Skip to main content
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์

รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์เชิญชวน 'รุ่นเก่า-รุ่นใหม่' ร่วมอุดมการณ์ กลับมาฟื้นฟูพรรค เตรียมความพร้อมรับการเลือกตั้งรอบหน้า - 'บัญญัติ' ยอมรับ 'อภิสิทธิ์' ได้เปรียบ หากกลับมากอบกู้พรรค

16 กันยายน 2568 นายชัยชนะ เดชเดโช สส.นครศรีธรรมราช และรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ บอกถึงการเลือกหัวหน้าพรรคคนใหม่ว่า พรรคประชาธิปัตย์เปิดกว้างให้ผู้ที่มีคุณสมบัติทุกคนสามารถสมัครได้  ย้ำว่า พรรคเป็นสถาบันการเมือง อยู่มา 80 ปี แต่เปลี่ยนตามยุคตามสมัย มองว่า หัวหน้าพรรคคนใหม่ ต้องเข้าใจการทำงานปัจจุบัน และพัฒนาการทางการเมือง

อีกทั้งวันนี้มีการจัดตั้งรัฐบาลเสียงข้างน้อย ทำให้ระบอบประชาธิปไตย และการเมืองเกิดความอ่อนแอ พรรคประชาธิปัตย์ จึงต้องใช้โอกาสนี้ทำการเมืองใหม่ โดยขอเชิญชวนคนเก่าให้กลับมาฟื้นฟูพรรค พร้อมกับเชิญชวนคนใหม่ที่มีอุดมการณ์เดียวกันมาร่วมทำกิจกรรมกับพรรค เชื่อว่าการแข่งขันทางการเมืองในครั้งหน้า จะเป็นการแข่งขันทางความคิด จึงขอเชิญชวนมาร่วมกัน ทำให้พรรคประชาธิปัตย์มีโอกาสมากขึ้นในการเลือกตั้งรอบหน้า ย้ำว่า พรรคประชาธิปัตย์ ยึดมั่นในอุดมการณ์มาตลอด ให้โอกาสคนรุ่นใหม่ และไม่มีใครเป็นเจ้าของ จึงขอให้รอไม่เกินหนึ่งเดือน พรรคประชาธิปัตย์ก็จะได้หัวหน้าพรรคคนใหม่

ผู้สื่อข่าวถามว่า ขณะนี้มีกระแสหนุนนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตหัวหน้าพรรค ให้กลับมาเป็นหัวหน้าพรรคอีกครั้ง นายชัยชนะจะไปคุยด้วยตัวเองหรือไม่ เรื่องนี้รองหัวหน้าพรรค มองว่า นายอภิสิทธิ์ เป็นคนมีมีความรู้ความสามารถ เป็นอดีตนายกรัฐมนตรี เป็นบุคคลต้นแบบทางการเมือง เป็นผู้มีอุดมการณ์ รักษาสัจจะคำพูด มีความเหมาะสม เช่นเดียวกับอีกหลายคนที่มีความเหมาะสม

ผู้สื่อข่าวถามย้ำว่า กลุ่มของนายชัยชนะจะสนับสนุนนายอภิสิทธิ์หรือไม่ นายชัยชนะ ยืนยันว่า พรรคประชาธิปัตย์ไม่มีกลุ่ม เพราะอยู่ภายใต้พรรคเหมือนกัน ส่วนตัวจึงไม่สามารถตอบแทนคนทั้งพรรคได้ แต่ย้ำว่า หากถามความคิดเห็นตนเอง ก็ยอมรับว่านายอภิสิทธิ์เป็นคนมีประสบการณ์ มีคุณสมบัติ

ส่วนการที่มีภาพพูดคุยกับ นายกรณ์ จาติกวานิช นั้น นายชัยชนะ ยอมรับว่า ได้มีการพูดคุย และชวนให้กลับพรรคจริง เนื่องจากเป็นผู้ที่มีความสามารถทางเศรษฐกิจ แม้ระหว่างการพูดคุย นายกรณ์ จะบอกว่า วางมือแล้ว แต่ได้บอกกลับไปว่า สามารถกลับมาช่วยงานทางการเมืองอย่างอื่นได้ ย้ำว่าการพูดคุยของตนเองกับนายกรณ์ เกิดขึ้นก่อนที่หัวหน้าพรรคจะลาออก เรื่องนี้จึงไม่มีนัยยะทางการเมือง  ส่วนนายกรณ์ จะกลับมาพรรคประชาธิปัตย์หรือไม่ นายชัยชนะบอกเพียงว่า จิตใจของนายกรณ์อยู่ที่พรรคประชาธิปัตย์เป็นเรื่องสำคัญที่สุด

รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ยังบอกถึงตำแหน่งเลขาธิการพรรคคนต่อไป หลังถูกถามว่ามีความสนใจตำแหน่งนี้ว่า ตำแหน่งเลขาธิการพรรคไม่สามารถสมัครได้ อยู่ที่หัวหน้าพรรคจะมอบใคร โดยการเสนอชื่อเองในที่ประชุม เพื่อมาทำหน้าที่นี้

'บัญญัติ' ยอมรับ 'อภิสิทธิ์' ได้เปรียบ หากกลับมากอบกู้พรรค

นายบัญญัติ บรรทัดฐาน สส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาธิปัตย์ บอกถึงการเลือกหัวหน้าพรรคคนใหม่ ภายหลังจากนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน ลาออกออกจากหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ว่า ขอแสดงความชื่นชมในเฉลิมชัย ศรีอ่อน ที่เมื่อรู้ว่า สุขภาพไม่ดีท่ามกลางการขับเคี่ยว ต่อสู้ทางการเมือง ก็ได้ตัดสินใจเสียสละลาออกจากหัวหน้าพรรค  ส่วนตัวจึงขอเอาใจช่วยให้สุขภาพดีขึ้นโดยเร็ววัน เพื่อจะได้กลับมาทำงานช่วยพรรคกันต่อไป  ซึ่งผลการลาออกจากหัวหน้าพรรคในครั้งนี้ คนพรรคประชาธิปัตย์ต่างรู้สึกว่าพรรคประชาธิปัตย์ยังอยู่ในความสนใจของประชาชนเป็นอย่างมาก  เพราะนับตั้งแต่หัวหน้าพรรคลาออกจนถึงปัจจุบันนี้ มีผู้คนแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับพรรคประชาธิปัตย์เกือบจะทุกวัน และมีการตั้งความหวังไว้มากพอสมควร  ดังนั้นเห็นว่าพรรคประชาธิปัตย์ น่าจะปรับปรุงพรรคให้ดีขึ้น พอที่จะเป็นความหวังของประชาชนต่อไปได้ ทำให้คนประชาธิปัตย์มีกำลังใจเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมาก และพร้อมจะทำหน้าที่ดูแลพรรคอย่างเข้มแข็ง

“สังคมดูต่างจะมีความรู้สึกมีการวิพากษ์วิจารณ์ถึงความเหมาะสม ไม่เหมาะสม ต่างๆ ในพรรค หลายต่อหลาย หลายคนซึ่งจะเป็นจุดดีอย่างน้อยที่สุดก็ทำให้พรรคหรือคนของพรรคได้ตระหนักรู้ว่าสังคมไทยนอกมองพรรคของเราเป็นอย่างไร ผมเคยพูดกับผู้คนในพรรคอยู่เสมอคนเป็นนักการเมืองความคิดความเห็นของตัวเองย่อมจะเป็นเรื่องสำคัญ แต่สิ่งที่สำคัญกว่านั้นคือความคิดความเห็นของประชาชนโดยทั่วไปมีความศรัทธาเชื่อมั่นและสนับสนุนพวกเราอยู่ความคิดความเห็นเหล่านั้นต้องถือเป็นความคิดที่มีความสำคัญสุดๆ ซึ่งเข้าใจว่าคราวนี้ ก็จะเป็นอีกจังหวะหนึ่งที่ให้คนของพรรคเราได้รับรู้รับทราบความคิดความเห็นของผู้คนข้างนอกอย่างที่ว่าเป็นอันมาก และจะได้นำมาประกอบการตัดสินใจว่าจะสนับสนุนใครผู้ใดให้ขึ้นมาทำหน้าที่เป็นหัวหน้าพรรคหรือกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ ในยุคที่มากด้วยการแข่งขันมากด้วยกัน ขับเคี่ยวต่อสู้ ท่ามกลางที่ประเทศ มีปัญหามากมาย เผื่อจะทำหน้าที่เป็นนักการเมืองเป็นที่พึ่งที่หวังให้กับประชาชน ถือเป็นประสบการณ์ที่พรรคได้รับในช่วงไหนที่ผ่านมา”

นายบัญญัติ ยังบอกถึงกรณีที่ประชาชนคาดหวังให้พรรคประชาธิปัตย์ต้องเปลี่ยนโฉมตัวเองว่า เป็นเรื่องธรรมดา  ความจริงตลอดช่วงระยะเวลาที่ผ่านมา พรรคประชาธิปัตย์เป็นพรรคที่วิพากษ์วิจารณ์ตัวเองเสมอ และปรับปรุงอยู่เรื่อย  แต่ยอมรับว่า ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของประเทศอย่างรวดเร็ว และท่ามกลางปัญหาที่ถาถมเข้ามา ทำให้บางครั้งการเปลี่ยนแปลงของพรรค ดูจะยังไม่ค่อยทันอกทันใจผู้คน  ดังนั้นเป็นหน้าที่ที่ทุกคนต้องตระหนัก และเป็นหน้าที่ของกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ โดยเฉพาะหัวหน้าพรรคคนใหม่ที่เข้ามาทำหน้าที่ ในส่วนเหล่านี้เพื่อให้ทันอกทันใจผู้คน

ส่วนกรณีนายสามารถ ราชพลสิทธิ์ อดีตรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ออกมาแสดงความคิดเห็นให้มีการเปลี่ยนขั้วอำนาจและนำคนนอกมาบริหารพรรคใหม่ เรื่องนี้ นายบัญญัติ มองว่า เป็นเรื่องธรรมดา เพราะพรรคประชาธิปัตย์ เป็นพรรคการเมืองที่มีความเป็นประชาธิปไตยในพรรคสูง  ดังนั้นความคิด ความเห็นที่แตกต่างกัน และหลากหลายเหล่านี้ ควรเป็นความคิดเห็นที่สมาชิกพรรคทั้งหลายมีบทบาทสำคัญ ในการลงคะแนนเลือกตั้งหัวหน้าพรรคและกรรมการบริหารพรรคต้องเก็บเอามาคิดมานั่งวิพากษ์วิจารณ์

ส่วนจะโน้มน้าว ส.ส. สนับสนุนนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้กลับมารับตำแหน่งนี้หรือไม่นั้น  นายบัญญัติ ออกตัวว่า ตนไม่ใช่ขาเชียร์นายอภิสิทธิ์  แต่ต้องยอมรับความจริงว่า ท่ามกลางปัญหาของประเทศที่หนักหน่วงอย่างที่เป็นอยู่ทุกวันนี้และท่ามกลางการแข่งขันอย่างจริงจัง เข้มข้นของแต่ละพรรคการเมือง  คิดว่า หัวหน้าพรรคหรือกรรมการบริหารพรรคที่จะเข้ามาทำหน้าที่ดูแลพรรคท่ามกลางภาวะเช่นนี้ ก็ควรจะเป็นคนที่มีวิสัยทัศน์ทันต่อการเปลี่ยนแปลงมากด้วยประสบการณ์  ซึ่งในส่วนนี้ ต้องยอมรับความจริงเหมือนกันว่า นายอภิสิทธิ์อยู่ในฐานะค่อนข้างที่จะได้เปรียบ

ผู้สื่อข่าวถามว่า แบรนด์ นายอภิสิทธิ์ จะสามารถจะกลับมากู้วิกฤติให้กับพรรคได้ใช่หรือไม่  เรื่องนี้ นายบัญญัติ มองว่า นายอภิสิทธิ์อยู่ในเกณฑ์ที่น่าได้เปรียบ  และถือว่ามีความเหมาะสมกับสถานการณ์ที่เป็นอยู่ในวันนี้พอสมควร  แต่ลำพังตัวนายอภิสิทธิ์คนเดียว ก็คงจะยังไม่พอ ดังนั้นทีมงานกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ ควรจะมีลักษณะคล้ายคลึงอย่างที่ว่านี้ คือวิสัยทัศน์ทางการเมืองใช้ได้ ต้องเท่าทันการเปลี่ยนแปลงและมีประสบการณ์มากพอสมควรจึงน่าจะเป็นความเหมาะสม

รักษาการหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ระบุ 18 ก.ย.นี้ ประชุมเตรียมความพร้อมเลือกหัวหน้าพรรค และกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่

นายประมวล พงศ์ถาวราเดช รักษาการหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ บอกถึงการประชุมกรรมการบริหารพรรคในวันพฤหัสบดีนี้ (18 ก.ย. 68) ว่า เป็นการประชุม เพื่อให้เจ้าหน้าที่เตรียมความพร้อมการประชุมใหญ่วิสามัญ เชิญองค์ประกอบทุกภาคส่วนของพรรค เพื่อเลือกหัวหน้าพรรค และผู้บริหารพรรค ตามข้อบังคับพรรค และ พ.ร.ป.พรรคการเมือง  ยอมรับว่า สส.ยังไม่ได้พูดคุย เรื่องจะเลือกใครมาเป็นหัวหน้าพรรค แต่ได้ดูกระแสสังคม เพราะต้องการให้พรรคฟื้นฟู เดินหน้าได้ และกลับมามีผู้แทนเพิ่มมากขึ้น

ส่วนผู้ที่จะมาสมัครเป็นหัวหน้าพรรคนั้น นายประมวล เชื่อว่า ส่วนใหญ่น่าจะรู้คุณสมบัติอยู่แล้ว สำหรับผู้ที่มีคุณสมบัติไม่ครบ ก็มีวิธีการยกเว้นข้อบังคับ จึงไม่ได้ให้ความสำคัญกับเรื่องดังกล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่า มีความกดดันต่อการเลือกหัวหน้าพรรคคนใหม่หรือไม่ เนื่องจากมีประชาชนจับตาอยู่จำนวนมาก  เรื่องนี้ นายประมวล มอง ได้ดำเนินการตามกติกา และ พ.ร.ป.พรรคการเมือง เพื่อให้ได้ผู้บริหารและหัวหน้าพรรคอย่างถูกต้อง  และความกดดันเป็นปัจจัยหนึ่ง ให้สมาชิกพรรค และ สส.พรรค นำมาความคิดเห็นของประชาชนมาคิดว่า จะดำเนินการตอบสนอง เพื่อแก้ไขปัญหาให้พรรคเดินหน้าอย่างไร

ที่มาเรียบเรียงจาก NBT Connext [1] [2] [3]

 

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง