Skip to main content
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์

29 สิงหาคม 2568 เวลา 16.47 น. พรรคประชาชนออกแถลงการณ์กรณีคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ มีข้อความระบุว่า แถลงการณ์พรรคประชาชน ผ่าทางตันวิกฤตการเมืองหลังคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ  นับตั้งแต่เกิดเหตุการณ์คลิปเสียงการสนทนาระหว่างคุณแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กับ ฮุน เซน ถูกเปิดเผยออกมาในที่สาธารณะ พรรคประชาชนได้เรียกร้องให้มีการยุบสภาผู้แทนราษฎร คืนอำนาจให้ประชาชนได้ตัดสินใจเลือกรัฐบาลใหม่ที่มีความชอบธรรมในการแก้ไขวิกฤตการเมือง ความมั่นคง และเศรษฐกิจที่กำลังรุมเร้าประเทศ แต่นายกรัฐมนตรีกลับเลือกที่จะรักษาอำนาจของพวกตนเองต่อไป จนกระทั่งวันนี้ ศาลรัฐธรรมนูญได้มีคำวินิจฉัยให้คุณแพทองธาร ชินวัตร ต้องพ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี

พรรคประชาชนยืนยันมาโดยตลอดว่า คุณสมบัติของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองในประเด็นความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์และมาตรฐานจริยธรรม เป็นเรื่องที่ไม่มีหลักเกณฑ์ทางกฎหมายที่ชัดเจนแน่นอน แต่เปิดโอกาสให้เกิดการใช้ดุลพินิจตามอำเภอใจของผู้มีอำนาจ จึงมิควรถูกวินิจฉัยชี้ขาดโดยศาลรัฐธรรมนูญ ในกรณีนี้ พรรคประชาชนเห็นว่า คุณแพทองธาร ควรต้องแสดงความรับผิดชอบทางการเมืองด้วยการลาออก หรือยุบสภาเพื่อให้ประชาชนผู้ทรงอำนาจสูงสุดของประเทศตัดสินผ่านคูหาเลือกตั้ง

อย่างไรก็ตาม เมื่อคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญมีผลเป็นที่สุด ทำให้สภาผู้แทนราษฎรต้องมีมติเลือกนายกรัฐมนตรีคนใหม่

พรรคประชาชนเห็นว่า ด้วยสถานการณ์ของประเทศ ณ ขณะนี้ รัฐบาลที่จะเข้ามาบริหารประเทศได้จะต้องเป็นรัฐบาลที่มีเสถียรภาพ มีความชอบธรรมทางการเมือง และสามารถตั้งทีมบริหารจากความรู้ความสามารถ ไม่ใช่จากการต่อรองผลประโยชน์ทางการเมือง

แต่ด้วยเงื่อนไขที่ถูกระบุไว้ในรัฐธรรมนูญ ทำให้รัฐบาลที่จะมีคุณสมบัติดังกล่าว จะไม่สามารถเกิดขึ้นได้จากองค์ประกอบของสภาผู้แทนราษฎรชุดปัจจุบัน ทางออกที่ดีที่สุดสำหรับประเทศจึงเป็นการสรรหานายกรัฐมนตรีที่มาทำหน้าที่ยุบสภา และจัดให้มี “การเลือกตั้งใหม่” โดยเร็ว

ด้วยเหตุนี้ พรรคประชาชน ในฐานะพรรคที่มีเสียงมากที่สุดในสภา จึงมีภารกิจผ่าทางตันทางการเมืองด้วยกระบวนการรัฐสภา คือการเลือกนายกรัฐมนตรีคนใหม่เพื่อทำหน้าที่ยุบสภา และป้องกันมิให้มีนายกรัฐมนตรีที่เคยเป็นอดีตหัวหน้าคณะรัฐประหาร หรือนายกรัฐมนตรีคนนอก

โดยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของพรรคประชาชน พร้อมเลือกบุคคลไปดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนใหม่ ภายใต้เงื่อนไข ดังต่อไปนี้

1. นายกรัฐมนตรีคนใหม่ต้องยุบสภาผู้แทนราษฎรภายใน 4 เดือนนับตั้งแต่วันที่ได้แถลงนโยบายต่อรัฐสภา เพื่อจัดให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นการทั่วไป

2. คณะรัฐมนตรีชุดใหม่ต้องจัดให้มีการออกเสียงประชามติในประเด็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 เพื่อนำไปสู่การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่โดยสภาร่างรัฐธรรมนูญที่มาจากการเลือกตั้ง โดยเร็ว ทั้งนี้ ต้องไม่เกินไปกว่าวันลงคะแนนเสียงเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นการทั่วไป

3. พรรคประชาชนยืนยันทำหน้าที่ฝ่ายค้านต่อไป โดยจะทำหน้าที่ตรวจสอบรัฐบาลชุดใหม่อย่างเต็มที่ และจะไม่มีบุคคลใดจากพรรคประชาชนไปเป็นรัฐมนตรีในคณะรัฐมนตรี

สำหรับคำถามที่ว่าถ้ามีการโดนบิดเงื่อนไขภายหลังจะทำอย่างไร ณัฐพงษ์ เปิดเผยว่า ถ้ามีการรวมเสียงข้างมากได้ คงไม่ต้องพึ่งเสียงของพรรคประชาชน ดังนั้น พรรคใดๆ ก็ตามจะเข้ามาบรรลุข้อตกลง เขาต้องเป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อย ดังนั้น พรรคประชาชนจะใช้เสียงของ สส.ทั้งหมด เพื่อกำหนดทิศทางไปสู่การเลือกตั้งใหม่โดยเร็วที่สุด โดยตนเองเชื่อว่าเป็นเสียงที่สำคัญในสภาฯ ในการกำกับนายกฯ ที่ต้องเดินหน้าใหม่โดยเร็วตามเงื่อนไขที่ได้แถลงไป ที่ผ่านมารัฐบาลหลายๆ ชุดมีการผิดสัญญากับประชาชนหลายครั้ง ถ้าครั้งนี้ทำผิดสัญญากับประชาชนอีกครั้ง ตนเชื่อว่าการเลือกตั้งครั้งต่อไป ประชาชนจะจดจำ และตัดสินนักการเมืองที่โกหกประชาชน

ต่อประเด็นที่ อนุทิน หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กำลังมาที่พรรคฯ และอาจมีการเจรจาตั้งรัฐบาลด้วยนั้น ณัฐพงษ์ กล่าวต่อว่า ยังไม่ได้มีการตกลงอย่างเป็นทางการใดๆ และไม่ทราบความตั้งใจของอนุทิน เป็นอย่างไร แต่วันนี้แถลงเงื่อนไขในการตั้งรัฐบาลในการเข้ามาทำหน้าที่ยุบสภาฯ โดยเร็ว ดังนั้น ถ้าทุกพรรคฯ ต้องการจัดตั้งรัฐบาล และต้องพึ่งเสียงของพรรคประชาชน ก็ต้องยอมรับเงื่อนไขที่ได้แถลงไป

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง