กองเรือช่วยเหลือกาซา ของกลุ่มนักเคลื่อนไหว 'Global Sumud Flotilla' ถูกโดรนโจมตีเป็นครั้งที่ 2 ขณะเทียบท่าในประเทศตูนีเซีย ซึ่งห่างจากการโจมตีครั้งแรกที่กลุ่มนักเคลื่อนไหวเพิ่งรายงานเพียง 1 วัน ด้าน 'อิสราเอล' ยังคงปิดล้อม 'กาซา' รวมถึงพรมแดนทางทะเลเมดิเตอร์เรเนียน
สำนักข่าว CBS รายงานว่า กองเรือช่วยเหลือกาซาถูกโดรนโจมตีเป็นครั้งที่ 2 ขณะเทียบท่าในประเทศตูนีเซีย ห่างจากการโจมตีครั้งแรกที่กลุ่มนักเคลื่อนไหวเพิ่งรายงานเพียง 1 วัน
Global Sumud Flotilla (GSF) กลุ่มนักเคลื่อนไหวที่ส่งกองเรือเพื่อเข้าช่วยเหลือกาซา ออกแถลงการณ์ยืนยันว่าเรือชื่อ 'อัลมา' (Alma) ถูกโจมตีเมื่อวันอังคารที่ 9 ก.ย. 68
“เรือลำดังกล่าว ซึ่งเดินทางภายใต้ธงของอังกฤษ ได้รับความเสียหายจากเพลิงไหม้ที่ดาดฟ้าชั้นบน เพลิงถูกดับลงแล้ว ผู้โดยสารและลูกเรือทั้งหมดปลอดภัย ขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างการสอบสวน และเมื่อมีข้อมูลเพิ่มเติม เราจะเปิดเผยข้อมูลให้ทราบโดยทันที” กลุ่มระบุในแถลงการณ์ รวมถึงมีการเผยแพร่วิดีโอที่กลุ่มระบุว่าเป็นช่วงที่เรือถูกโจมตีแสดงให้เห็นเหตุการณ์ที่ลูกไฟพุ่งชนดาดฟ้าเรือจากด้านบน
ภาพจากวิดิโอเผยแพร่ในโซเชียลมีเดียโดยกลุ่ม GSF แสดงให้เห็นเหตุการณ์ที่คาดว่าเป็นโจมตีจากโดรน เป้าหมายคือเรือลำหนึ่งของกองเรือช่วยเหลือกาซาที่จอดเทียบท่าอยู่ที่ตูนีเซีย เมื่อ 9 ก.ย. 2568 ทั้งนี้ ฟราสเซสกา อัลบานีส ผู้รายงานพิเศษขององค์การสหประชาชาติได้ร่วมเผยแพร่วิดิโอดังกล่าวด้วย (ที่มา : Global Sumud Flotilla)
"นี่เป็นการโจมตีครั้งที่ 2 ในรอบ 2 วัน การโจมตีซ้ำๆ เหล่านี้เกิดขึ้นระหว่างการรุกรานปาเลสไตน์ในกาซา ที่ทวีความรุนแรงขึ้นของอิสราเอล และเป็นความพยายามที่สร้างขึ้นเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจและขัดขวางภารกิจของเรา กลุ่ม Global Samud Flotilla ยังคงก้าวต่อไปอย่างไม่หวั่นไหว การเดินทางโดยสันติของพวกเรา เพื่อฝ่าการปิดล้อมฉนวนกาซาอย่างผิดกฎหมายของอิสราเอล และยืนหยัดร่วมแรงร่วมใจกับประชาชนในกาซาอย่างไม่ลังเล เดินหน้าต่อไปด้วยความมุ่งมั่นและแน่วแน่" แถลงจากกลุ่ม GSF ระบุ
เมื่อวันอังคารที่ 9 ก.ย. กลุ่ม GSF ออกมารายงานการโจมตีลักษณะเดียวกัน โดยระบุว่าเหตุการณ์เกิดขึ้นในคืนวันจันทร์ที่ 8 ก.ย. 68 เรือลำดังกล่าวมีผู้โดยสารเดินทางมาด้วย 6 ราย ผู้โดยสารทั้งหมดรอดมาได้อย่างปลอดภัย รวมถึง เกรตา ธันเบิร์ก นักเคลื่อนไหวด้านสิ่งแวดล้อม สัญชาติสวีเดนด้วย เมื่อต้นปีนี้ (2568) เธอได้ร่วมเดินทางกับกองเรือช่วยเหลือกาซาแล้วครั้งหนึ่ง แต่กองเรือถูกสกัดไว้โดยกองทัพอิสราเอล
หลังกลุ่ม GSF รายงานเกี่ยวกับการโจมตีครั้งแรก ทางการตูนิเซีย ออกมาปฏิเสธว่าเพลิงไหม้ไม่ได้มาจากการโจมตีของโดรน แต่มาจากไฟแช็กหรือก้นบุหรี่ในเสื้อชูชีพ อย่างไรก็ตาม กลุ่ม GSF ระบุว่า ทางการตูนีเซียออกแถลงการณ์โดยยังไม่ได้เห็นวิดีโอจากกล้องวงจรปิดของกลุ่ม หลังเห็นหลักฐาน ทางการตูนิเซียได้ตั้งคณะกรรมการพิเศษขึ้นมาสอบสวนเรื่องนี้แล้ว แต่ข้อมูลเกี่ยวกับการดำเนินการสอบสวนที่ว่านี้ยังไม่ได้รับการยืนยันจากแหล่งข่าวอื่นๆ
อิสราเอล ยังคงปิดล้อมกาซา รวมถึงพรมแดนทางทะเลในทะเลเมดิเตอร์เรเนียน กองเรือช่วยเหลือกาซาจึงคงไม่ได้รับอนุญาตให้จอดเทียบท่า ในอดีตกองทัพอิสราเอลเคยบุกโจมตีและยึดเรือที่เข้าร่วมในกิจกรรมของนักเคลื่อนไหวมาแล้วหลายครั้ง เพื่อป้องกันไม่ให้เรือเหล่านี้ฝ่าการปิดล้อม รวมถึงการโจมตีเรือลำหนึ่งในปี 2553 ที่ทำให้มีนักเคลื่อนไหวเสียชีวิตอย่างน้อย 9 ราย
Global Samud Flotilla เป็นกลุ่มนักเคลื่อนไหวที่มีเป้าหมายในการขนส่งความช่วยเหลือทางด้านมนุษยธรรมไปยังกาซา และสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับวิกฤติร้ายแรงทางด้านมนุษยธรรมในกาซา คำว่า "Sumud" เป็นภาษาอาหรับหมายถึงความวิริยอุตสาหะ ซึ่งเป็นคำที่มักใช้พูดถึงการต่อสู้เรียกร้องความเป็นธรรมและลักษณะเฉพาะของชาวปาเลสไตน์
ขณะที่ทางการอิสราเอล มองว่า กองเรือช่วยเหลือกาซาเป็นเพียงการแสดงเพื่อเรียกร้องความสนใจ และยืนยันว่าการปิดล้อมทางทะเลมีความจำเป็นเพื่อป้องกันไม่ให้มีอาวุธและวัตถุอื่นๆ ถูกลักลอบเข้าไปในอาณาเขตของปาเลสไตน์ พื้นที่ดังกล่าวถูกปกครองโดยกลุ่มฮามาสมาอย่างยาวนาน และได้รับความเสียหายอย่างรุนแรงจากสงคราม โดยสหรัฐอเมริกาและอิสราเอลประกาศให้ฮามาสเป็นองค์กรก่อการร้าย
