Skip to main content
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์

รองโฆษกพรรคเพื่อไทยแถลงข่าวยินดี 'อนุทิน' นั่งนายก พร้อมเดินหน้าตรวจสอบการทำงานที่โดยเฉพาะ เขากระโดงและฮั้วเลือก สว. - ระบุ "อยากเห็นพรรคประชาชน ซึ่งวันนี้ยังไม่มีความชัดเจนเลยว่าจะเป็นฝ่ายค้านเต็มตัว หรือว่าจะเป็นฝ่ายค้านครึ่งบกครึ่งน้ำ ซึ่งจะได้ร่วมตรวจสอบรัฐบาลอย่างจริงจังเพื่อสร้างมาตรฐานการเมืองที่โปร่งใส"

7 กันยายน 2568 NBT Connext รายงานว่า น.ส.ขัตติยา สวัสดิผล สส.บัญชีรายชื่อ และรองโฆษกพรรคเพื่อแถลงข่าว แสดงความยินดีกับรัฐบาลชุดใหม่ ภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีระกูล หน้าพรรคภูมิใจไทยที่ได้รับเลือกเสียงส่วนใหญ่ของสภาผู้แทนราษฎร พร้อมระบุว่าแม้พรรคเพื่อไทยจะไม่ได้เป็นรัฐบาล แต่พร้อมเดือนหน้าทำงานในฐานะฝ่ายค้าน ภายใต้หลักการระบอบประชาธิปไตยระบบรัฐสภา และพร้อมทำงานตั้งแต่วินาทีแรกหลังรัฐบาลชุดใหม่เข้าทำงาน และจะเน้นที่ประเด็นใหญ่ที่รัฐบาลพรรคเพื่อไทยดำเนินการมาโดยตลอดการดำเนินคดีการบุกรุกที่ดินเขากระโดง และการตรวจสอบดำเนินคดีการฮั้วเลือก สว. ซึ่งสังคมความสำคัญและจับตามองว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับพรรคที่เป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาลหรือไม่

โดยพรรคเพื่อไทยจะตรวจสอบจับตาทุกฝีก้าว เพราะรัฐบาลชุดใหม่จะดำเนินการ 2 เรื่องนี้อย่างไร และหากพบว่ามีความพยายามแทรกแซงกระบวนการยุติธรรมโดยเข้าไปยุ่งเเกี่ยวพยานหลักฐานหรือทำให้คดีล่าช้าพรรคเพื่อไทยก็จะใช้ทุกช่องทางในการตรวจสอบที่มีอยู่เพื่อหยุดยั้งการกระทำดังกล่าวเพื่อรักษาผลประโยชน์ของประเทศชาติและธำรงไว้ประชาธิปไตยในระบบรัฐสภา รวมถึงพรรคเพื่อไทยจะร่วมเข้าชื่อเปิดอภิปรายเมื่อวางใจนายกรัฐมนตรีทันทีแม้จะยังไม่ครบ 4 เดือนตามบันทึกข้อตกลงส้ม-น้ำเงินก็ตาม

"ดิฉันต้องขอบอกเลยว่าความยุติธรรมต้องไม่ถูกซื้อ ความจริงต้องไม่ถูกปกปิด และอำนาจต้องถูกตรวจสอบค่ะแม้ว่ารัฐบาลภูมิใจไทยจะมาตามระบบรัฐสภาก็ตามผ่านการตัดสินใจยกมือของพรรคประชาชน แต่สิ่งที่เกิดขึ้นภายใต้เงื่อนไขอันพิสดารเช่นนี้ ย่อมยากที่จะคาดหวังถึงความสำเร็จในการบริหารประเทศภายใต้การนำของพรรคภูมิใจไทย"  

น.ส.ขัตติยา ยังมองว่ารัฐบาลภายใต้การนำของพรรคภูมิใจไทยที่มีเงื่อนไขพิสดาร เรื่องที่คาดหวังยากในการบริหารประเทศให้ประสบความสำเร็จ และพรรคประชาชน ในฐานะเป็นคะแนนเสียงหลักในการตัดตั้งรัฐบาล จะปฎิเสธความรับผิดชอบทางการเมืองไม่ได้

ส่วนหลายฝ่ายก็มองว่าการตั้งรัฐบาลชุดนี้กับรัฐบาลพรรคเพื่อไทยมีความแตกต่างกันอย่างไรในปี 2566 นั้น มีความแตกต่างอย่างสิ้นเชิง เพราะพรรคเพื่อไทยในฐานะพรรคอันดับ 2 เคยยกมือสนับสนุนนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ให้เป็นนายกรัฐมนตรี ถึง 2 ครั้ง และพรรคเพื่อไทยได้ส่งไม้ต่อให้กับพรรคเพื่อไทยจัดตั้งรัฐบาล ซึ่งพรรคภูมิใจไทยเป็นพรรคการเมืองแรกที่ปฏิเสธร่วมรัฐบาลพรรคก้าวไกล ดังนั้นพรรคเพื่อไทยจึงเดินหน้าจัดตั้งรัฐบาล ซึ่งแตกต่างจากที่พรรคประชาชนยกมือสนับสนุนพรรคภูมิใจไทยเป็นแกนนำ และเป็นการจัดตั้งรัฐบาลอนุรักษ์นิยมที่ทรงพลังเท่าที่เคยมีมา ซึ่งเมื่อการตั้งหากไม่รวมกับรัฐบาลที่มาจากการรัฐประหาร หากจัดตั้งรัฐบาลสำเร็จ พรรคประชาชนจะต้องเป็นองค์ประชุมให้กับพรรคภูมิใจไทย ถือเป็นสิ่งผิดปกติของการทำหน้าที่ฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร

แม้นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชนจะเชิญชวนให้พรรคเพื่อไทยร่วมทำหน้าที่ฝ่ายค้านอย่างเข้มแข็ง ยืนยันว่าพรรคเพื่อไทยไม่เคยเป็นฝ่ายค้านที่อ่อนแอ ดังนั้นจึงอยากให้พรรคประชาชนทบทวนการเป็นฝ่ายค้านที่เข้มแข็งอีกครั้งว่าควรทำหน้าที่เป็นผู้ประคองรัฐบาลหรือผู้คานอำนาจ ตรวจสอบรัฐบาล และขอเรียกร้องให้พรรคประชาชนทำหน้าที่ร่วมตรวจสอบรัฐบาลอย่างจริงจังเพื่อสร้างมาตรฐานการเมืองที่โปร่งใส

"เราอยากเห็นพรรคประชาชน ซึ่งวันนี้ยังไม่มีความชัดเจนเลยว่าจะเป็นฝ่ายค้านเต็มตัว หรือว่าจะเป็นฝ่ายค้านครึ่งบกครึ่งน้ำ ซึ่งจะได้ร่วมตรวจสอบรัฐบาลอย่างจริงจังเพื่อสร้างมาตรฐานการเมืองที่โปร่งใส"  

ส่วนการที่นายรังสิมันต์ โรม สส.พรรคประชาชน ที่ระบุว่าสนับสนุนนายอนุทินเพื่อผ่าทางตัน และไม่ต้องการให้เสนอชื่อพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา องคมนตรี กลับมาเป็นนายกรัฐมนตรีนั้น น.ส. ขัตติยา ขอให้พรรคประชาชนเลิกสร้างจินตนาการ เลิกสร้างทางตันเทียมมาเป็นข้ออ้าง เพราะไม่เคยมีอยู่ในสมการของพรรคเพื่อไทย เนื่องจากพรรคยังมีนายชัยเกษม นิติสิริ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ซึ่งการตั้งแคนดิเดต 3 คน เพื่อรองรับกลไกรัฐธรรมนูญ 2560 และป้องกันให้เกิดทางตัน ดังนั้นยืนยันว่าพรรคเพื่อไทยยังมีความแข็งแรงและพร้อมทำหน้าที่ฝ่ายค้านอย่างเต็มกำลังเพื่อผลประโยชน์ประเทศชาติ และประชาชน โดยจะไม่ยอมให้กระบวนการประชาธิปไตยถูกบิดเบือน จะทำทุกวิถีทางเพื่อรักษามาตรฐานการเมืองที่โปร่งใส รัฐบาลจะเปลี่ยนขั้วแต่พรรคเพื่อไทยไม่เคยเปลี่ยนใจ เพราะยืนข้างประชาชน

ส่วนกรณีที่นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เดินทางของนอกประเทศ ก่อนที่จะมีการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี จะส่งผลกระทบต่อขวัญและกำลังใจของคนในพรรคหรือไม่ น.ส.ขัตติยา ยืนยันว่าทุกคนกำลังใจดี และนายทักษิณก็โพสต์ว่าจะกลับมา ดังนั้นจึงไม่กระทบกระเทือนกับขวัญและกำลังใจของ สส.และสมาชิกพรรคเพื่อไทยแต่อย่างใด ขณะนี้ทุกคนเตรียมพร้อมทำหน้าที่ฝ่ายค้าน จึงต้องวางยุทธศาสตร์และมองไปข้างหน้า ส่วนอีก 4 เดือนจะยุบสภา เป็นสิ่งที่กรรมการบริหารจะต้องพูดคุยกันในการวางตัวบุคคล และยุทธศาสตร์การทำงานการเมือง พรรคเพื่อไทยผ่านมาเยอะ ดังนั้นสิ่งที่เกิดขึ้นขณะนี้ไม่ใช่สิ่งที่แปลกใหม่กับพรรคเพื่อไทย

ขณะ สส.บางส่วนโหวตให้นายอนุทิน ที่ถูกมองว่าเหมือนเลือดไหล น.ส.ขัตติยา ระบุว่า สส. 8 คนที่โหวต ไม่ได้แปลกใจ เป็นสิ่งที่คาดเดาได้อยู่แล้ว หลังจากนี้ให้ สส. ที่เหลือทำหน้าที่ในการเป็น สส.ฝ่ายค้าน ส่วนโฉมหน้าของ ครม.ขณะนี้เป็นแค่โผ ต้องรอให้เปิดตัวอย่างเป็นทางการก่อนค่อยมาพูดว่าเหมาะสมหรือไม่ แต่เชื่อว่ารัฐบาลจะหาคนที่เหมาะสมเข้ามาทำหน้าที่ 

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง