งานวิจัยพบแผนการพัฒนาเศรษฐกิจแบบที่สร้างความรีบเร่งและคาดหวังสูงกับคนรุ่นใหม่ บวกกับความไม่เท่าเทียมด้านการเงิน ทำให้คนอินโดนีเซียรุ่นใหม่ที่ต้องทำงานเร่งทำรอบเพื่อรายได้หันมาใช้ 'ยาบ้า' เพื่อให้ตัวเองทำงานได้เต็มที่ เช่น คนทำงานขับรถบรรทุก , คนงานในโกดัง, คนขับรถแกร็บ, คนส่งของให้ร้านค้าออนไลน์ อินโดนีเซียกำลังเผชิญกับปัญหายาเสพติดไหลทะลักเข้าประเทศ โดยเพิ่งจะมีการจับกุมได้จำนวนมาก
13 ส.ค. 2568 หลังจากที่ทางการอินโดนีเซียเริ่มทำการปราบปรามยาเสพติดมาเป็นเวลา 2 เดือน เมื่อปลายเดือน มิถุนายน ที่ผ่านมา มีข่าวเรื่องทางการอินโดนีเซียจับกุมผู้ค้ายาเสพติดลักลอบนำยาเสพติดเข้าประเทศ 285 ราย ในจำนวนนี้มีผู้หญิงอยู่ด้วย 29 ราย รวมถึงชาวต่างชาติ 7 ราย มีการยึดของกลางเป็นยาเสพติดได้มากกว่า 680 กิโลกรัม
เจ้าหน้าที่ตำรวจอินโดนีเซียเปิดเผยว่าปริมาณยาเสพติดมากขนาดนี้อาจจะตกไปอยู่ในมือประชาชน "มากกว่า 1.3 ล้านคน" ได้ โดยที่ทางการอินโดนีเซียได้ปฏิบัติการปราบปรามมาตั้งแต่เดือน เม.ย. - มิ.ย. ใน 20 จังหวัดทั่วประเทศ พวกเขายังสามารถเปิดโปงขบวนการฟอกเงินของแก๊งค้ายา 2 แก๊งได้อีกด้วย ทำให้สามารถยึดทรัพย์สินได้มูลค่ามากกว่า 26,000 ล้านรูเปีย (ราว 51.7 ล้านบาท)
ถึงแม้ว่าอินโดนีเซียจะมีกฎหมายยาเสพติดที่แรงมาก บางครั้งผู้ลักลอบนำเข้ายาเสพติดก็ถูกประหารชีวิตด้วยการยิงเป้า แต่อินโดนีเซียก็ยังคงเป็นศูนย์กลางใหญ่ๆ ของการลักลอบนำเข้ายาเสพติดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ นั่นแสดงให้เห็นว่า "กฎหมายแรงๆ" อาจจะไม่ได้แก้ปัญหาได้เสมอไป แล้วอะไรที่ทำให้อินโดนีเซียมีปัญหายาเสพติดเช่นนี้
สำนักงานว่าด้วยยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ ระบุว่าสาเหตุมีอินโดนีเซียเป็นศูนย์กลางการลักลอบค้ายาเสพติดนั้น ส่วนหนึ่งเป็นเพราะว่าแก๊งค้ายาข้ามชาติมุ่งเป้าขายยาให้กับกลุ่มประชากรหนุ่มสาว
และหนึ่งในยาเสพติดทางการจับได้เป็นจำนวนมากในอินโดนีเซียก็คือ "เมทแอมเฟตามีน" หรือที่เรียกว่า "ยาบ้า" เป็นยาเสพติดที่มีฤทธิ์กระตุ้นประสาท และจะก่อให้เกิดอาการหลอนประสาท กระวนกระวาย ควบคุมตัวเองไม่ได้ ถ้าเสพเกินขนาดอาจจะก่อให้เกิดผลทางร่างกายจนทำให้ชักหรือหมดสติได้
การใช้ยาในภาคส่วนคนทำงานรถบรรทุกและโกดังอินโดนีเซีย
หลุยส์ พล็อตเทล นักศึกษาปริญญาเอกจากมหาวิทยาลัยโตรอนโต ได้ทำการวิจัยเรื่องการเสพยาบ้าในกลุ่มคนหนุ่มสาวของจังหวัดอาเจะห์ ประเทศอินโดนีเซีย โดยสำรวจปัจจัยด้านสภาพของแรงงานและสภาพเศรษฐกิจอินโดนีเซีย ว่ามีผลต่อการใช้ยาหรือไม่ และตัวเขาเองก็เป็นคนที่ทำงานด้านการลดพิษภัยจากปัญหาการใช้ยาเสพติด
พล็อตเทล ได้ลงสนามเล่าถึงสภาพบนท้องถนนของจังหวัดอาเจะห์ ในจังหวัดนี้เต็มไปด้วยการปลูกปาล์มน้ำมัน มีแรงงานในไร่ปาล์มจำนวนมาก สภาพท้องทุ่งที่ดูงดงามเหมือนไม่น่าจะมีอาชญากรรมเกิดขึ้นได้ แต่ก็มีคนขับรถบรรทุกเตือนเขาให้ระวังโจร โจรมักจะใช้ความเร็วสูงมากในการไล่ตามรถบรรทุกแล้วก็ขึ้นไปอยู่ท้ายรถเพื่อโยนสิ่งของลงมาจากรถ แล้วผู้รับกรรมก็คือคนขับรถที่จะถูกหักเงินค่าจ้างตามมูลค่าสินค้าที่สูญเสียไป
เรื่องนี้ทำให้กลุ่มคนขับรถบรรทุกหันมาร่วมมือกัน พวกเขาป้องกันโจรด้วยการมาหยุดรถรอที่เมืองซึ่งตั้งอยู่ก่อนจะถึงเขตอันตราย แล้วพอรวมตัวกันได้แล้วก็จะขับร่วมกันไปเป็นขบวน เพราะมันปลอดภัยมากกว่าที่จะเดินทางร่วมกัน
ในตอนที่กลุ่มคนขับรถบรรทุกนั่งรอรถบรรทุกคันอื่นๆ พวกเขามักจะสูบยาบ้าด้วยกัน ซึ่งในอินโดนีเซียเรียกว่า "ซาบู-ซาบู" สาเหตุที่คนขับรถบรรทุกในอินโดนีเซียชอบสูบยาบ้าก็เพราะว่ามันทำให้พวกเขารู้สึกเคลิ้ม มีกำลังวังชา ไม่รู้จักเหนื่อย ทำให้รู้สึกเหมือนทำงานได้หลายชั่วโมงโดยไม่ต้องหยุดทานอาหารหรือหลับนอน
การใช้ยาเสพติดในหมู่คนขับรถบรรทุกและคนทำงานโกดังที่อินโดนีเซียแพร่หลายมากถึงขนาดที่ว่าสำนักงาน ปปส. ของอินโดนีเซีย ได้ทำการจับตาคนกลุ่มนี้โดยเฉพาะ มีคนทำงานในภาคส่วนรถบรรทุกและโกดังมากถึงถึงร้อยละ 10 ในอินโดนีเซียที่เป็นผู้ใช้ยา แต่พล็อตเทลก็ประเมินหลังจากคุยกับคนขับรถบรรทุกว่า ตัวเลขจริงอาจจะมากกว่านั้น
สื่อรอยเตอร์เคยรายงานว่า ทาง ปปส. อินโดนีเซีย ได้โยงว่ายาเสพติดเหล่านี้มีที่มาจากแก๊งค้ายาแถวสามเหลี่ยมทองคำ คือพื้นที่ชายแดนสามประเทศ พม่า, ลาว, ไทย ซึ่งเคยเป็นศูนย์กลางการผลิตยามาหลายสิบปีแล้ว โดยมีการส่งไปขายที่ อินโดนีเซีย, มาเลเซีย และฟิลิปปินส์ โดยสำหรับอินโดนีเซียนั้นมีการขนยาบ้าส่งเข้ามาทางชายฝั่งสุมาตรา ที่ทางการอินโดนีเซียเคยจับกุมได้เมื่อเดือน พฤษภาคม ที่ผ่านมา
แรงงานหนุ่มสาวในอินโดนีเซีย ภายใต้เศรษฐกิจแบบ "ติดสปีด"
ยาบ้านั้น มีชื่อเรียกอีกอย่างหนึ่งเป็นภาษาอังกฤษว่า "สปีด" แปลว่า "ความเร็ว" เรื่องนี้ทำให้นักวิจัยจากตะวันตกอดเปรียบเทียบไม่ได้ว่าเศรษฐกิจแบบเร่งรีบ ต้องทำความเร็วของอินโดนีเซีย กลายเป็นการบีบให้คนทำงานหนักแข่งกับเวลาต้องหันมาเสพยาในแบบที่ช่วยไม่ได้
พล็อตเทล มองว่าเรื่องนี้ไม่ใช่การเปรียบเทียบเกินจริงหรือเป็นแค่การเล่นคำ กลุ่มคนขับรถบรรทุกใช้ยาเพื่อที่จะมีแรงขับหนีพวกโจรได้ทัน นอกจากนี้เศรษฐกิจที่กำลังเติบโตของอินโดนีเซียก็บีบให้คนทำงานวัยหนุ่มสาวในภาคส่วนอื่นๆ ถูกกดดันเรื่องเวลาจนต้องพยายามทำงานตามใบสั่งให้ทัน
นักวิจัยอย่างพล็อตเทล เคยเข้าไปสำรวจเรื่องนี้ในศูนย์บำบัดยาเสพติดเพื่อพูดคุยกับคนที่กำลังรับการบำบัด พวกเขาเล่าในสิ่งที่แตกต่างจากความเชื่อเดิมๆ อย่างสิ้นเชิง เคยมีทฤษฎีหรือความเชื่อที่ว่าผู้คนเสพยาเพื่อที่จะ "หนี" จากประสบการที่เลวร้ายในโลกความจริง หรือหนีจาก "ความรุนแรงเชิงโครงสร้าง" ที่สิ่งที่คนเคยติดยาเล่าให้เขาฟังจริงๆ กับกลายเป็นว่าพวกเขาเสพยาเพื่อที่จะทำงานหาเงินให้ได้มากขึ้น
นั่นทำให้พล็อตเทลตั้งคำถามใหม่ตอนที่เขาวิจัยเรื่องการใช้ยาเสพติด ว่าสภาพการจ้างงานแบบไหนกันที่ทำให้ผู้คนต้องกันมาพึ่งพายาเสพติด
อดีตประธานาธิบดีโจโค วิโดโด ของอินโดนีเซียเคยให้สัญญาว่าจะเปลี่ยนแปลงอินโดนีเซียให้กลายเป็นประเทศรายได้สูงภายในปี 2578 โดยอาศัยเรื่องที่อินโดนีเซียมีประชากรจำนวนมากเป็นอันดับที่ 4 ของโลกให้เป็นประโยชน์ นอกจากนี้อินโดนีเซียยังมีประชากรในวัยแรงงานมากถึงร้อยละ 70 ของประเทศด้วย และกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่จะมาเป็นแรงงานในยุคถัดไปก็ยังมีอยู่จำนวนมาก เทียบกับประเทศอื่นๆ อย่างญี่ปุ่นที่กำลังประสบปัญหาการขาดแคลนคนรุ่นใหม่ที่จะมาเป็นวัยทำงานในยุคถัดไป
ในแง่ของเศรษฐกิจอินโดนีเซียนั้น ยังนับว่าเป็นประเทศที่มีความไม่เท่าเทียมทางเศรษฐกิจอยู่มาก ผู้คนจำนวนมากยังเป็นชนชั้นล่างที่ขาดโอกาสทางการศึกษา อนาคตเลยไปได้ไม่ไกลมากไปกว่าการต้องใช้แรงงานในภาคการเกษตร, การทำเหมือง และภาคการผลิต ทำให้การเปลี่ยนผ่านทางอุตสาหกรรมในอินโดนีเซีย กลายเป็นภาระความรับผิดชอบของกลุ่มประชากรคนรุ่นใหม่ที่ทำได้แต่งานแบบใช้แรงกาย เมื่อรวมกับปัจจัยเรื่องความไม่มั่นคงในหน้าที่การงาน และการหดตัวลงของชนชั้นกลางแล้ว ทำให้ผู้คนจำนวนมากต้องหันไปพึ่งพายาเสพติด
การที่สังคมอินโดนีเซียมีสปีดที่เร่งรีบมากขึ้น ส่งผลให้คนทำงานจำนวนหนึ่งหันไปใช้ยาบ้า มีคนที่ทำงานหามรุ่งหามค่ำเพื่อให้ได้งานทันเวลา ไม่ใช่แค่คนขับรถบรรทุกเท่านั้น แต่ยังรวมถึงแรงงานแบบกิ๊กอิโคโนมีด้วย ซึ่งแรงงานแนวนี้หมายถึงหรือแรงงานระยะสั้นที่รับงานชั่วคราวจากแพลตฟอร์มต่างๆ แล้วก็ทำงานจบเป็นรายจ็อบไป เช่น คนขับรถแกร็บ คนส่งของให้ร้านค้าออนไลน์อย่าง Shopee หรือ Tokopedia
มีผู้ใช้ยาเสพติดรายหนึ่งเปิดเผยว่าเขาใช้ยาบ้าโดยเฉพาะตอนทำงานกลางคืนเพื่อที่จะมีแรงในการทำงานโดยไม่ง่วง ซึ่งดูเหมือนว่ากลุ่มคนหนุ่มสาวอินโดนีเซียจะใช้ยากันมากขึ้นเพื่อตอบรับกับความต้องการของระบบเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลงไป คือเศรษฐกิจที่ติดสปีด ที่ส่งผลให้คนติดยา
อาเจะห์ : ความอยากเข้มแข็ง และ ความรู้สึกล้มเหลวในตัวเอง
อาเจะห์เป็นพื้นที่ๆ เคยประสบภัยสึนามิครั้งใหญ่เมื่อปี 2547 จนทำให้เมืองที่ใหญ่ที่สุดคือบันมาอาเจะห์เสียหายอย่างหนัก แม้กระทั่งหลายปีหลังจากเหตุการณ์นั้นอาเจะห์ก็ยังคงประสบปัญหาภาวะว่างงานสูงมากเกินค่าเฉลี่ยของประเทศ ทำให้หลายคนหันไปค้ายาเสพติดเพื่อเลี้ยงตัวเอง
และด้วยพื้นที่ๆ ติดทะเลทำให้มีการออกไปรับยาจากเรือที่มาจากมาเลเซีย แล้วก็นำไปขายต่อให้ดีลเลอร์ค้ายาในพื้นที่ พวกเขามักจะได้รับรายได้มากกว่าเงินเดือนในอาเจะห์เกือบสองเท่าทุกครั้งที่ไปรับยาจากเรือมาขาย แต่บางครั้งพวกเขาก็ได้ค่าจ้างส่วนแบ่งครึ่งราคาแล้วถูกอ้างว่าจะจ่ายให้ในครั้งหน้าถ้าพวกเขายังไปรับยาด้วยกัน บีบให้บุคคลเหล่านี้ตกอยู่ในวงจรของการค้ายา
ในอินโดนีเซียมีการผลิตยาน้อยมาก ในขณะที่ประเทศพม่าเป็นหนึ่งในประเทศที่มีการผลิตยามากที่สุดในโลก ยิ่งตอนที่มีความขัดแย้งการสู้รบกันยิ่งทำให้มีการผลิตยาจากกลุ่มติดอาวุธเพิ่มมากขึ้นเพื่อนำรายได้ไปซื้ออาวุธ แล้วจังหวัดอาเจะห์ที่เป็นจังหวัดที่อยู่ใกล้พม่ามากทุกสุดของอินโดนีเซีย จึงกลายเป็นพื้นที่หลักที่ฝ่ายพม่าจะนำยามาขายผ่านช่องแคบมะละกา
นอกจากปัจจัยของการขนส่งยามาจากนอกประเทศ และปัจจัยเรื่องการว่างงานที่ทำให้คนหันมาค้ายาแล้ว ยังมีอีกปัจจัยหนึ่งที่นักวิจัยตั้งข้อสังเกตไว้ คือเรื่องที่นักการเมืองและผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาประเทศ ส่งแรงกดดันไปสู่กลุ่มคนรุ่นใหม่ โดยเรียกพวกเขาว่าเป็น "กลุ่มคนยุคทอง" ที่เป็นความหวังของการพัฒนาประเทศ ต้องเป็นผู้นำพาประเทศไปสู่ความมั่งคั่ง คาดหวังพวกเขาในเรื่องต่างๆ หลายแง่มุมรวมถึงต้องเป็นทั้ง "กำลังการผลิตและนวัตกรรม" ให้ประเทศ
ในอีกแง่หนึ่งมุมมองนี้ก็ส่งผลให้ทางภาครัฐมองว่า เรื่องสุขภาวะของคนรุ่นใหม่มีความสำคัญต่อการเป็นกำลังให้ประเทศ จึงได้มีการปราบปรามยาเสพติดอย่างหนัก และมีมุมมองที่ว่ายาเสพติด "กำลังทำลายสติปัญญาของประเทศชาติ" โดยมองว่าเยาวชนเป็น "ทรัพย์สินของประเทศ"
แต่ในขณะเดียวกันแรงกดดันให้เป็นผู้มีกำลังการผลิต ก็ส่งผลต่อคนทำงานให้ต้องหันไปใช้ยาเพื่อที่จะทำงานได้จำนวนมาก และดูเป็นผู้ที่ "เข้มแข็ง" โดยเฉพาะอย่างยิ่งในหมู่ผู้ชายที่มีความคาดหวังในบทบาททางเพศให้ต้องเข้มแข็ง โดยที่ในอินโดนีเซียมีผู้ใช้ยาเสพติดร้อยละ 70 เป็นผู้ชาย
มีกรณีเช่น คนขับรถบรรทุกในอาเจะห์ชื่อ อิบราฮิม ใช้ยาโดยผูกโยงมันกับภาพลักษณ์ความเป็นชายที่สมบูรณ์แบบของเขาด้วย คือต้องมีทั้งความเข้มแข็งในหน้าที่การงาน และกำลังวังชาในการมีเพศสัมพันธ์กับคู่นอน แนวคิดใหม่ของภาครัฐได้ทำลายแนวคิดความเป็นชายแบบเดิมในอาเจะห์ที่ผูกโยงความเป็นชายไว้กับความมีเหตุผลมากกว่าเรื่องพละกำลัง
ขณะเดียวกัน แรงกดดันให้ผู้คนต้อง "เป็นประโยชน์" ให้กับประเทศ ก็ได้ส่งผลให้คนบางกลุ่มรู้สึกว่าถูกเบียดขับออกมาจากแนวคิดการพัฒนาเช่นนี้ คนกลุ่มนี้รู้สึกเบื่อหน่ายและไร้คุณค่าในตัวเองจากการที่เป็นคนว่างงาน พวกเขาไม่อยากถูกมองว่าเป็นคนขี้เกียจ ทั้งๆ ที่บางคนก็เรียนจบมาจากสาขาวิชาดีๆ แต่ก็หางานทำยากมาก
ความเจ็บปวดและเบื่อหน่าย รวมถึงความรู้สึกถูกขับออกจากสังคม ทำให้คนเหล่านี้หันไปพึ่งพายาเสพติด เช่น กรณีของซาเอด เขาเรียนจบจากสาขาวิชาวิศวกรรมไฟฟ้า แต่หางานทำยากมาก บางบริษัทก็อ้างว่าเขา "ดีเกินไป" บ้างก็อ้างว่าเขา "ยังไม่มีประสบการณ์มากพอ" จึงเป็นเรื่องน่าสับสน ทำให้ซาเอดหันไปพึ่งพายาเสพติดเพื่อหลบหนีจากความเจ็บปวดไปพร้อมๆ กับการเล่นพนันออนไลน์เพื่อหาเงิน โดยที่ตอนนี้ซาเอดกำลังเข้ารับการบำบัดยาอยู่
สิ่งที่พล็อตเทลได้ทำการวิจัยสื่อให้เห็นถึงการที่รัฐบาลอินโดนีเซียพยายามพัฒนาเศรษฐกิจแบบ "ติดสปีด" เพื่อให้ประเทศเป็น "ประเทศพัฒนาแล้ว" กลับทำให้มีคนที่ยังคงถูกทิ้งไว้ข้างหลังเช่น ซาเอด และคนเหล่านี้ก็เลยหันไปพึ่งพายาเสพติดเพื่อหนีจากความรู้สึกไร้คุณค่าในตัวเอง
เรียบเรียงจาก
Indonesia’s new economy of speed, Louis Plottel, New Mandala, 29-05-2025
https://www.newmandala.org/indonesias-new-economy-of-speed/
Indonesia Announces Record Drug Seizure Off Sumatra Coast, The Diplomat, 27-05-2025
https://thediplomat.com/2025/05/indonesia-announces-record-drug-seizure-off-sumatra-coast/
Indonesia arrests 285 in drug crackdown and seizes over half a ton of narcotics, The Asahi Shimbun, 24-06-2025https://www.asahi.com/ajw/articles/15861898
ข้อมูลเพิ่มเติมจาก
https://narcotic.fda.moph.go.th/information-about-drugs/metamphetamine