Skip to main content
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์

เครือข่ายภาคประชาสังคมสายสาธารณสุขเคลื่อนไหวเรียกร้องความเป็นธรรมให้ 'หมอสุภัทร' จากรณีถูกตั้งเรื่องสอบแบ่งจัดซื้อชุดตรวจ ATK  มาช่วยตรวจในกรุงเทพช่วงการระบาดโควิด-19 ปี 64 โดยที่ไม่เคยเรียกเจ้าตัวไปชี้แจงให้ข้อมูล เครือข่ายเรียกร้องขอให้เปิดผลสอบสวนให้ความเป็นธรรม พรุ่งนี้เตรียมยื่นหนังสือถึง 'ภูมิธรรม' ที่ทำเนียบ 10 โมง

18 ส.ค. 2568 เวลา 11.00 น. ศูนย์คุ้มครองสิทธิบัตรทอง 7 โซน 50 เขต กทม. ร่วมกับกลุ่มคนรักหลักประกันสุขภาพ และเครือข่ายผู้ป่วยเรื้อรัง รวมกว่า 23 หน่วยทำงานในพื้นที่ชุมชน ร่วมกันเรียกร้องความเป็นธรรมให้หมอสุภัทร ฮาสุวรรณากิจ ผอ.รพ.สะบ้าย้อยที่กำลังจะถูกให้ออกจากราชการ เพราะพาแพทย์ชนบทเข้ากรุงเทพมาช่วยตรวจคัดกรองโรคโควิด 19 ให้ประชาชนในช่วงสถานการณ์โควิด เมื่อปี 2564

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

ก่อนหน้านี้ เมื่อเสาร์ที่ 16 ส.ค. ที่ผ่านมา นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณากิจ ผอ.รพ.สะบ้าย้อยได้สื่อสารผ่านเฟสบุ๊คส่วนตัวว่า “ผมกำลังจะถูกให้ออกจากราชการ” พร้อมยืนยันเจตนาบริสุทธิ์ แบ่งจัดซื้อชุดตรวจ ATK ตามสถานการณ์หน้างานที่ไม่อาจคาดได้  ตลอดช่วง ก.ค.- ส.ค. 64 ได้ตรวจประชาชนใน กทม.ไปทั้งหมด 192,905 คน พบผู้ติดเชื้อและได้จ่ายยาไปมากถึง 22,451 คน

หลังการโพสต์ของนพ.สุภัทร ก่อเกิดความเคลื่อนไหวในวงกว้าง เกิดการตั้งคำถามถึงความชอบธรรมของกระบวนการทำงานของคณะกรรมการสอบสวนทางวินัยอย่างร้ายแรง ที่นับตั้งแต่มีการตั้งข้อกล่าวหา จนกระทั่งสอบสวนและมีมติให้ นพ.สุภัทร ออกจากราชการ ยังไม่เคยเรียกให้ นพ.สุภัทร เข้าไปให้ข้อมูล ข้อเท็จจริงสักครั้ง...หลายฝ่ายติติงว่าข้อกล่าวหาต่อ นพ.สุภัทร ส่อเป็นการกลั่นแกล้ง เมื่อท่ามกลางสถานการณ์ระบาดอย่างวิกฤตของโรคโควิด 19 โรงพยาบาลต่างมีการแบ่งซื้อชุดตรวจออกเป็นหลายครั้งทั้งนั้น เหตุไม่สามารถคาดการณ์จำนวนผู้ป่วยและการระบาดที่ชัดเจนได้

ณ ห้องประชุมสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน กว่า 23 หน่วยทำงานในพื้นที่ชุมชน จึงมาร่วมกันให้ข้อมูล แสดงจุดยืน ทั้งหมดยืนยัน พร้อมยืนหยัดเคียงข้าง นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณากิจ และให้ความร่วมมือต่อคณะกรรมการสอบสวนของทุกฝ่ายหากต้องการให้เข้าไปให้ข้อมูล  ข้อเท็จจริง

เตือนใจ เกษมศรี ผู้ประสานงานศูนย์คุ้มครองสิทธิบัตรทอง เครือข่ายสลัมสี่ภาค เล่าย้อนถึงการได้มีโอกาสร่วมทำงานกับ นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณากิจ ผอ.รพ.สะบ้าย้อย ในช่วงการระบาดของโรคโควิด-19 ว่า

“ตอนที่คุณหมอลงมาช่วย เราเครือข่ายสลัมสี่ภาคดูแลชุมชนอยู่ถึง 80 ชุมชน ทั่ว กทม. เราไม่มีใครรู้ว่าจะมีการระบาดขึ้นแล้วเราจะต้องรับมืออย่างไร  ในชุมชนเรามีการตีตรากันถ้ามีใครป่วย แล้วระบบสาธารณสุขตอนนั้นรับไม่ได้ รับไม่ไหว ที่ตรวจอย่างที่หลายคนทราบ หาตรวจยาก ATK ก็ราคาแพง ตามโรงพยาบาลก็มีน้อยจุดมากที่จะหาตรวจ คัดกรองได้ เป็นวิกฤตที่ใหญ่หลวงมากของ กทม.ในช่วงเวลานั้น” 

“เราคุยกับหลายฝ่ายเพื่อเป็นทีมทำงานช่วยกันกับหมอสุภัทร ลงจุดตรวจ  คุณยายคนหนึ่งถามเรา ว่าเขาจะตายไหม มันเข้ามาในใจเพราะโรงพยาบาลเต็มหมด รพ.สนามก็ไม่พอ แล้วโรคนี้มันป่วยง่าย ตายไว เมื่อคุณหมอเข้ามา มันเป็นความหวังของคน กทม. ที่จะได้รับรักษา ที่จะรู้ได้เร็วว่าตนเองป่วย การทำงานกับคุณหมอ เราประชุมพูดคุยกัน แบ่งงานกันเพื่อลงชุมชน จนถึง ตี 1-2 การที่ทีมคุณหมอมาช่วยตอนนั้น ทำให้เรามีแกนนำการทำงานที่ชัดเจน มีความรู้และลดการเจ็บป่วย ล้มตายได้มาก”

ฐิตินัดดา รักกู้ชัย ผู้ประสานงานศูนย์คุ้มครองสิทธิบัตรทอง มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค กล่าวว่า “ในช่วงเวลานั้น ชุดตรวจ ATK หาตรวจได้ยากมาก การขอเข้าตรวจประชาชนต้องจองคิวข้ามวัน กว่าจะได้ตรวจยากมาก ถึงมีเงินก็เข้าไม่ถึง พอเราได้รับการประสานว่าจะมีทีมแพทย์ชนบทเข้ามาช่วยตรวจคัดกรอง เราตอบรับทันที คือถึงเรากลัว แต่มันมีประโยชน์กับประชาชนอย่างมาก หมออยู่ภาคใต้ยังขึ้นมาช่วยแล้วเราอยู่กรุงเทพอยู่แล้ว ทำไมเราถึงจะไม่เข้าไปช่วยหมอ เราไปช่วยกับคุณหมอบางวันถึง 4-5 ทุ่ม เราออกมาวันนี้เพราะเห็นว่าสิ่งที่คุณหมอกำลังได้รับมันไม่ยุติธรรม เราจึงอยากออกมาให้กำลังใจ”

กรรณิการ์ กิจติเวชกุล ผู้ดำเนินงานแถลงการณ์กล่าวว่า ตนได้ติดตามกระบวนการสอบสวน นพ.สุภัทรมาอย่างต่อเนื่องอีกทั้งในช่วงการระบาดของโรคโควิด-19 ยังได้มีประสบการณ์ทำงานเป็นอาสาสมัครช่วยการตรวจ คัดกรองโรคโควิด-19 ร่วมกับ นพ.สุภัทร หลังจากนั้นยังได้ตรวจสอบข้อมูลอย่างรอบด้านแล้ว กว่า 23 หน่วยทำงานในพื้นที่ชุมชนที่มารวมตัวกันในวันนี้ จึงมีแถลงการณ์ข้อเรียกร้อง 2 ข้อคือ

  1. ให้คณะกรรมการเปิดเผยข้อมูลและหลักฐานการสอบสวนที่ให้ออกจากราชการว่าทำผิดในเรื่องใด  ได้พิจารณาข้อมูล หลักฐาน ระเบียบสถานการณ์ขณะนั้นอย่างครบถ้วนหรือไม่ อย่างไร  โดยเฉพาะแนวทางปฏิบัติในการจัดซื้อจัดจ้างพัสดุ สำหรับการป้องกัน ควบคุม หรือรักษาโรคโควิด 19
  2. ขอให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขให้ความเป็นธรรมกับ นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณากิจ

องค์กรภาคประชาสังคม คณะทำงานในพื้นที่ชุมชนทั้งหมดที่ได้มาร่วมแถลงการณ์  แสดงจุดยืนเคียงข้าง นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณากิจ ในวันนี้จะเดินทางเข้ายื่นหนังสือ 2 ข้อเรียกร้องต่อ ภูมิธรรม เวชยชัย รักษาการนายกรัฐมนตรี   ในวันอังคารที่ 19 ส.ค. เวลา 10.00 ณ ทำเนียบรัฐบาล

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง