สำนักข่าวกว่า 250 แห่งจากทั่วโลกร่วมกันขึ้นจอดำเพื่อประท้วงการสังหารนักข่าวปาเลสไตน์และเรียกร้องให้มีการเปิดให้สื่อเข้าถึงฉนวนกาซา หลังจำนวนนักข่าวที่เสียชีวิตจากการโจมตีของกองทัพอิสราเอลพุ่งสูงถึงอย่างน้อย 210 ราย
กิจกรรมประท้วงดังกล่าวเกิดขึ้นในวันจันทร์ที่ 1 กันยายน 2568 โดยสำนักข่าวจากกว่า 50 ประเทศทั่วโลกร่วมกับ องค์กรสื่อไร้พรมแดน (Reporters Without Borders หรือ RSF) องค์กรสิทธิมนุษยชน Avaaz และ สหพันธ์นักข่าวนานาชาติ (International Federation of Journalists หรือ IFJ) แสดงสัญลักษณ์เพื่อประท้วงการสังหารสื่อในฉนวนกาซ่าด้วยการพิมพ์หน้าหนึ่งสีดำล้วนพร้อมข้อความ “กองทัพอิสราเอลกำลังสังหารนักข่าวในกาซ่า หากสถานการณ์ยังเป็นแบบนี้ต่อไป จะไม่มีใครเหลือรายงานข่าวอีก” ส่วนสำนักข่าวที่ออกอากาศทางวิทยุและโทรทัศน์จะหยุดออกอากาศชั่วคราวเพื่อเผยแพร่แถลงการณ์ร่วม และสำนักข่าวออนไลน์จะเปลี่ยนหน้าแรกของเว็บไซต์เป็นสีดำ นอกจากนี้ยังมีผู้สื่อข่าวและบรรณาธิการอีกจำนวนหนึ่งเข้าร่วมกิจกรรม
การแสดงออกครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจำนวนนักข่าวในฉนวนกาซาที่เสียชีวิตจากการโจมตีของกองทัพอิสราเอลพุ่งสูงถึง 210 คนนับตั้งแต่วันที่ 7 ตุลาคม 2566 ถือเป็นสถิติสูงสุดในประวัติศาสตร์โลกสมัยใหม่ ในขณะเดียวกัน อิสราเอลได้ห้ามไม่ให้สื่อต่างชาติเดินทางเข้าไปในฉนวนกาซ่ามาตลอดช่วงเวลาเกือบสองปีที่ผ่านมา ทำให้เหลือเพียงนักข่าวชาวปาเลสไตน์ที่ยังคงรายงานข่าวในสถานการณ์เสี่ยงภัย
“ด้วยอัตราที่สื่อมวลชนในกาซ่ากำลังถูกสังหารโดยกองกำลังป้องกันอิสราเอล (IDF) ในอีกไม่นานก็จะไม่มีใครเหลือรายงานข่าวให้โลกรู้อีกต่อไป สงครามครั้งนี้ไม่ใช่แค่การโจมตีกาซาเท่านั้น แต่ยังเป็นการโจมตีวารสารศาสตร์ด้วย ผู้สื่อข่าวกำลังถูกฆ่า พวกเขาตกเป็นเป้า พวกเขาถูกใส่ร้ายป้ายสี ถ้าไม่มีพวกเขา ใครจะเล่าเรื่องความอดอยาก ใครจะเปิดโปงอาชญากรรมสงคราม ใครจะประณามการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ สิบปีหลังจากคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติผ่านข้อมติที่ 2222 เราเห็นความคุ้มกันสื่อมวลชนที่ได้รับการรับประกันโดยกฎหมายระหว่างประเทศถูกกัดกร่อนไปต่อหน้าต่อตาโลกทั้งใบ ความเป็นหนึ่งเดียวกันของสื่อมวลชนทั่วโลกเป็นสิ่งจำเป็น ต้องขอบคุณพวกเขา ภราดรภาพของนักข่าวจะเป็นสิ่งที่รักษาเสรีภาพสื่อ ภราดรภาพจะรักษาเสรีภาพ” ทิโบต์ บรุตแตง ผู้อำนวยการ RSF ระบุ
ส่วนแอนดรูว์ เลกอน ผู้อำนวยการโครงการของ Avaaz ระบุว่า “ชัดเจนมากว่ามีเหตุผลที่กาซ่ากำลังถูกทำให้กลายเป็นสุสานสำหรับนักข่าว รัฐบาลขวาจัดของอิสราเอลต้องการทำงานของพวกเขาให้สำเร็จโดยไม่มีใครรู้เห็นและไม่ถูกตรวจสอบโดยสื่อ ถ้าพยานรายสุดท้ายถูกปิดปาก การสังหารจะไม่จบ เพียงแต่จะไม่มีใครเห็นเท่านั้น นี่คือเหตุผลที่เราต้องร่วมกับสำนักข่าวทั่วโลกเพื่อจะบอกว่าเราไม่สามารถยอมให้สิ่งนี้เกิดขึ้นได้”
แอนโทนี่ เบลแลงเจอร์ เลขาธิการสหพันธ์นักข่าวนานาชาติ กล่าวว่า “นักข่าวทุกคนที่ถูกสังหารในฉนวนกาซาเป็นเพื่อนร่วมงาน เพื่อน หรือครอบครัวของใครสักคน พวกเขาใช้ทุกอย่างเป็นเดิมพันเพื่อบอกความจริงกับโลก และต้องแลกมาด้วยชีวิต สงครามครั้งนี้ได้ทำลายสิทธิของสาธารณชนที่จะรับรู้ข้อมูล เราเรียกร้องความยุติธรรมและอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยความปลอดภัยและความเป็นอิสระของสื่อมวลชน”
การโจมตีผู้สื่อข่าวในฉนวนกาซาครั้งล่าสุดเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 25 สิงหาคมที่ผ่านมา หลังกองทัพอิสราเอลทิ้งระเบิดโรงพยาบาลนาซเซอร์ ซึ่งเป็นที่รู้กันว่าเป็นที่รวมตัวของสื่อ ทำให้มีผู้สื่อข่าวเสียชีวิตห้าราย ซึ่งในจำนวนนั้นมีผู้สื่อข่าวของรอยเตอร์สและเอพี สองสัปดาห์ก่อนหน้านั้น มีผู้สื่อข่าวหกรายเสียชีวิตในการโจมตีเพียงครั้งเดียว หนึ่งในนั้นคือ อนาส อัล-ชาริฟ นักข่าวจากสำนักข่าวอัลจาซีรา
