Skip to main content
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์

ก่อนฟุตบอลโลก 2026 เปิดฉากที่เม็กซิโกซิตีวันที่ 11 มิถุนายน นี้ แรงงานใน 3 ชาติเจ้าภาพลุกขึ้นต่อรองพร้อมกันเป็นประวัติการณ์ พนักงานสนาม SoFi Stadium ในลอสแอนเจลิสลงมติ 96% อนุมัตินัดหยุดงานก่อนบรรลุข้อตกลงเบื้องต้นวันที่ 8 มิถุนายน ครูเม็กซิโกหลายพันคนปิดถนนหน้าสนาม Azteca เพียง 48 ชั่วโมงก่อนพิธีเปิด ขณะที่แคนาดา แรงงานขนส่งในโทรอนโตและแวนคูเวอร์ขู่หยุดงานเส้นเลือดหลักของมหกรรม ทั้งหมดใช้สายตาที่โลกจับจ้องเป็น "หน้าต่างอำนาจต่อรอง" ที่ทรงพลังที่สุดในรอบหลายปี

  • ก่อนฟุตบอลโลก 2026 เปิดฉาก แรงงานใน 3 ชาติเจ้าภาพประท้วงพร้อมกันเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ฟุตบอลโลก โดยพนักงานสนาม SoFi Stadium ลอสแอนเจลิสลงมติ 96% อนุมัตินัดหยุดงานก่อนบรรลุข้อตกลงเบื้องต้นวันที่ 8 มิถุนายน ซึ่งรวมถึงข้อเรียกร้องให้มีสิทธิออกจากงานได้หากเจ้าหน้าที่ ICE เข้ามาในสนาม
  • ครูเม็กซิโกหลายพันคนปิดถนนหน้าสนาม Estadio Azteca เมื่อ 9 มิถุนายน เพียง 48 ชั่วโมงก่อนพิธีเปิด เรียกร้องขึ้นเงินเดือนและยกเลิกกฎหมายบำนาญ พร้อมประกาศจะเชื่อมข้อเรียกร้องกับกรณีนักศึกษา Ayotzinapa 43 คนที่หายสาบสูญตั้งแต่ปี 2014
  • ที่แคนาดา แรงงานขนส่งโทรอนโตและแวนคูเวอร์รวมถึงพนักงานโรงแรม Fairmont Empress ต่างขู่นัดหยุดงานโดยใช้ตรรกะเดียวกันว่า เมื่อเมืองโฆษณาว่าฟุตบอลโลกนำเม็ดเงินมหาศาลเข้ามา คนงานที่ขับรถ ซ่อมราง และปูเตียงให้แขกก็ควรได้ส่วนแบ่งด้วย


พนักงานสนาม SoFi Stadium ภายใต้สหภาพแรงงาน UNITE HERE Local 11 บรรลุข้อตกลงสัญญาจ้างฉบับประวัติศาสตร์ก่อนฟุตบอลโลก 2026 โดยได้รับค่าจ้างเพิ่มขึ้นและสวัสดิการสุขภาพที่ดีขึ้น พร้อมรักษาสิทธิในการประท้วงหยุดงานหากหน่วยงานตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากรสหรัฐฯ (ICE) คุกคามความปลอดภัยของแรงงานในพื้นที่ทำงาน | ภาพจาก: UNITE HERE Local 11 

"ถ้าเราต้องหยุดงานประท้วงจริง ในห้องรับรองสุดหรูราคาแสนกว่าดอลลาร์ฯ ของ FIFA จะเหลือแค่ขวดน้ำเปล่ากับมันฝรั่งทอดกรอบ"

เคิร์ต ปีเตอร์เซน (Kurt Petersen) ผู้นำสหภาพแรงงาน Unite Here Local 11 ส่งคำเตือนนี้ตรงถึง FIFA เมื่อต้นเดือนมิถุนายน 2026 อาจฟังดูเหมือนมุกตลก แต่เบื้องหลังคือการเผชิญหน้าครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งระหว่างขบวนการแรงงานกับมหกรรมกีฬาที่ใหญ่ที่สุดในโลก เพราะในขณะที่ฟุตบอลโลก 2026 จะเปิดฉากขึ้นที่กรุงเม็กซิโกซิตีในวันที่ 11 มิถุนายน 2026 ทั้ง 3 ประเทศเจ้าภาพ ได้แก่ สหรัฐอเมริกา เม็กซิโก และแคนาดา ต่างเผชิญคลื่นการประท้วงและการขู่นัดหยุดงานของสหภาพแรงงานพร้อมกัน อย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อนในประวัติศาสตร์ฟุตบอลโลก

โฆษณา - Advertising

ฟุตบอลโลกครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่จัดโดย 3 ประเทศ ร่วมกัน ขยายเป็น 48 ทีม แข่งขันใน 16 เมืองทั่วทวีปอเมริกาเหนือ คาดว่าจะมีผู้ชมในสนามหลายล้านคนและผู้ชมทางจอทั่วโลกหลายพันล้านคน และนั่นเองคือ "อำนาจต่อรอง" ที่แรงงานทุกภาคส่วนมองเห็นตรงกัน ไม่มีช่วงเวลาไหนที่นายจ้าง รัฐบาล และ FIFA จะ "แพ้ไม่ได้" เท่ากับตอนที่สายตาคนทั้งโลกจับจ้องอยู่

ที่สหรัฐฯ 'เมื่อข้อเรียกร้องไม่ใช่แค่ค่าแรง แต่คือความปลอดภัยจากเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง'

ประเด็นความขัดแย้งที่น่าจับตามี่สุดในสหรัฐฯ อยู่ที่สนาม SoFi Stadium ชานนครลอสแอนเจลิส สนามกีฬาที่ได้ชื่อว่าแพงที่สุดในโลกด้วยมูลค่าก่อสร้างกว่า 5 พันล้านดอลลาร์ และเป็นหนึ่งในสังเวียนหลักของฟุตบอลโลกครั้งนี้

พนักงานฝ่ายอาหารและเครื่องดื่มเกือบ 2,000 คน ของสนามลงมติเมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2026 อนุมัติให้สหภาพแรงงานนัดหยุดงานได้ ด้วยคะแนนเสียงท่วมท้นถึง 96% เพียงหนึ่งสัปดาห์ก่อนที่สนามแห่งนี้จะเปิดรับเกมนัดแรกระหว่างทีมชาติสหรัฐฯ กับปารากวัยในวันที่ 12 มิถุนายน 2026

ข้อเรียกร้องของพวกเขาส่วนหนึ่งเป็นเรื่อง "ปัญหาปากท้องแบบคลาสสิก" ทั้งการขึ้นค่าจ้าง การคุ้มครองจากการจ้างเหมาช่วง และการป้องกันการสูญเสียงานให้กับระบบอัตโนมัติ โดยสหภาพแรงงานระบุว่าค่าจ้างต้องสะท้อนค่าครองชีพที่แท้จริงของลอสแอนเจลิส รวมถึงค่าตอบแทนพิเศษสำหรับการทำงานช่วงฟุตบอลโลกและเมกะอีเวนต์อื่น ๆ ตลอดจนเงินสมทบกองทุนที่อยู่อาศัยสำหรับแรงงานภาคบริการ

แต่สิ่งที่ทำให้กรณีที่ SoFi Stadium แตกต่างจากข้อพิพาทแรงงานทั่วไป คือข้อเรียกร้องที่พุ่งเป้าไปยัง "รัฐ" มากกว่า "นายจ้าง" ภายใต้บรรยากาศการกวาดล้างผู้อพยพอย่างเข้มข้นของรัฐบาลโดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) แรงงานจำนวนมากซึ่งเป็นผู้อพยพหรือมาจากครอบครัวผู้อพยพ หวาดกลัวการปรากฏตัวของเจ้าหน้าที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากร (ICE) ในพื้นที่สนาม พวกเขาคัดค้านการที่ต้องส่งข้อมูลส่วนบุคคล เช่น สัญชาติและที่อยู่ ให้แก่ FIFA เพื่อทำบัตรอนุญาตเข้าทำงาน และต้องการสิทธิที่จะเดินออกจากงานได้ทันทีหากมีเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองของรัฐบาลกลางปรากฏตัว ดังที่แถลงการณ์ของสหภาพแรงงานระบุว่า "แรงงานต้องมีสิทธิวอล์กเอาต์หากเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองเข้ามาในสนามจนก่อความหวาดกลัวอย่างมีเหตุผลต่อความปลอดภัยของพวกเขา และไม่มีแรงงานคนใดควรต้องเลือกระหว่างงานกับอิสรภาพของตนเอง"

ความกลัวนี้ไม่ใช่เรื่องเลื่อนลอย คนทำงานคนหนึ่งที่ร่วมประท้วงหน้าสนาม SoFi Stadium สะท้อนว่าพวกเขาไม่อยากต้องใช้ชีวิตอย่างหวาดผวาเวลาไปทำงาน หรือกังวลว่าจะถูกควบคุมตัวระหว่างทางกลับบ้าน ก่อนหน้านี้เมื่อปลายเดือนพฤษภาคม 2026 กลุ่มสิทธิผู้อพยพและองค์กรแรงงานยังรวมตัวประท้วงหน้าสำนักงานคณะกรรมการเจ้าภาพฟุตบอลโลกของลอสแอนเจลิส เพื่อกดดันให้แก้นโยบายการทำบัตรอนุญาตที่พวกเขามองว่าอาจเปิดช่องให้ข้อมูลแรงงานหลุดไปถึงหน่วยงานตรวจคนเข้าเมือง

ฝ่ายบริษัท Legends Global ผู้รับสัมปทานบริหารงานบริการในสนาม SoFi Stadium ยืนยันว่ามีแผนสำรองด้านกำลังคนเพื่อไม่ให้แฟนบอลได้รับผลกระทบหากการเจรจาล้มเหลว แต่ในท้ายที่สุด แรงกดดันจากเส้นตายฟุตบอลโลกก็ได้ผล คืนวันจันทร์ที่ 8 มิถุนายน 2026 ตัวแทนเจรจาทั้งสองฝ่ายบรรลุ "ข้อตกลงเบื้องต้น" ที่ช่วยยับยั้งการนัดหยุดงานไว้ได้ทันเวลา โดยมีการแถลงข่าวร่วมกันหน้าสนามในวันอังคารที่ 9 มิถุนายน 2026 และเตรียมนำข้อตกลงเสนอให้สมาชิกลงมติรับรอง นับเป็นชัยชนะเชิงสัญลักษณ์ของสหภาพแรงงานที่ใช้เวทีฟุตบอลโลกเป็น "คานงัด" ได้สำเร็จ

เม็กซิโก 'สหภาพแรงงานครูปิดถนนหน้า Estadio Azteca ก่อนพิธีเปิดเพียง 48 ชั่วโมง'

ข้ามพรมแดนลงใต้ บรรยากาศก่อนพิธีเปิดที่กรุงเม็กซิโกซิตีไม่ได้มีแต่สีสันเฉลิมฉลอง การประท้วงที่นี่ไม่ได้มาจากแรงงานในสนามฟุตบอล หากแต่เป็นขบวนการครูที่จงใจเลือกใช้ "หน้าต่างแห่งความสนใจ" ของฟุตบอลโลกขยายเสียงข้อเรียกร้องของตน

ครูหลายพันคนปิดถนนสายที่มุ่งสู่สนาม Estadio Azteca เมื่อวันอังคารที่ 9 มิถุนายน 2026 หรือเพียง 48 ชั่วโมงก่อนพิธีเปิดฟุตบอลโลกที่สนามแห่งนี้ การชุมนุมจัดโดยสหภาพแรงงาน CNTE (Coordinadora Nacional de Trabajadores de la Educación) สหภาพแรงงานครูสายนักเคลื่อนไหว ที่นัดหยุดงานมาตั้งแต่สัปดาห์ก่อนหน้า ด้วยข้อเรียกร้องหลักคือการขึ้นเงินเดือนและการยกเลิกกฎหมายบำนาญ ผู้ชุมนุมเผชิญแนวปิดกั้นของตำรวจจำนวนมาก ทั้งรถพ่วงที่จอดขวางและแบริเออร์คอนกรีต ตลอดสัปดาห์ก่อนหน้านั้น สหภาพแรงงาน CNTE ปิดถนนในเมืองหลวงรายวัน และถึงขั้นโค่นกลุ่มรูปปั้นสัญลักษณ์ฟุตบอลโลกบนถนนสายสำคัญ พร้อมตั้งแคมป์ประท้วงห่างจากที่ตั้งของแฟนเฟสต์หลักของเมืองเพียงไม่กี่ช่วงตึก

สิ่งที่ทำให้การเคลื่อนไหวของครูเม็กซิโกมีความลึกซึ้งกว่าข้อพิพาทเรื่องค่าแรง คือการเชื่อมโยงตัวเองเข้ากับบาดแผลทางสังคมของประเทศ แกนนำสหภาพแรงงาน CNTE ยืนยันว่าจะเดินหน้าชุมนุมในวันที่ 11 มิถุนายน 2026 ซึ่งตรงกับเกมเปิดสนามระหว่างเม็กซิโกกับแอฟริกาใต้ โดยประกาศว่าจะส่งเสียงไม่เพียงข้อเรียกร้องของครู แต่รวมถึงข้อเรียกร้องอันชอบธรรมของ "บรรดาแม่ผู้ออกตามหาลูกที่สูญหาย" และกลุ่มพ่อแม่ของนักศึกษา 43 คน แห่ง Ayotzinapa (กลุ่มครอบครัวของนักศึกษาวิชาชีพครูจำนวน 43 คน จากวิทยาลัยครูชนบท Ayotzinapa Rural Teachers' College ในรัฐเกร์เรโร ประเทศเม็กซิโก ที่ถูกอุ้มหายตัวไปอย่างเป็นปริศนาพร้อมกันในคืนวันที่ 26 กันยายน 2014) ด้วย ทั้งนี้ยืนยันว่าไม่ต้องการการเผชิญหน้าหรือความรุนแรง แต่จะเคลื่อนไหวต่อไปหากรัฐบาลกลางไม่มีคำตอบที่เป็นรูปธรรม

รัฐบาลของประธานาธิบดีเคลาเดีย เชนบาวม์ (Claudia Sheinbaum) ตอบโต้ด้วยมาตรการ 2 ทาง ด้านหนึ่งคือการรักษาภาพลักษณ์ เชนบาวม์ยืนยันต่อประชาคมโลกอย่างหนักแน่นว่าพิธีเปิดฟุตบอลโลก "ได้รับการรับประกัน" ว่าจะจัดขึ้นได้ พร้อมปฏิเสธว่าจะไม่มีการใช้กำลังปราบปรามผู้ชุมนุม อีกด้านคือการระดมสรรพกำลัง เม็กซิโกประกาศ "แผน Kukulcán" ส่งกำลังเจ้าหน้าที่ 100,000 นาย คุ้มกันฟุตบอลโลก ภาพแถวตำรวจหนาแน่นรอบสนามสนาม Estadio Azteca เผชิญหน้ากับเหล่าคุณครูที่ถือป้ายประท้วง เป็นหนึ่งในภาพเปิดมหกรรมฟุตบอลโลกที่ FIFA ไม่ได้วางแผนไว้

แคนาดา 'ระบบขนส่งและโรงแรม สมรภูมิเงียบที่อาจสะเทือนแฟนบอลโดยตรง'

ที่แคนาดา ความตึงเครียดไม่ได้อยู่ที่ตัวสนาม แต่อยู่ที่ "เส้นเลือด" ซึ่งหล่อเลี้ยงมหกรรมฟุตบอลโลก นั่นคือระบบขนส่งมวลชนและภาคโรงแรมใน 2 เมืองเจ้าภาพ โทรอนโตและแวนคูเวอร์

ที่โทรอนโต สมาชิกสหภาพแรงงานช่างซ่อมบำรุงของ Toronto Transit Commission (TTC) เกือบทั้งหมดลงมติมอบอำนาจนัดหยุดงาน หลังสัญญาจ้างรวมหมดอายุลงตั้งแต่เดือนมีนาคม 2026 ขณะที่ฟุตบอลโลกใกล้เข้ามาทุกขณะ ตัวแทนสหภาพแรงงานสะท้อนว่าแรงงานทุกคนในเมืองนี้กำลังสู้ศึกเดียวกัน คือการเอาตัวรอดในภาวะที่ค่าจ้างวิ่งตามค่าครองชีพไม่ทัน โดยสหภาพแรงงานเรียกร้องวงเงิน 40 ล้านดอลลาร์ในระยะ 3 ปี ซึ่งฝ่ายบริหาร TTC ตอบว่าเกินกว่าจะรับไหว ขณะเดียวกัน กลุ่มพนักงานสื่อสารและไฟฟ้าราว 700 คน ในสังกัด CUPE Local 2 ก็เข้าสู่สถานะนัดหยุดงานได้ตามกฎหมายแล้วเช่นกัน สถานการณ์ร้อนถึงขั้นที่ดัก ฟอร์ด (Doug Ford) นายกรัฐมนตรีรัฐออนแทรีโอ ออกมาเรียกร้องให้ทั้งสองฝ่าย "มีสติ" รีบปิดดีลก่อนบริการขนส่งจะสะดุดต่อหน้าผู้มาเยือนหลายแสนคน น่าสังเกตว่าตำรวจโทรอนโตเองก็ประเมินว่าการประท้วงในเมืองจะเพิ่มขึ้นเมื่อฟุตบอลโลกเริ่มขึ้น ซึ่งจะทำให้เมืองกลายเป็นจุดสนใจของชาวโลก

ฟากตะวันตกที่แวนคูเวอร์ สถานการณ์ไม่ต่างกัน กาวิน แม็กแกร์ริเกิล (Gavin McGarrigle) ผู้อำนวยการภูมิภาคตะวันตกของสหภาพ Unifor ซึ่งเป็นตัวแทนพนักงานขับรถ ช่างเทคนิค และพนักงานเรือ SeaBus ของระบบขนส่งเมโทรแวนคูเวอร์ ประกาศตรงไปตรงมาว่า "เราพร้อมนัดหยุดงานเมื่อใดก็ตามที่จำเป็น ไม่ว่าจะเป็นช่วงฟุตบอลโลกหรือช่วงเปิดเทอม" หลังสัญญาจ้างหมดอายุปลายเดือนมีนาคม 2026 และการเจรจากับนายจ้างเข้าสู่ทางตัน โดยตามกฎหมายบริติชโคลัมเบีย สหภาพแรงงานเพียงแจ้งล่วงหน้า 72 ชั่วโมงก็เริ่มหยุดงานได้

ไม่เพียงระบบขนส่ง ภาคโรงแรมก็ขยับตาม พนักงานโรงแรม Fairmont Empress โรงแรมเก่าแก่อันเป็นสัญลักษณ์ของเมืองวิกตอเรีย รัฐบริติชโคลัมเบีย ยื่นหนังสือแจ้งนัดหยุดงานเมื่อต้นเดือนมิถุนายน 2026 นับเป็นความเคลื่อนไหวล่าสุดในชุดปฏิบัติการด้านแรงงานที่เกิดขึ้นต่อเนื่อง ขณะที่ทั้งรัฐกำลังเตรียมต้อนรับนักท่องเที่ยวฟุตบอลโลกปลายเดือนนี้ ตรรกะของแรงงานแคนาดาเรียบง่ายแต่ทรงพลัง "เมืองโฆษณาว่าฟุตบอลโลกจะนำเม็ดเงินมหาศาลเข้ามา แล้วเหตุใดคนที่ขับรถรับส่งแฟนบอล ซ่อมราง และปูเตียงให้นักท่องเที่ยว จึงไม่ควรได้ส่วนแบ่งจากความมั่งคั่งนั้น"

จากโดฮาถึงอเมริกาเหนือ 'บทเรียนว่าด้วยอำนาจต่อรองของแรงงาน'

ภาพการเคลื่อนไหวทั้งหมดนี้ชวนให้ย้อนเทียบกับฟุตบอลโลกครั้งก่อนหน้าที่กาตาร์ ซึ่งประเด็นแรงงานก็เป็นเงาทะมึนเช่นกัน แต่ผลลัพธ์ต่างกันราวฟ้ากับเหว  3 เดือนก่อนฟุตบอลโลก 2022 ทางการกาตาร์จับกุมแรงงานต่างชาติอย่างน้อย 60 คน ที่ออกมาประท้วงหลังถูกค้างจ่ายค่าแรงนานสูงสุดถึง 7 เดือน และเนรเทศบางส่วนออกนอกประเทศ โดยรัฐบาลยอมรับเพียงว่า "ผู้ประท้วงจำนวนหนึ่งถูกควบคุมตัวฐานละเมิดกฎหมายความปลอดภัยสาธารณะ"

ที่อเมริกาเหนือ ฉากจบกลับเป็นโต๊ะเจรจา ไม่ใช่ห้องขังหรือเที่ยวบินเนรเทศ แรงงานที่ SoFi Stadium ได้ข้อตกลงเบื้องต้นก่อนเกมแรกเพียง 3 วัน สหภาพแรงงานขนส่งแคนาดาใช้สิทธินัดหยุดงานตามกฎหมายเป็นเครื่องมือกดดันอย่างเปิดเผยโดยมีนักการเมืองระดับรัฐต้องลงมาพูดคุยด้วย และครูเม็กซิกันเดินขบวนถึงรั้วสนามเปิดมหกรรมโดยรัฐบาลยืนยันจะไม่ปราบปราม ความแตกต่างนี้สะท้อนแก่นของเรื่อง ในประเทศที่สิทธิการรวมตัวและนัดหยุดงานได้รับการคุ้มครอง มหกรรมกีฬาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกอย่างฟุตบอลโลกไม่ใช่ภัยต่อแรงงาน หากเป็น "หน้าต่างแห่งอำนาจต่อรอง" ที่เปิดกว้างที่สุดในรอบหลายปี

กระนั้น กรณีสหรัฐฯ ก็ทิ้งความย้อนแย้งไว้ให้ขบคิด แรงงานอเมริกันชนะศึกกับนายจ้างได้ แต่สิ่งที่พวกเขากลัวที่สุดกลับไม่ใช่นายจ้าง หากคือหน่วยงานของรัฐบาลตนเอง การที่ข้อเรียกร้องอันดับต้นของสหภาพแรงงานในประเทศประชาธิปไตยที่เก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก คือ "ขอสิทธิหนีเจ้าหน้าที่รัฐได้โดยไม่ตกงาน" บ่งบอกอะไรบางอย่างเกี่ยวกับยุคสมัยนี้ได้ชัดเจน

11 มิถุนายน 2006 นี้เสียงนกหวีดแรกที่ Estadio Azteca จะเริ่มดังขึ้น อีก 1 เดือนเศษนับจากนี้ โลกจะจดจำฟุตบอลโลก 2026 ด้วยประตูสวย ๆ และแชมป์หน้าใหม่หรือเก่า แต่สำหรับพนักงานเสิร์ฟอาหารในสหรัฐฯ ครูในเม็กซิโก และพนักงานขับรถไฟฟ้าในแคนาดา มหกรรมฟุตบอลโลกครั้งนี้คือสนามแข่งอีกแห่ง สนามที่เดิมพันไม่ใช่ถ้วยรางวัล แต่คือค่าจ้างที่พอเลี้ยงชีพ ศักดิ์ศรี และในบางกรณี ก็คืออิสรภาพของพวกเขาเอง


ที่มา:
SoFi Stadium Workers Vote to Authorize Strike Ahead of 2026 World Cup (Yahoo Sports, 6 June 2026)
SoFi Stadium workers union announces tentative deal to avert strike (NBC Los Angeles, 10 June 2026)
Miles de manifestantes bloquearon el acceso al estadio mundialista Azteca de México (AFP via Acento, 10 June 2026)
TTC, union look to strike deal as clock ticks on FIFA World Cup (Olivia Piercey, CBC News, 13 May 2026)
Workers at iconic B.C. hotel serve strike notice ahead of FIFA World Cup's arrival (The Canadian Press, CTV News, 3 June 2026)
 

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง
โฆษณา - Advertising