'เพื่อไทย' ส่ง 'สุทิน-จาตุรนต์-จุลพันธ์-ชลน่าน' ชำแหละนโยบายรัฐบาล-รัฐมนตรี ‘อนุทิน 1’ คาดแถลงนโยบาย 29–30 ก.ย.นี้ - 'สรวงศ์' ย้ำจุดยืนมติเพื่อไทยไม่ส่งคนนั่ง ‘วิปฝ่ายค้าน’ เหตุคนละเจตนารมณ์ แต่พร้อมประสาน ‘ปชน.’ ตรวจสอบรัฐบาล ทำงานเต็มที่ในฐานะฝ่ายค้านเต็มตัว ไม่ได้งอแงอะไร
20 กันยายน 2568 เพจพรรคเพื่อไทย รายงานว่า นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว สส.น่าน พรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ถึงความพร้อมของพรรคเพื่อไทยในการอภิปรายการแถลงนโยบายของรัฐบาลนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีว่า เบื้องต้นเราทราบคร่าว ๆ แต่ยังไม่เป็นทางการว่าจะมีการอภิปรายในวันที่ 29-30 ก.ย.นี้ โดยพรรคเพื่อไทยได้มีการประชุมไปแล้วเมื่อวานนี้ (19 ก.ย. 68) ถึงการเตรียมความพร้อม ซึ่งที่ประชุมได้มอบหมายคณะทำงานเพื่อเตรียมการอภิปรายคำแถลงนโยบายของรัฐบาล โดยบุคคลที่ได้รับมอบหมายมีนายสุทิน คลังแสง สส.บัญชีรายชื่อ นายจาตุรนต์ ฉายแสง สส.บัญชีรายชื่อ นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ สส.เชียงใหม่ และตนเอง เป็นคณะทำงานหลัก
จากนี้จะแสวงหาบุคคลมาร่วมทำงานเพื่อเตรียมการอภิปราย นอกจากนั้น ที่ประชุมยังได้มอบหมายประเด็นที่ควรจะอภิปรายไปให้พิจารณาโดยแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มใหญ่ คือ 1. นโยบายที่จะแถลง โดยคณะทำงานต้องไปศึกษาว่าในคำแถลงเป็นอย่างไร แต่เราก็คาดการณ์และเตรียมเป็นข้อสอบเอาไว้ ซึ่งจะเป็นประเด็นในการบริหารในราชการ 4 เดือน และ 2. ตัวบุคคลที่มาเป็นรัฐมนตรี เกี่ยวกับคุณสมบัติความรู้ความสามารถที่จะบริหารราชการแผ่นดิน
ในการอภิปราย 2 วัน เราไม่ได้ใช้เนื้อหาในการแบ่งผู้อภิปราย แต่เราคำนึงถึงการมีส่วนร่วมของสมาชิกรัฐสภา เพราะการแถลงนโยบายต้องแถลงต่อที่ประชุมร่วมรัฐสภา ซึ่งโดยหลักแล้วมี 3 กลุ่มใหญ่คือ 1.สว. 2.สส. และ 3. สส.ที่สนับสนุนและไม่เห็นด้วย ดังนั้น ระยะเวลาที่อภิปรายต้องเฉลี่ยให้แต่ละฝ่ายที่เหมาะสม จึงต้องใช้การอภิปรายอย่างน้อย 2 วัน
ส่วนโฉมหน้าคณะรัฐมนนตรีที่ออกมาแล้ว เป็นอย่างไรบ้าง เพราะบางคนจะมีเรื่องคุณสมบัติในการอภิปราย พรรคเพื่อไทยมีหลักฐานอะไรหรือไม่ นพ.ชลน่าน กล่าวว่าเรื่องคุณสมบัติรัฐมนตรีอยู่ในกลุ่มของการอภิปรายตัวบุคคล เกี่ยวกับคุณสมบัติที่ใช้ในการบริหารราชการแผ่นดินมีลักษณะต้องห้ามหรือไม่ ซึ่งเป็นประเด็นหนึ่งที่สมาชิกหรือทีมงานต้องเตรียมเรื่องนี้เพราะถือเป็นเรื่องสำคัญ
'สรวงศ์' ย้ำจุดยืนมติเพื่อไทยไม่ส่งคนนั่ง ‘วิปฝ่ายค้าน’ เหตุคนละเจตนารมณ์ แต่พร้อมประสาน ‘ปชน.’
เว็บไซด์ข่าวสด รายงานว่า นายสรวงศ์ เทียนทอง สส.สระแก้วและเลขาธิการพรรคเพื่อไทย (พท.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณี นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน ในสภาผู้แทนราษฎรผู้แทนราษฎร (วิปฝ่ายค้าน) ระบุถึงกรณีที่พรรค พท. จะไม่ร่วมเป็นฝ่ายค้าน ขอให้ผู้ใหญ่ในพรรค พท.วางอัตตาลงนั้น ว่า
สส.ในพรรคมีการพูดคุยกันและมีมติว่าจะไม่ตั้งใครเข้าไปเป็นวิปฝ่ายค้าน ส่วนที่นายปกรณ์วุฒิระบุว่า ขอให้ผู้ใหญ่ในพรรค พท.วางอัตตาลงสักนิดนั้น นายปกรณ์วุฒิอาจจะคุยกับบางคน
แต่ขอยืนยันว่า ไม่เกี่ยว ไม่ใช่เรื่องของผู้ใหญ่ แต่เป็นเรื่องของคนในรุ่นเดียวกัน ที่มีความคิดเห็นคล้ายกัน และชัดเจนว่า ไม่อยากร่วมเป็นวิปฝ่ายค้าน แต่การทำงานในสภาฯ อะไรที่เป็นประโยชน์กับพี่น้องประชาชน เราพร้อมให้ความร่วมมืออยู่แล้ว แต่ในการที่จะไปร่วมเป็นวิปฝ่ายค้านนั้น เราไม่สามารถทำได้ เพราะเจตนารมณ์คนละเจตนารมณ์กัน
เมื่อถามว่า หากมีกฎหมายสำคัญเข้าก็พร้อมที่จะประสานงานกับพรรค ปชน. ใช่หรือไม่ นายสรวงศ์กล่าวว่า แน่นอน ที่ผ่านมาเราก็เป็นองค์ประชุมและโหวตผ่านให้ตลอด อะไรที่พี่น้องประชาชนได้ประโยชน์ และอะไรที่ต้องตรวจสอบรัฐบาล เราทำงานเต็มที่ ไม่ต้องห่วง ย้ำว่า สิ่งที่พรรคพูดคุยกันคือเราไม่สามารถส่งใครเข้าไปร่วมงานในการเป็นวิปฝ่ายค้านอย่างเป็นทางการได้
เมื่อถามว่า ในอนาคตหากมีการจะยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล จะมีปัญหาในการประสานงานกับพรรค ปชน. หรือไม่ นายสรวงศ์กล่าวว่า ในการประสานงานและประชุมกัน เราสามารถทำได้อยู่แล้วไม่มีปัญหา เพราะเรามีตัวแทนของพรรค พท. ที่จะไปคุยกับตัวแทนของพรรค ปชน.
แต่การที่เราจะไปทำงานในวิปฝ่ายค้านนั้น เราต้องดูจุดยืนของเราด้วย จุดยืนของเราชัดเจนคือไม่สนับสนุนในการที่จะให้เขาเป็นรัฐบาล แต่เมื่อพรรค ปชน. ในฐานะแกนนำพรรคฝ่ายค้าน ไปทำเช่นนั้น ซึ่งเราไม่เห็นด้วยตั้งแต่แรก แต่ยืนยันว่า เราจะทำงานในฐานะฝ่ายค้านเต็มตัว ไม่ได้งอแงอะไร
