รายงานพิเศษจากสื่อ Truthout ถอดบทเรียนสหภาพแรงงาน Amazon ในอิตาลี ที่ประสบความสำเร็จจากการหยุดงานประท้วงเมื่อเดือนเมษายน 2025 มีพนักงานเข้าร่วม 85% ทั่วประเทศ ทำให้ได้ข้อตกลงใหม่ปรับเพิ่มค่าจ้าง ลดชั่วโมงทำงาน และเพิ่มสิทธิประโยชน์ต่างๆ ซึ่งต่างจากแรงงาน Amazon ในประเทศอื่น ที่การประท้วงมีขนาดเล็กและไม่ส่งผลกระทบมาก ทั้งนี้สหภาพแรงงานในสหรัฐฯ เยอรมนี อังกฤษ และอินเดีย ต้องลงทุนทรัพยากรมหาศาลและวางแผนการประท้วงใหญ่พอที่จะหยุดการดำเนินงานของ Amazon เพื่อบีบให้บริษัทมาเจรจาเหมือนที่เกิดขึ้นในอิตาลี

พนักงานขับรถส่งของ Amazon หยุดงานประท้วงในโบโลญญา ประเทศอิตาลี เมื่อวันที่ 18 เมษายน 2025 ป้ายประท้วงเรียกร้องให้เพิ่มค่าจ้างและลดภาระน้ำหนักพัสดุสำหรับพนักงานขับรถ | ที่มาภาพ: Giuseppe Picconetti/Truthout
Amazon อาจเป็นหนึ่งในยักษ์ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ระบบทุนนิยม แต่เมื่อเผชิญหน้ากับพลังแรงงานที่สามารถทำให้ระบบหยุดชะงักได้ แม้แต่ผู้บริหารระดับสูงก็ต้องยอมถอย
นี่คือบทเรียนสำคัญจากอิตาลี ที่พนักงานขับรถส่งของ Amazon ได้ลงมติเห็นชอบข้อตกลงใหม่ในเดือนกรกฎาคม 2025 ซึ่งช่วยปรับปรุงค่าจ้างและสิทธิในการทำงาน พร้อมลดชั่วโมงการทำงานลงเล็กน้อย ข้อตกลงนี้เป็นผลมาจากการเจรจาระหว่างสหภาพแรงงานอิตาลี 3 แห่งกับสมาคมบริษัทรับเหมาของ Amazon หลังจากการหยุดงานครั้งใหญ่เมื่อวันที่ 18 เมษายน 2025 ที่ทำให้เครือข่าย Amazon ทั่วประเทศหยุดชะงักไปทั้งหมด
ข้อตกลงใหม่และความก้าวหน้าจากอดีต

พนักงานขับรถที่หยุดงานประท้วงนอกสถานีส่งของ Amazon ในโบโลญญา ประเทศอิตาลี เมื่อวันที่ 18 เมษายน 2025 | ที่มาภาพ: Giuseppe Picconetti/Truthout
ข้อตกลงใหม่นี้เป็นการต่อยอดจากสัญญาสำคัญที่ทำไว้ในปี 2021 หลังการประท้วงทั่วประเทศของคนทำงานคลังสินค้าและพนักงานขับรถ สัญญาในปี 2021 ได้รับรองสิทธิด้านสุขภาพและความปลอดภัย ภาระงาน เวลาทำงาน และการเพิ่มค่าจ้างพร้อมโบนัสให้แก่คนทำงาน โดยเป็นการต่อยอดจากข้อตกลงค่าจ้างในอุตสาหกรรมโลจิสติกส์ที่ Amazon เป็นผู้ลงนาม
สำหรับข้อตกลงล่าสุด ประกอบด้วยการปรับเพิ่มค่าจ้างและโบนัสผลงานของพนักงานขับรถอย่างค่อยเป็นค่อยไปในช่วง 3 ปีข้างหน้า ลดเวลาทำงานต่อสัปดาห์จาก 42 ชั่วโมงเหลือ 41 ชั่วโมง แต่จะมีผลบังคับใช้ในปี 2027 นอกจากนี้ยังเพิ่มสัดส่วนคนทำงานที่มีสัญญาจ้างระยะยาวจาก 60% เป็น 65% เพื่อให้ความมั่นคงมากกว่าสัญญาชั่วคราวตามกฎหมายอิตาลี และลดตำแหน่งสัญญาชั่วคราวที่เอาเปรียบคนทำงาน
คนทำงานยังได้รับสิทธิหยุดงานในกรณีเกิดน้ำท่วมหรือคลื่นความร้อนรุนแรง ซึ่งเป็นการแจ้งเตือนอากาศสีแดงที่พบเห็นมากขึ้นในยุคโลกร้อน และการทำงานในวันหยุดบางวันจะเปลี่ยนเป็นระบบสมัครใจ
แม้จะเป็นก้าวไปข้างหน้า แต่ยังห่างไกลจากความสมบูรณ์แบบ ทั้งที่ผลโหวตของคนทำงานผ่านอย่างท่วมท้นเกือบ 90% แต่ก็มีพนักงานขับรถบางส่วนไม่พอใจว่าผลประโยชน์ที่ได้มีเล็กน้อยเกินไป และบางข้อจะไม่เกิดผลอีกหลายปี ทำให้ค่าครองชีพที่สูงขึ้นจะกัดกินรายได้ พวกเขาเห็นว่าผู้นำสหภาพแรงงานควรพิจารณาจัดการประท้วงที่รุนแรงกว่านี้
"ที่สถานีส่งของของผมในโบโลญญา เราแทบทั้งหมดโหวตคัดค้าน มีแค่ราว 7 คนที่โหวต 'เห็นด้วย' ผมและเพื่อนร่วมงานอีกราว 45 คนโหวต 'ไม่'" พนักงานขับรถคนหนึ่งกล่าวกับ Truthout โดยไม่เปิดเผยชื่อเพื่อเลี่ยงการถูกตอบโต้ "เราคิดว่าเราสามารถทำการหยุดงานอีกรอบ เพราะเราต้องการเงินมากกว่านี้"
ความแตกต่างระหว่างอิตาลีกับประเทศอื่น

คนทำงาน Amazon ชาวอิตาลีหยุดงานประท้วงในเดือนเมษายน 2025 พร้อมป้ายข้อความ "ไม่มีเงิน ไม่มีพัสดุ" | ที่มาภาพ: Giuseppe Picconetti/Truthout
ถึงอย่างนั้น คนทำงาน Amazon ในอิตาลีก็ยังมีสิทธิในสัญญาที่ดีกว่าคนทำงานในประเทศอื่นอย่างมาก พนักงานขับรถในสหรัฐอมริกา ญี่ปุ่น และประเทศอื่นต้องทำงานหนักมาก คนทำงานในอินเดียแทบไม่ได้พักแม้ในคลื่นความร้อน 49 องศาเซลเซียส ส่วนในสหราชอาณาจักรต้องรับมือกับ "สัญญาศูนย์ชั่วโมง" ซึ่งแทบไม่มีการรับประกันงานที่จ่ายเงิน
คนทำงาน Amazon ในประเทศเหล่านี้มีการหยุดงานบ้าง แต่ไม่เคยมีขอบเขตและผลกระทบใหญ่เท่าที่เกิดขึ้นในอิตาลี การหยุดงานที่เป็นข่าวดังในประเทศเหล่านี้มักจะตรงกับช่วง Black Friday หรือช่วงยอดขายสูงสุด เป็นการรวมตัวเล็กๆ ของคนทำงานพร้อมผู้สนับสนุนในชุมชน ขณะที่ภายในโรงงาน ระบบคัดแยกและจัดส่งยังทำงานเกือบปกติ
การประท้วงลักษณะนี้เรียกว่า "การหยุดงานเพื่อการสาธิต" ซึ่งสร้างกระแสข่าวและเพิ่มความมั่นใจ แต่ไม่เพียงพอที่จะบีบ Amazon ให้มาเจรจา แม้จะเป็นก้าวเล็กๆ แต่ก็ยังห่างไกลจากการสร้างแรงกดดันจริง
บางกรณีมีการหยุดงานที่จริงจังกว่านี้ เช่น เมื่อปี 2023 คนทำงานในเดลี ประเทศอินเดีย ถูกแจ้งว่าโกดังจะปิด พวกเขาจึงจัดการยึดสถานที่ประท้วงนานหนึ่งสัปดาห์และปิดทางเข้าออก สุดท้ายได้ค่าชดเชยที่ดีกว่าเดิม ถือเป็นชัยชนะสำคัญของสหภาพแรงงาน AIWU ที่เพิ่งก่อตั้งใหม่
ในอังกฤษ คนทำงานในโคเวนทรีหยุดงานต่อเนื่อง 2 ปี รวม 38 วัน ส่งผลกระทบต่อศูนย์ BHX4 การหยุดงานซึ่งนำโดยสหภาพแรงงาน GMB และมีคนทำงานเข้าร่วมประมาณ 1,000 คน จากทั้งหมด 3,000 คน ทำให้ได้ขึ้นค่าจ้างถึง 28.5% ซึ่งสูงที่สุดในยุโรปตามข้อมูลของ ทอม วิคเกอร์ (Tom Vickers) ศาสตราจารย์จากมหาวิทยาลัย Nottingham Trent
แต่แม้การหยุดงานเหล่านี้จะแข็งกร้าว ก็ยังไม่ใหญ่เท่าในอิตาลี การหยุดงานเมื่อเดือนเมษายน 2025 ในอิตาลีมีการเข้าร่วมถึง 85% ทั่วประเทศ และบางเมืองถึง 100% ซึ่งต่อยอดจากการหยุดงานในปี 2021 ที่มีคนทำงานเข้าร่วมกว่า 30,000 คน หรือมากกว่า 70% ของแรงงาน Amazon ในประเทศ
เมื่อเทียบกับสหรัฐอมริกา การหยุดงานของสหภาพแรงงาน Teamsters ในเดือนธันวาคม 2024 ที่ผ่านมามีการเข้าร่วมเพียงประมาณ 10% ของ 8 ศูนย์กระจายสินค้าที่เกี่ยวข้อง และสูงสุดแค่ 25% ในควีนส์ นิวยอร์ก ส่วนในเยอรมนี สหภาพแรงงาน ver.di รายงานว่ามีการเข้าร่วม 20-40% ในบางคลัง ซึ่งถือว่าดีแต่ยังเป็นส่วนน้อย
บทเรียนสำหรับสหภาพแรงงานทั่วโลก

พนักงานขับรถที่หยุดงานประท้วงและใช้รถส่วนตัวของพวกเขาปิดกั้นทางเข้าสถานีส่งของ Amazon ในโบโลญญา ประเทศอิตาลี เมื่อวันที่ 18 เมษายน 2025 | ที่มาภาพ: Giuseppe Picconetti/Truthout
แรงงานอิตาลีสะสมประสบการณ์การหยุดงานมาตั้งแต่ปี 2017 รวมถึงการประท้วงใหญ่ในปี 2020 ที่ Piacenza ซึ่งนานถึง 13 วันในช่วง COVID-19 และบีบให้ Amazon ยอมเพิ่มมาตรการความปลอดภัย ล่าสุด หลังการหยุดงานของพนักงานขับรถ บริษัทคู่สัญญาแห่งหนึ่งของ Amazon พยายามลงโทษสมาชิกสหภาพแรงงาน 8 คน แต่เมื่อแรงงานขู่จะหยุดงานอีก บริษัทก็ต้องยกเลิกโทษทันที นี่แสดงให้เห็นว่า การประท้วงเป็นเหมือนกล้ามเนื้อ ยิ่งใช้บ่อยก็ยิ่งแข็งแรง
ลองจินตนาการว่าถ้าในอังกฤษ สหภาพแรงงาน GMB ไม่ได้ประท้วงแค่โกดังเดียว แต่ทำทั่วประเทศ หรือถ้าในสหรัฐอมริกาสหภาพแรงงาน Teamsters ลงทุนทรัพยากรมากพอที่จะทำให้มีการหยุดงานพร้อมกันหลายร้อยแห่งในช่วงยอดขาย สิ่งนี้จะทำลายห่วงโซ่อุปทานของ Amazon และบีบให้บริษัทต้องเจรจา
สหภาพแรงงานในสหรัฐอมริกาและประเทศอื่นต้องทุ่มทรัพยากรหลายเท่ามากกว่าปัจจุบัน ตอนนี้สหภาพแรงงาน Teamsters ลงทุนปีละประมาณ 10 ล้านดอลลาร์ เพื่อจัดตั้งแรงงานใน Amazon ซึ่งเป็นบริษัทที่มีมูลค่าตลาด 2.4 ล้านล้านดอลลาร์ และมีเงินสดเกือบ 100 พันล้านดอลลาร์ การลงทุนระดับนี้ไม่เพียงพอแน่นอน
ปัจจุบัน สหภาพแรงงานในสหรัฐอมริการวมกันมีสินทรัพย์ประมาณ 35 พันล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 225% ตั้งแต่ปี 2010 แล้วการลงทุนจริงๆ อยู่ที่ไหน
ผู้นำสหภาพต้องฟังเสียงแรงงานที่เรียกร้องสิ่งที่กล้าหาญ การเคลื่อนไหวจะเกิดขึ้นจากข้อเรียกร้องที่เปลี่ยนแปลงและสร้างแรงบันดาลใจ เช่น ในสหรัฐอเมริกา มีแรงงานเรียกร้องค่าแรงขั้นต่ำ 30 ดอลลาร์ต่อชั่วโมง ซึ่งสูงกว่าค่าจ้างเริ่มต้นที่ประมาณ 19 ดอลลาร์ต่อชั่วโมง ข้อเรียกร้องแบบนี้ควรถูกผลักดัน พร้อมกับแนวคิด "ค่าแรงที่เพียงพอต่อการดำรงชีพสำหรับแรงงาน Amazon ทุกคน" โดยเฉพาะเมื่อบริษัททำกำไร 59 พันล้านดอลลาร์ในปี 2024 และเจฟฟ์ เบซอส (Jeff Bezos) มีทรัพย์สินกว่า 240 พันล้านดอลลาร์จากแรงงานเหล่านี้
บางคนอาจบอกว่าบทเรียนจากอิตาลีใช้ไม่ได้ในที่อื่น เพราะสภาพแวดล้อมการจัดตั้งดีกว่า ซึ่งก็เป็นความจริงบางส่วน เนื่องจากกฎหมายอิตาลีเอื้อต่อแรงงานเพราะประวัติการต่อสู้ที่ยาวนาน แต่การจัดตั้งที่นั่นก็ไม่ง่าย นายกรัฐมนตรี จอร์เจีย เมโลนี (Giorgia Meloni) และรัฐบาลขวาจัดก็ออกกฎหมายจำกัดการประท้วง และคนทำงานเองก็รู้สึกว่าสหภาพแรงงานมักจะไม่กล้าเรียกร้องสิ่งที่ท้าทายกว่า
สิ่งที่สหภาพแรงงานอิตาลีแสดงให้โลกเห็นคือ Amazon จะยอมมาเจรจาได้ ก็ต่อเมื่อการหยุดงานประท้วงใหญ่พอที่จะทำให้บริษัทหยุดการดำเนินงาน การทำแบบเดียวกันในประเทศอื่นเป็นเรื่องยากมาก โดยเฉพาะในประเทศที่มีสมาชิกสหภาพแรงงานจำนวนน้อย และไม่มีกฎหมายหรือประเพณีการประท้วงเหมือนอิตาลี
หากต้องการทำเหมือนอิตาลี สหภาพในสหรัฐอมริกา เยอรมนี อังกฤษ อินเดีย และประเทศอื่นๆ ต้องใช้เงินและกำลังคนจำนวนมหาศาล พร้อมวางแผนการรณรงค์ที่แกร่งกล้า เพื่อให้ Amazon ยอมมาเจรจาในที่สุด
