Skip to main content
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์

UN Women และ CARE International เตือนสถานการณ์วิกฤตผู้หญิงอัฟกันหลายล้านคนที่ถูกส่งกลับอัฟกานิสถาน จากปากีสถานและอิหร่าน เสี่ยงไร้บ้าน ไร้รายได้ ขาดโอกาสทางการศึกษา และถูกจำกัดสิทธิอย่างรุนแรงภายใต้การปกครองของตาลีบัน


ที่มาภาพ: UNFPA

เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2025 เว็บไซต์ UN News รายงานว่า UN Women ซึ่งเป็นองค์กรที่สนับสนุนการเสริมพลังและความเท่าเทียมทางเพศ ร่วมกับองค์กรการกุศลนานาชาติ CARE International และพันธมิตร ได้ออกแถลงเรียกร้องในรายงานที่เผยแพร่เมื่อวันพฤหัสบดี (7 ส.ค.) โดยรายงานนี้ยังเน้นถึงความท้าทายสำคัญและความต้องการของเจ้าหน้าที่ช่วยเหลือผู้หญิงที่ให้ความช่วยเหลือผู้ที่เดินทางกลับ

รายงานเตือนภัยด้านเพศสภาพ (Gender Alert) นี้ถูกเผยแพร่ท่ามกลางกระแสการเดินทางกลับประเทศของชาวอัฟกานิสถานที่เพิ่มสูงขึ้น ในขณะที่กลุ่มตาลีบันซึ่งปกครองประเทศมาเป็นเวลา 4 ปีได้ออกกฤษฎีกามากมายที่จำกัดสิทธิของผู้หญิง ท่ามกลางวิกฤตเศรษฐกิจ ภัยพิบัติจากสภาพอากาศ และความต้องการด้านมนุษยธรรมมหาศาล

คนแปลกหน้าในแผ่นดินแปลกตา

ตั้งแต่เดือนกันยายน 2023 เป็นต้นมา มีชาวอัฟกานิสถานที่ไม่มีเอกสารมากกว่า 2.4 ล้านคน เดินทางกลับหรือถูกบังคับให้กลับจากปากีสถานและอิหร่าน

ผู้หญิงและเด็กผู้หญิงคิดเป็นหนึ่งในสามของผู้เดินทางกลับจากอิหร่านในปีนี้ และประมาณครึ่งหนึ่งของผู้ที่เดินทางกลับจากปากีสถาน

หลายคนมาถึงประเทศที่พวกเธอไม่เคยอาศัยอยู่มาก่อน โดยไม่มีบ้าน ไม่มีรายได้ และไม่มีโอกาสเข้าถึงการศึกษาและการรักษาพยาบาล

ความเสี่ยงรอบด้าน

เช่นเดียวกับผู้หญิงและเด็กผู้หญิงทุกคนในอัฟกานิสถาน กลุ่มผู้หญิงที่เดินทางกลับต้องเผชิญกับความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้น ทั้งความยากจน การแต่งงานก่อนวัย ความรุนแรง การแสวงหาประโยชน์ และข้อจำกัดที่ไม่เคยมีมาก่อนต่อสิทธิ เสรีภาพ และการเคลื่อนไหวของพวกเธอ

“ผู้หญิงและเด็กผู้หญิงที่เปราะบางซึ่งเดินทางมาถึงโดยไม่มีอะไรเลย และเข้าสู่ชุมชนที่ทรัพยากรตึงตัวอยู่แล้ว ยิ่งทำให้พวกเธอมีความเสี่ยงมากขึ้น” ซูซาน เฟอร์กูสัน ผู้แทนพิเศษของ UN Women ในอัฟกานิสถานกล่าว

“พวกเธอตั้งใจจะสร้างชีวิตใหม่ด้วยศักดิ์ศรี แต่เราต้องการเงินทุนเพิ่มเติมเพื่อให้การสนับสนุนเฉพาะด้านที่จำเป็น และเพื่อให้มั่นใจว่ามีเจ้าหน้าที่ช่วยเหลือผู้หญิงเพียงพอที่จะเข้าถึงพวกเธอ”

ที่อยู่อาศัย รายได้ และการศึกษา

รายงานชี้ให้เห็นถึงความต้องการเร่งด่วนและระยะยาว เช่น ที่พักที่ปลอดภัยและราคาเอื้อมถึง การสนับสนุนด้านอาชีพ และการศึกษาแก่เด็กผู้หญิง

ตามที่ผู้เข้าร่วมกลุ่มสนทนาที่จังหวัดนันกาฮาร์กล่าวไว้ว่า “เราต้องการที่อยู่ โอกาสในการเรียน และวิธีการหารายได้”

ปัจจุบัน มีเพียง 10% ของครัวเรือนที่มีหัวหน้าครอบครัวเป็นผู้หญิงที่อาศัยอยู่ในที่พักถาวร เกือบ 4 ใน 10 กังวลว่าจะถูกไล่ออก และเด็กผู้หญิงทั้งหมดถูกห้ามไม่ให้เข้าเรียนในระดับมัธยม

ผลกระทบจากการตัดงบช่วยเหลือ

แม้ว่าเจ้าหน้าที่ช่วยเหลือผู้หญิงตามจุดผ่านแดนจะมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการเข้าถึงผู้หญิงที่เดินทางกลับ แต่การตัดงบประมาณช่วยเหลือจากต่างประเทศและข้อจำกัดด้านการเดินทางกลับยิ่งขัดขวางการทำงานของพวกเธอมากขึ้น

ตัวอย่างเช่น เจ้าหน้าที่ช่วยเหลือผู้หญิงต้องมีผู้ปกครองชาย (มะห์รอม) ร่วมเดินทาง แต่ “การตัดงบประมาณทำให้การสนับสนุนมะห์รอมของเจ้าหน้าที่ในจังหวัดกันดาฮาร์และนันกาฮาร์ลดลงอย่างมาก ส่งผลให้การจัดหาไม่ต่อเนื่อง ล่าช้า หรือไม่มีเลย” ตามรายงาน

การตัดงบช่วยเหลือทำให้ขีดความสามารถขององค์กรด้านมนุษยธรรมในการรับมือกับสถานการณ์อ่อนแอลงอย่างมาก และเจ้าหน้าที่ช่วยเหลือผู้หญิงตามจุดผ่านแดนรายงานว่าพวกเธอรู้สึกล้นมือกับจำนวนผู้เดินทางกลับที่มากเกินไป และไม่สามารถตอบสนองแม้กระทั่งความต้องการพื้นฐานได้

“สิ้นหวัง สับสน และไร้ที่พึ่ง”

“การได้เห็นจำนวนผู้ที่เดินทางกลับและความลำบากที่ผู้หญิง เด็ก และครอบครัวต้องเผชิญ หลายคนทุกข์ใจ สับสน และสิ้นหวัง ได้สร้างผลกระทบทางจิตใจอย่างลึกซึ้งต่อทุกคนที่ทำงานตอบสนองวิกฤตครั้งนี้” เกรแฮม เดวิดสัน ผู้อำนวยการ CARE Afghanistan กล่าว

เขาเน้นย้ำถึงความจำเป็นเร่งด่วนในการให้การสนับสนุนเพื่อจัดบริการพื้นฐาน พื้นที่ปลอดภัย และการคุ้มครองแก่ผู้หญิงและเด็กผู้หญิงที่เดินทางกลับ

รายงานระบุว่า อัฟกานิสถานกำลังเผชิญกับวิกฤตด้านมนุษยธรรมที่ร้ายแรงที่สุดแห่งหนึ่งของโลก อันเกิดจากความขัดแย้งยาวนานหลายทศวรรษ ความยากจน และภัยธรรมชาติ

เมื่อกระแสการเดินทางกลับครั้งใหม่นี้เสี่ยงที่จะผลักดันให้ชุมชนที่เปราะบางอยู่แล้วเข้าสู่วิกฤตหนักขึ้น พันธมิตรจึงเรียกร้องให้ประชาคมโลกดำเนินการทันทีเพื่อปกป้องสิทธิของผู้หญิงและเด็กผู้หญิงชาวอัฟกัน และลงทุนในเจ้าหน้าที่ช่วยเหลือผู้หญิงที่คอยสนับสนุนพวกเธอ

สถิติการเดินทางกลับสูงเป็นประวัติการณ์

ในอีกด้านหนึ่ง องค์การระหว่างประเทศเพื่อการโยกย้ายถิ่นฐาน (IOM) ก็ได้เรียกร้องให้มีการสนับสนุนจากนานาชาติ เนื่องจากอัฟกานิสถานกำลังเผชิญกับ “หนึ่งในกระแสการเดินทางกลับครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ยุคปัจจุบัน”

คาดว่าจำนวนผู้เดินทางกลับจะยังเพิ่มขึ้น เนื่องจากชาวอัฟกันอีก 1 ล้านคนคาดว่าจะเดินทางกลับจากปากีสถาน หลังจากรัฐบาลปากีสถานตัดสินใจไม่ขยายเวลาพำนักให้

IOM ดำเนินงานศูนย์รับผู้เดินทางกลับ 4 แห่งตามจุดผ่านแดนหลักในอัฟกานิสถาน ได้แก่ อิสลาม คาลา และมิลัก ติดกับอิหร่าน และทอร์ขัม และสปินโบลดัก ติดกับปากีสถาน

องค์การสหประชาชาติกำลังขอรับการสนับสนุนด้านงบประมาณเพิ่มเติมเพื่อขยายการตอบสนองต่อความต้องการที่เพิ่มขึ้นตามชายแดนและในพื้นที่ที่ผู้คนเดินทางกลับ

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง