ปูติน)” ว่าเส้นตายวันศุกร์จะยังคงอยู่หรือไม่

เมื่อถูกผู้สื่อข่าว CNN คาเลน คอลลินส์ ถามในวันพฤหัสบดีว่าปูตินต้องพบกับประธานาธิบดียูเครนโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ก่อนหรือไม่ เพื่อเป็นเงื่อนไขสำหรับการพบกันระหว่างทรัมป์กับปูติน ทรัมป์ตอบว่า “ไม่จำเป็น”

ทรัมป์และปูตินเคยพบกันต่อหน้า 6 ครั้งในสมัยประธานาธิบดีสหรัฐฯ สมัยแรก ส่วนใหญ่ที่การประชุมสุดยอด G20 และ APEC

ครั้งล่าสุดที่พบกันคือเดือนกรกฎาคม 2018 ที่เฮลซิงกิ ประเทศฟินแลนด์ ซึ่งการประชุมสุดยอดครั้งนั้น ทรัมป์ถูกวิจารณ์อย่างหนักเพราะเลือกยืนข้างปูตินแทนที่จะสนับสนุนหน่วยข่าวกรองของสหรัฐฯ จนทำเนียบขาวต้องแก้ข่าวต่อเนื่องหลายวัน

ครั้งสุดท้ายที่ปูตินพบประธานาธิบดีสหรัฐฯ คือเดือนมิถุนายน 2021 ที่เจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งเขาพบกับอดีตประธานาธิบดีโจ ไบเดน

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง