Skip to main content
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์

ในช่วงที่ผ่านมา ข่าวการสังหารเจ้าพ่อค้ายารายใหญ่ในเม็กซิโก 'เอล เมนโช' จากแก๊งฮาลิสโก นิวเจเนอเรชัน ได้ส่งผลสะเทือนเกิดเป็นความรุนแรงบนท้องถนนตามมา เรื่องนี้เป็นบทสะท้อนจากสงครามยาเสพติด 20 ปี ของเม็กซิโก ดินแดนที่ 'คาร์เทล' หรือแก๊งค้ายามีอำนาจอิทธิพลอยู่มาก เรื่องเหล่านี้เป็นมาอย่างไร และทำไมการสังหารเจ้าพ่อค้ายนถึงยังไม่สามารถแก้ปัญหาได้


ภาพจาก: BorderReport

กรณีการปราบปรามแก็งค้ายารายใหญ่ได้ส่งผลสะเทือนต่อเม็กซิโกในช่วงที่ผ่านมา หลังจากที่กองทัพเม็กซิโกมีปฏิบัติการจนทำให้สามารถสังหารหัวหน้าแก็งค้ายา "ฮาลิสโก" คือ เนเมซิโอ โอเซเกรา เซร์บันเตส ผู้มีฉายาว่า "เอล เมนโช" ได้สำเร็จ

แต่ทว่าในเม็กซิโกนั้นก็เต็มไปด้วยกลุ่มแก็งค้ายากลุ่มอื่นๆ รวมถึงลูกน้องของเอล เมนโช ที่ยังคงมีชีวิตอยู่ ทำให้เสี่ยงต่อการแย่งชิงอำนาจและความไม่มั่นคงในประเทศ อีกทั้งหลังจากที่เอล เมนโช ถูกสังหารก็ทำให้มีเหตุรุนแรงตามมาบนท้องถนน โดยมีกลุ่มคนติดอาวุธออกมาก่อเหตุเผารถและปิดกั้นถนนใน 20 รัฐทั่วประเทศ

แองเจลิกา ดูราน มาร์ติเยซ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ภาควิชารัฐศาสตร์ UMass Lowell ที่ศึกษาเรื่องแก๊งอาชญากรรมกับกลุ่มค้ายาฯ ในเม็กซิกันมากว่า 20 ปี กล่าวว่า เวลาที่รัฐบาลเม็กซิกันสังหารพ่อค้ายาที่มีชื่อเสียงมันก็มักจะเกิดความรุนแรงขึ้นแบบนี้ตามมาเป็นประจำ โดยที่ปฏิบัติการสังหารตัวบุคคลของพวกเขาไม่ได้แก้ไขปัญหาความมั่นคงในระดับวงกว้างของประเทศเลย

"เอล เมนโช" คือใคร

เอล เมนโช เป็นหัวหน้าแก๊งค้ายาเสพติดแก๊งใหญ่ในเม็กซิโกชื่อ "ฮาลิสโก นิวเจเนอเรชัน คาเทล" ที่มีฐานอยู่ที่รัฐฮาลิสโก ทางตะวันตกของเม็กซิโก เป็นกลุ่มที่มีอาวุธยุทโธปกรณ์ทางทหารจำนวนมาก

มีข่าวลือว่า เอล เมนโช เคยเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจมาก่อน ก่อนที่จะกลายเป็นพ่อค้ายาเสพติด เขาเริ่มไต่เต้าในโลกใต้ดินในฐานะพ่อค้ายามาตั้วแต่ราวยุค 1990s โดยที่ในปี 1994 เขาเคยถูกสั่งลงโทษจำคุกข้อหาค้าเฮโรอีนในสหรัฐฯ โดยที่เขารับโทษอยู่ 3 ปีก็กลับไปยังเม็กซิโก แล้วก็เข้าไปพัวพันกับแก๊งมิเลนนิโอ ซึ่งเดิมทีเคยเป็นพวกเดียวกับแก๊งค้ายาที่มีอิทธิพลในเม็กซิโกอย่าง แก๊งซินาโลอา ที่มีหัวหน้าคือ "เอล ชาโป" ผู้อื้อฉาว แต่ต่อมาสองแก๊งนี้ก็แตกคอและสู้รบกันเอง

จากข้อมูลโดยส่วนใหญ่ระบุว่า เอล เมนโช ได้ก่อตั้งแก๊งฮาลิสโก นิวเจเนอเรชัน ในราวปี 2010 หลังจากที่มีการสังหารหัวหน้าแก๊งซินาโลอาในยุคนั้น และนับตั้งแต่ปี 2015 เป็นต้นมา แก๊งฮาลิสโกก็เป็นที่รู้จักในฐานะแก๊งที่มักจะทำการโจมตีเจ้าหน้าที่ความมั่นคงของเม็กซิโกอย่างเปิดเผย เช่นยิงเฮลิคอปเตอร์ของทางการตกในปีนั้น นอกจากนี้ยังมีการแผ่อิทธิพลของแก๊งไปทั่วเม็กซิโกรวมถึงในต่างประเทศด้วย

นอกจากเรื่องยาเสพติดแล้ว แก๊งฮาลิสโก ยังหารายได้โดยการจารกรรมน้ำมัน ค้ามนุษย์ และเรียกค่าไถ่ด้วย พวกเขาขยายอิทธิพลโดยมีเครือข่ายในท้องถิ่นที่เข้มแข็งอยู่ทั่วเม็กซิโก รวมถึงผูกมิตรกับแก๊งลักพาตัวค้ามนุษย์แก๊งอื่นๆ สิ่งเหล่านี้ทำให้ฮาลิสโก นิวเจเนอเรชัน กลายเป็นหนึ่งในแก๊งอาชญากรรมเม็กซิโกที่มีอำนาจอิทธิพลมากที่สุดแก๊งหนึ่ง

นอกจากนี้ยังเคยมีรายงานในสื่อเรื่องที่ เอล เมนโช ทำการข่มขู่คุกคามผู้ที่ถูกมองว่าเป็นอุปสรรคขัดขวางเขา เช่น เคยตัดหัวหมูใส่กล่องเก็บความเย็นส่งไปให้กับทนายความเม็กซิกันเพื่อเป็นการข่มขู่ รวมถึงยังเคยโทรไปขู่ผู้บัญชาการตํารวจภูธรว่าจะฆ่าเขาและแม้กระทั่งสุนัขของเขาถ้าหากตำรวจไม่ยอมถอย แต่ก่อนวางสายก็พูดแบบไร้อารมณ์ว่า "โทษทีที่พูดคำหยาบ"

หลังจากที่ เอล เมนโช กลายเป็นเจ้าพ่อค้ายาที่มีอิทธิพลอย่างมาก เขาก็เริ่มใช้เงินจำนวนมากกับเรือดำน้ำ ซึ่งเขาใช้เรือดำน้ำพวกนี้ขนส่งยาเสพติดจากอเมริกาใต้ไปที่สหรัฐฯ โดยมีการจ้างวิศวกรชาวรัสเซียให้มาช่วยออกแบบเรือดำน้ำด้วย

เอล เมนโช กลายเป็นหนึ่งในอาชญากรหลบหนีที่ทางการสหรัฐฯ ต้องการตัวมากที่สุด โดยมีการตั้งเงินรางวัล 15 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ สำหรับผู้ที่ให้ข้อมูลที่นำไปสู่การจับกุม สาเหตุที่เป็นเช่นนี้เพราะยาเสพติดจากแก๊งของ เอล เมนโช ส่งผลกระทบต่อสหรัฐฯ แก๊งของเขาลำเลียงยาเสพติดประเภทต่างๆ เข้าสู่สหรัฐฯ รวมถึงยาเสพติดที่มีฤทธิ์รุนแรงกว่าเฮโรอีนหลายเท่าอย่าง เฟนทานิล

แอนเนตต์ อิดเลอร์ รองศาสตราจารย์ด้านความมั่นคงนานาชาติที่มหาวิทยาลัยอ็อกฟอร์ด กล่าวว่า การเสียชีวิตของ เอล เมนโช มีความสำคัญในเชิงสัญลักษณ์เพราะเขาเป็นคนที่เปลี่ยนแก๊งฮาลิสโกให้กลายเป็นแก๊งอาชญากรรมที่ทรงอิทธิพลระดับโลก ส่วนหนึ่งเป็นเพราะการผลิตยาเฟนทานิลนั้นมีส่วนเชื่อมโยงเม็กซิโกกับจีน และการลอบค้าโคเคนก็มีความเชื่อมโยงกับอเมริกาใต้ โดเฉพาะกับประเทศเอกวาดอร์และโคลอมเบีย

แก๊งฮาลิสโก และ สงครามยาเสพติด

หลังจากที่ เอล เมนโช ตั้งแก๊ง ฮาลิสโก นิวเจเนอเรชัน เขาก็ขยายอิทธิพลของแก๊งอย่างรวดเร็วโดยการเกณฑ์คนทางออนไลน์และมีรูปแบบอาชญากรรมหลายอย่างในการหารายได้ ตั้งแต่การขโมยน้ำมัน, เรียกค่าไถ่, การหลอกลวงการแบ่งเช่าอสังหาริมทรัพย์เป็นเวลาแบบที่เรียกว่าไทม์แชร์, ไปจนถึงการฉ้อโกงรีดไถแบบอื่นๆ

ทางการเม็กซิโกก็เริ่มประกาศสงครามยาเสพติดมาตั้งแต่ปี 2006 ในสมัยประธานาธิบดี เฟลิปเป คัลเดรอน มีตัวเลขผู้เสียชีวิตจากความขัดแย้งในเรื่องนี้ตั้งแต่ปี 2006 จนถึงปัจจุบันอยู่ที่ ประมาณ 463,000 ราย ซึ่งในจำนวนนี้มีนักการเมือง, นักศึกษา และนักข่าว รวมอยู่ด้วย

แก๊งค้ายาเม็กซิโกได้ทำการลำเลียงโคเคน เฮโรอีน เมทแอมเฟตามีน (ยาบ้า) และเฟนทานิลเข้าสู่สหรัฐฯ โดยที่ทางการสหรัฐฯ ได้ระบุให้แก๊งฮาลิสโกและแก๊งซินาโลอาว่าเป็นแก๊งหลักๆ ที่ลักลอบส่งเฟนทานิลสู่สหรัฐฯ

ทั้งนี้ ทางการสหรัฐฯ ยังได้ให้ความช่วยเหลือแก่เม็กซิโกในเรื่องการปราบปรามแก๊งค้ายา โดยให้งบหลายพันล้านดอลลาร์ในการพัฒนากองทัพให้เป็นสมัยใหม่ ปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม และให้งบโครงการพัฒนาเพื่อหวังว่าจะลดปัญหาการเข้าเมืองอย่างผิดกฎหมายของชาวเม็กซิโก

แต่ถึงแม้ว่ารัฐบาลสหรัฐฯ จะให้การช่วยเหลือเม็กซิโกมาตลอดทั้งในสมัยรัฐบาลพรรคเดโมแครตและพรรครีพับลิกันรวมถึงสมัยอดีตประธานาธิบดีโจ ไบเดน แต่เม็กซิโกก็ยังคงมีปัญหาเรื่องแก๊งค้ายาเสพติดอยู่

ในการวิเคราะห์ของ Council on Foreign Relations (CFR) ระบุว่าในรัฐบาลสมัยหลังๆ ของเม็กซิโกนั้นมักจะเน้นการวางกำลังของหน่วยความมั่นคงเป็นหลักซึ่งยิ่งทำให้เกิดความรุนแรงมากขึ้น

ในสมัยของ คัลเดรอน ปี 2006-2012 นั้น เขาได้วางกำลังทหารหลายแสนนายเพื่อเป็นกำลังเสริม หรือในบางกรณีก็มีการใช้ทหารเข้ามาแทนที่ตำรวจที่เขามองว่าทุจริต นอกจากนี้ยังมีความช่วยเหลือจากสหรัฐฯ ทำให้ในยุคของคัลเดรอนสามารถปราบปรามหัวหน้าแก๊งค้ายาได้จำนวนมาก แต่ทว่าก็ได้สร้างปัญหาใหม่ขึ้นมาเพราะมันทำให้เกิดแก๊งค้ายาเล็กๆ ที่มีความรุนแรงมากกว่าแตกตัวเพิ่มขึ้นหลายแก๊ง นอกจากนี้ยังมีข้อวิจารณ์ว่าทหารเม็กซิโกไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ในส่วนของตำรวจได้ดีเท่า ทำให้เกิดคดีฆาตกรรมในยุคนั้นมากถึง 120,000 กรณี

ในยุคต่อมาคือ ยุคประธานาธิบดี เอ็นริเก เปญา นีเอโต ระหว่างปี 2012-2018 เขาบอกว่าจะเน้นเรื่องการลดความรุนแรงต่อพลเรือนและต่อธุรกิจมากกว่าจะเน้นเรื่องการเด็ดหัวเจ้าพ่อค้ายา โดยที่นีเอโต เน้นการผสมผสานระหว่างการใช้กำลังทหารกับตำรวจในการต่อสู้กับแก๊งค้ายา นอกจากนี้ยังสร้างหน่วยงานตำรวจแห่งชาติใหม่ซึ่งเป็นหน่วยแบบตำรวจกึ่งทหารหรือ "ฌ็องดาร์เมอรี" ประกอบด้วยเจ้าหน้าที่หลายพันนาย

ในยุคของ นีเอโต นั้นมีกรณีการฆาตกรรมลดลงในช่วงปีแรกๆ แต่พอถึงปี 2015 ก็เริ่มมีกรณีการฆาตกรรมเพิ่มขึ้นถึงระดับสูงสุดในประวัติศาสตร์เม็กซิโกยุคใหม่ มีผู้เชี่ยวชาญมองว่าเรื่องนี้เป็นเพราะผลพวงต่อเนื่องจากวิธีการจัดการกับเจ้าพ่อค้ายาสมัยก่อน รวมถึงปัจจัยเรื่องการแก่งแย่งอิทธิพล และความแตกแยกของแก๊งค้ายาเอง

ในยุคสมัยของ อันเดรส มานูเอล โลเปซ โอบราดอร์ หรือ AMLO ปี 2018-2024 เขาได้ประกาศว่าจะปรับรูปแบบการแก้ปัญหาเรื่องยาเสพติดออกจากวิธีเดิมคือการใช้กำลังทหาร หันมาเน้นเรื่องการเพิ่มความร่วมมือด้านความมั่นคงในภูมิภาคและลดเหตุฆาตกรรม รวมถึงมีความพยายามสร้างโอกาสด้านอาชีพการงานเพื่อหวังจะให้พัฒนาการด้านเศรษฐกิจสังคมเป็นตัวช่วยแก้ปัญหาเรื่องนี้ อีกทั้งยังมีโครงการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชัน รวมถึงการขัดขวางท่อน้ำเลี้ยงของแก๊งค้ายาด้วย

แต่คำพูดและการกระทำก็อาจจะสวนทางกันในกรณีของ AMLO มีผู้เชี่ยวชาญวิจารณ์ว่า AMLO ยังใช้วิธีวางกำลังทหารแบบเดิมที่เคยทำแล้วไม่ประสบความสำเร็จ นอกจากนี้ AMLO ยังถูกเพ่งเล็งเรื่องข้อกล่าวหาว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับแก๊งค้ายา เกี่ยวพันกับนักการเมืองสหรัฐฯ และมีสายสัมพันธ์กับกองทัพซึ่งทำให้เกิดความไม่พอใจจากกลุ่มผู้เรียกร้องให้กับชาวเม็กซิกันที่หายสาบสูญ

ประธานาธิบดีสมัยปัจจุบันคือ คลอเดีย เชนบาม ปี 2024-ปัจจุบัน ก็ให้คำมั่นว่าจะลดปัญหาความรุนแรงในเม็กซิโก มีการดำเนินนโยบายสืบเนื่องจาก AMLO คือเน้นการยุทธศาสตร์การพัฒนามากกว่าการใช้กำลัง อย่างไรก็ตามเธอก็ยังจำเป็นต้องใช้กองทัพและกองกำลังป้องกันชาติในการวางกำลังปฏิบัติการในรัฐที่มีความรุนแรงจากแก๊งค้ายา แต่ในยุคของเชนบามก็มีการอาศัยเรื่องข่าวกรองมากขึ้นในปฏิบัติการโดยเน้นการติดตามเส้นทางและการขัดขวางช่องทางเครือข่ายอาชญากรรม

อย่างไรก็ตามวิธีการสู้รบกับแก๊งค้าในแบบของรัฐบาลของเชนบาม ก็ยังถูกมองว่าไม่ได้ช่วยแก้ปัญหาวิกฤตที่เกิดขึ้นในเม็กซิโกตอนนี้ ซึ่งก็คือปัญหาเรื่องการอุ้มหาย รวมถึงไม่ได้แก้ปัญหาเรื่องสิทธิมนุษยชนที่เกิดขึ้นในเม็กซิโกด้วย

ปัญหาสิทธิมนุษยชนในเม็กซิโก

ในแง่ที่ว่าการสังหารหัวหน้าแก๊งค้ายาแต่อย่างเดียวก็ยังไม่ได้แก้ปัญหานั้น เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นให้เห็นจริงในเม็กซิโกในช่วงที่ผ่านมา เพราะผลพวงที่ตามมาคือกลุ่มแก๊งค้ายาที่ไร้ผู้นำก็จะเริ่มทำการโต้ตอบทางการเพื่อพยายามแก้แค้น บ้างก็มีการโจมตีแบบไม่สนเป้าหมายว่าจะเป็นทหาร ตำรวจ หรือพลเรือน

อีกทั้งสิ่งที่จะเกิดตามมาอีกคือความรุนแรงจากกลุ่มแก๊งค้ายาที่แย่งอำนาจกันเองว่าใครจะเป็นผู้นำคนต่อไป เรื่องนี้แสดงให้เห็นว่าการสังหารหัวหน้าแก๊งจะนำมาซึ่งความรุนแรงมากกว่าเดิมจากกลุ่มแก๊งที่กำลังแตกแยกเหล่านี้ และในระยะยาวแล้วเป็นวิธีการที่ไม่สามารถรื้อถอนเครือข่ายแก๊งค้ายาได้ทั้งหมด หรือแม้กระทั่งจะลดขนาดของกลุ่มเหล่านี้ลงได้

ไม่เพียงเท่านั้น ในช่วงที่ผ่านมากลุ่มเสรีภาพพลเมือง กลุ่มนักข่าว และเจ้าหน้าที่ทางการต่างประเทศ ต่างก็วิจารณ์เม็กซิโกว่า ยังคงปล่อยให้เกิดเหตุละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างกว้างขวาง โดยมีผู้กระทำคือทั้งกองทัพ ตำรวจ และแก๊งค้ายา มีการทารุณกรรม วิสามัญฆาตกรรม และการบังคับให้สูญหายนับตั้งแต่ปั 2006-2026 มีผู้ถูกบังคับให้สูญหายแล้วมากกว่า 130,000 ราย ซึ่งส่วนใหญ่แล้วผู้ก่อเหตุคือแก๊งค้ายา ความพยายามจะค้นหาหรือดำเนินคดีในเรื่องนี้ก็เผชิญปัญหาความไร้ประสิทธิภาพของภาครัฐ การคอร์รัปชัน รวมถึงการถูกคุกคามจากความรุนแรงของแก๊งค้ายา

หนึ่งในตัวอย่างอื้อฉาวที่เกิดขึ้นในเม็กซิโก คือ เหตุการณ์ลักพาตัวหมู่นักศึกษา 43 ราย ที่รัฐเกร์เรโร เมื่อปี 2014 และมีการต้องสงสัยว่าพวกเขาจะถูกนำตัวไปสังหาร เรื่องนี้ทำให้เกิดการประท้วงใหญ่ตามมา เพราะประชาชนมองว่าเจ้าหน้าที่รัฐไร้ประสิทธิภาพหรือไม่เช่นนั้นก็มีส่วนรู้เห็นในการก่อเหตุ

จากการสืบสวนในเวลาต่อมาเกี่ยวกับกรณีรัฐเกร์เรโรพบว่า ตำรวจ ทหาร และ เจ้าหน้าที่ตุลาการ ต่างก็สมรู้ร่วมคิดกับแก๊งค้ายาในการก่อเหตุลักพาตัวหมู่และปกปิดสิ่งที่เกิดขึ้น

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา กลุ่มศาลเตี้ย ที่เรียกตัวเองว่า "ออโตดีเฟนนาส" ได้พยายามอุดช่องโหว่หน่วยงานความมั่นคงที่ไม่สามารถปกป้องชุมชนจากกลุ่มแก๊งอาชญากรรมได้ กลุ่มศาลเตี้ยนี้กลายเป็นหน่วยรบประชาชนที่ต่อต้านแก๊งค้ายาในรัฐเกร์เรโรและรัฐมิโชอากัน แต่ก็มีกลุ่มศาลเตี้ยบางส่วนที่ก่อเหตุละเมิดสิทธิมนุษยชนเสียเอง เช่นมีการเกณฑ์เด็กมาเป็นกำลังรบ มีข้อกล่าวหาเรื่องที่ยังคงความสัมพันธ์กับแก๊งอาชญากรรมบางกลุ่มเพื่อแลกเปลี่ยนกับอาวุธและการคุ้มครอง หรือถึงขั้นตั้งตัวกลายเป็นกลุ่มแก๊งอาชญากรรมเสียเอง


เรียบเรียงจาก
Mexico’s Long War: Drugs, Crime, and the Cartels, CFR, 23-02-2026
Who was ‘El Mencho’? What drug lord’s killing means for Mexico, Aljazeera, 23-02-2026
Violent aftermath of Mexico’s ‘El Mencho’ killing follows pattern of other high‑profile cartel hits, The Conversation, 24-02-2026
 

ข้อมูลเพิ่มเติมจาก
https://en.wikipedia.org/wiki/Mexican_drug_war

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง