สมาคมสิทธิเสรีภาพของประชาชนเดินทางไปทำเนียบรัฐบาล ยืนข้อเสนอแก้ปัญหากรณีพิพาท ไทย-กัมพูชา ย้ำควรดำเนินการด้วยสันติวิธี เคารพหลักสิทธิมนุษยชน และกฎหมายระหว่างประเทศด้านมนุษยธรรม เสนอให้มีการใช้คณะกรรมาธิการร่วมด้านเขตแดน ไทย-กัมพูชา เป็นหลักในการระงับข้อพิพาททางเขตแดน ประกอบด้วยผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายนักวิชาการ และเจ้าหน้าเทคนิค ร่วมกันพิจารณาประเด็นการปักปันเขตแดนที่ยังคงมีข้อถกเถียงอย่างรอบด้าน
27 ส.ค. 2568 เวลา 10.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล ประธานสมาคมสิทธิเสรีภาพของประชาชน (สสส.) ศราวุฒิ ประทุมราช พร้อมคณะเป็นตัวแทน สสส. ยื่นข้อเสนอเอกสารแสดงจุดยืนต่อประเด็นข้อพิพาทไทย–กัมพูชา ต่อ พล.ต.ต.สุรสิทธิ์ สังขพงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในนามตัวแทนนายกรัฐมนตรี
สมาคมสิทธิเสรีภาพของประชาชนขอยืนยันว่าการแก้ไขข้อพิพาทแนวชายแดนไทย–กัมพูชา ควรดำเนินการด้วยสันติวิธี เคารพหลักสิทธิมนุษยชนและหลักกฎหมายระหว่างประเทศด้านมนุษยธรรม และหลักการที่เกี่ยวข้อง เช่น อนุสัญญาออตตาวา การสร้างความร่วมมือและความไว้วางใจซึ่งกันและกันจะนำไปสู่สันติภาพที่ยั่งยืน และส่งเสริมความสัมพันธ์อันดีระหว่างประชาชนทั้งสองประเทศและความเข้มแข็งของประชาคมอาเซียน จำเป็นต้องอาศัยเจตจำนงทางการเมืองที่เข้มแข็งและความร่วมมืออย่างจริงใจจากทั้งสองฝ่าย การยึดมั่นในหลักการเจรจาสันติวิธี ควบคู่ไปกับการส่งเสริมความร่วมมือทางการเมือง เศรษฐกิจ สังคมและวัฒนธรรม จะเป็นรากฐานที่มั่นคงในการสร้างสันติภาพและความเจริญรุ่งเรืองร่วมกันในภูมิภาค

สสส. มีข้อเสนอเป็น 3 ระยะ ดังนี้
1.ระยะสั้น มีข้อเสนอ 8 ข้อ เช่น ให้รัฐบาลไทยเรียกร้องต่อรัฐบาลกัมพูชาดำเนินการทันที กรณี การรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างหรือโครงสร้างถาวรในเขตพื้นที่พิพาท ให้ทหารทั้งสองฝ่ายถอนกำลังออกจากแนวพื้นที่พิพาท กลับสู่ที่ตั้งก่อนการปะทะกันด้วยอาวุธ เพื่อป้องกันการยั่วยุ และเสี่ยงต่อการเกิดความไม่เข้าใจกันและใช้ความรุนแรงโดยไม่ตั้งใจ ขอให้ทางการไทยและกัมพูชางดเว้นการใช้วาทกรรมทางการเมืองหรือสื่อของรัฐ รวมทั้งดูแลสื่อโชเชียลและสื่อทางเลือกอื่นๆ ไม่ให้แพร่ข่าวหรือข้อมูลเท็จ (Fake News) หรือข่าวสารที่อาจก่อให้เกิดความเกลียดชัง (Hate Speech) โดยเฉพาะความเกลียดชังทางเชื้อชาติ หรือความเข้าใจผิดในหมู่ประชาชนทั้งสองประเทศ ให้รัฐบาลกัมพูชา ชดใช้ความเสียหายที่เกิดขึ้นต่อชีวิตและทรัพย์สินของพลเรือน โรงพยาบาลและสิ่งปลูกสร้างของไทยที่มิใช่เป้าหมายในการใช้อาวุธตามหลักกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ เป็นต้น
2 ข้อเสนอเชิงนโยบายระยะกลาง เสนอให้มีการใช้คณะกรรมาธิการร่วมด้านเขตแดน ไทย-กัมพูชา เป็นหลักในการระงับข้อพิพาททางด้านเขตแดน โดยคณะกรรมาธิการประกอบด้วยผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายนักวิชาการ และเจ้าหน้าเทคนิค เพื่อร่วมกันพิจารณาประเด็นการปักปันเขตแดนที่ยังคงมีข้อถกเถียงอย่างรอบด้านและเสนอหนทางแก้ไขปัญหาอย่างที่มีความยั่งยืน และการส่งเสริมความร่วมมือทางเศรษฐกิจและสังคม การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน การท่องเที่ยว และการค้าชายแดน เพื่อสร้างความสัมพันธ์ที่ดีและลดความเหลื่อมล้ำในพื้นที่
3 ข้อเสนอแนะเชิงนโยบายระยะยาว เพื่อให้ความสัมพันธ์ระหว่างไทยและกัมพูชาก้าวข้ามความขัดแย้งในอดีตและมุ่งสู่การเป็นหุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์ที่แข็งแกร่งในอนาคต สสส. ขอเสนอขั้นตอนต่อไปนี้ให้ทั้งสองฝ่ายดำเนินการอย่างเคร่งครัด ด้วยการบริหารจัดการแรงงานข้ามชาติจากกัมพูชาในประเทศไทย การสื่อสารข้อมูลแรงงานให้ถูกต้องกับประชาชนของตน เพื่อป้องกันการเข้าเมืองผิดกฎหมาย
ข้อเสนอทั้งหมดนี้ พล.ต.ต.สุรสิทธิ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นตัวแทนรับมอบเอกสารนำเรียนต่อนายกรัฐมนตรี หน่วยงานความมั่นคง และส่วนราชการที่เกี่ยวข้องต่อไป
