ในการประชุมร่วมกันของรัฐสภา ครั้งที่ 1 สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง 1 วาระคณะรัฐมนตรีแถลงนโยบายต่อรัฐสภา นพ.วาโย อัศวรุ่งเรือง สส. บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ได้ลุกขึ้นอภิปรายตรวจสอบนโยบายด้านกระบวนการยุติธรรม ในหลักการที่ 3 รัฐบาลได้แถลงไว้ว่าจะยึดมั่นในหลักนิติธรรม และนำมาสร้างเป็นนโยบาย 15 นโยบายย่อย นโยบายที่ 9 รัฐบาลระบุว่า จะรักษาหลักนิติธรรมอย่างเคร่งครัด ข้อ 9.2 ถ้ามีกฎหมายเพื่อประโยชน์ทางการเมือง ซึ่งรองนายกรัฐมนตรีบวรศักดิ์ อุวรรณโณ เคยสอบถามนายกรัฐมนตรีอนุทินว่าจะให้คํามั่นสัญญาได้หรือไม่ว่าจะไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวแทรกแซง นายกรัฐมนตรีเองก็ได้รับปาก แต่ตนเองที่มานั่งฟังการแถลงนโยบายวันนี้ยังไม่ได้รับฟังคำมั่นนั้นจากนายกรัฐมนตรี
‘หมอวาโย’ อภิปรายคดีฮั้ว สว. สภาวุ่น สว.ประท้วงเดือด | 29 ก.ย. 68
วาโยกล่าวว่า ตนเองจะขออภิปรายบนสมมติฐานว่าการเลือก สว. ไม่มีการฮั้ว หลังจากนั้นวาโยอธิบายต่อว่า การเลือก สว. 3 ระดับ อำเภอ จังหวัด และประเทศ ปรากฎว่ามีข้อสังเกตว่าคะแนนที่ออกมาดึงบ้าง ลอยบ้าง และเป็นเช่นนี้เหมือนกัน 20 กลุ่ม วาโยระบุว่ามีปัจจัยที่ทำให้น่าเชื่อว่ามีการฮั้ว สว. หนึ่ง มีปรากฎการณ์เสื้อเหลือง เนคไทเหลือง สองมีโพย และสามมีความผิดปกติของคะแนน
คนใส่เสื้อเหลือง เนคไทเหลือง ในวันที่เลือกตั้ง สว. นั่งรถตู้คันเดียวกันมา มีรถนำมาทะเบียนจังหวัดบุรีรัมย์ ลงจากรถมาก็ไปถ่ายรูปเช็คอินและไปนั่งกินข้าวร่วมกัน วาโยกล่าวว่าก็ยังแปลกอะไร วันนั้นคนอาจใส่เสื้อเหลืองเนคไทเหลืองมาเยอะ


ก่อนที่วาโยจะแสดงแผนภาพความสัมพันธ์ความใกล้ชิดของการลงคะแนนในรอบเช้าระดับประเทศ วงกลมสีเหลือง สีเทา ในแผนภาพนี้ 1 วง แทนคน 1 คน โดยขนาดของวงกลมที่ยิ่งใหญ่แสดงว่าผู้สมัครคนนั้นได้คะแนนมาเยอะ ส่วนวงกลมเล็กแปลว่าไม่ได้คะแนนเลย และเส้นที่เชื่อมระหว่างกันแปลว่ามีการโหวตคะแนนไปให้กัน ส่วนระยะห่างของวงกลมถ้าอยู่ใกล้กันแสดงว่ามีความใกล้ชิดกันและเหมือนกันของบัตรลงคะแนนที่ได้รับมา อันนี้เข้าใจได้ยาก ยกตัวอย่างเช่นตนเองเบอร์ 1 ประธานสภาเบอร์ 2 หัวหน้าพรรคประชาชนเบอร์ 3 ถ้าบัตรของตนเองและประธานมีเบอร์ 1 และเบอร์ 2 ตนเองและประธานสภาจะได้คะแนนมาจากบัตรใบเดียวกัน และวงของตนเองกับประธานสภาจะใกล้กัน ส่วนใบต่อไปของหัวหน้าพรรคประชาชนมีเบอร์ 1 เบอร์ 2 และเบอร์ 3 วงของหัวหน้าพรรคประชาชนก็จะเข้ามาใกล้ตนเองและประธาน
ก่อนจะมี สว. หลายคนลุกขึ้นประท้วง พิสิษฐ์ อภิวัฒนาพงศ์ สว. ลุกขึ้นประท้วงว่าการอภิปรายของวาโยว่าไม่เกี่ยวข้องกับการแถลงนโยบาย วันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภา ได้เตือนให้วาโยพูดอยู่ในขอบเขตของการแถลงนโยบาย เนื่องจากคดีฮั้ว สว. เป็นเรื่องอยู่ในชั้นศาล
วาโยอภิปรายต่อไปว่า ภาพที่ควรจะเป็นควรเป็นเหมือนภาพพวง 3 ขณะที่ภาพพวง 1 และ 2 ที่มีคนใส่เสื้อเหลืองไปรวมตัวกันอยู่ที่พวงนี้ที่ความสัมพันธ์ของการลงคะแนนแยกออกมาจากพวงอื่น
พล.ต.ท. บุญจันทร์ นวลสาย สว. ประธานกรรมาธิการกฎหมายและการยุติธรรมวุฒิสภา ลุกขึ้นประท้วงระบุว่า เรื่องเหล่านี้อยู่ในกระบวนการยุติธรรมแล้ว ไม่จำเป็นต้องอภิปราย การอภิปรายดังกล่าวอาจจะเป็นการชี้นำ ซึ่งประธานสภาได้วินิจฉัยว่าการอภิปรายของวาโยลงในรายละเอียดจนเกินไป ควรชี้ชัดเลยว่าต้องการให้รัฐบาลทำอะไรในนโยบาย
ณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ สส. พรรคประชาชน ประท้วงประธานสภาระบุว่า ประเด็นฮั้ว สว. ยังอยู่ในชั้น กกต. ยังไม่ถึงชั้นศาล
นันทนา นันทวโรภาส สว. ได้ลุกขึ้นประท้วงประธานสภาทำหน้าที่ให้เป็นกลาง การอภิปรายของวาโยกำลังแสดงให้ว่านายกรัฐมนตรีและรํบมนตรีบางคนมีความเกี่ยวข้องกับการฮั้ว สว. การให้หยุดอภิปรายในเรื่องนี้ไม่เป็นธรรม ก่อนจะมีการประท้วงกันไปมา จนวันมูหะมัดนอร์ประธานรัฐสภากล่าวว่า ที่ทำหน้าที่อยู่ขณะนี้ไม่ใช่ควบคุมการประชุมหรือ ความเป็นกลางอยู่ที่ใคร ใครยืนข้างซ้ายก็บอกว่าเข้าข้างฝ่ายขวา ฝ่ายขวาก็บอกว่าเข้าข้างฝ่ายซ้าย
ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส. บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาชน ได้ลุกขึ้นประท้วงระบุว่า การประท้วงจะต้องมีการพาดพิง บุคคลดังกล่าวยังไม่ได้เสียหาย และเนื้อหาอยู่นอกกรอบญัตติในเรื่องกระบวนการยุติธรรมหรือไม่ ขอให้ประธานสภาตีความโดยเคร่งครัด
วาโยอภิปรายต่อว่า ตนเองเพียงตั้งข้อสังเกตให้รัฐมนตรีเห็นและรัฐมนตรีจะเอาข้อมูลไปทำอย่างไรต่อก็เป็นเรื่องหลังจากนี้ จากนั้นวาโยพูดถึงโพย 20 ช่องที่ทำไว้ตั้งแต่เช้าเอาไว้สำหรับช่วงบ่าย โดยที่ยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าแต่ละเลขจะผ่านเข้าไปช่วงบ่ายหรือไม่ เป็นเรื่องแปลก และมีภาพข่าวที่กล้องต่างๆ ซูมเข้าไปพบคนใส่เสื้อเหลืองถือโพยดังกล่าว
ประเทือง มนตรี สว. ได้ประท้วงตั้งคำถามว่าผู้อภิปรายจะอภิปราย สว. หรืออภิปรายนโยบายของนายกรัฐมนตรี ก่อนจะทิ้งทายว่า “เดี๋ยวได้เจอกัน”
ขณะที่ อดิศร เพียงเกษ สส.บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย อภิปรายประเด็นเรื่องคดีฮั้ว สว. ต่อจากวาโย ว่าเขามีข้อสงสัยว่าบุคลากรของรัฐบาลชุดนี้จะสร้างความยุติธรรมตามนโยบายอย่างไร และเขาได้รับข้อมูลถึงกรณีฮั้ว สว.นี้เป็นเรื่องน่ากลัวเพราะ สว.มีอำนาจกลั่นกรองกฎหมายและคัดเลือกกรรมการในองค์กรอิสระ ถ้าไม่ได้คนสุจริตเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ 60 ก็ผิดพลาด เช่นเรื่องการเลือกตุลาการศาลรัฐธรรมนูญที่่ผู็เชี่ยวชาญกฎหมายไม่ถูกเลือกแต่ไปได้อธิบดีกรมทางหลวงมาแทน
“กกต.แจ้งความ 229 คน เป็นพรรคการเมืองใหญ่ซึ่งทำคลอดจากพรรคฝ่ายค้านมาเป็นนายกรัฐมนตรี มีคณะรัฐมนตรีที่ถูกกล่าวหา มีสมาชิก 140 คนอยู่ตรงนี้ถูกกล่าวหาจากกรรมการยุติธรรม ผมไม่เคยเห็นคณะกรรมการคดีใดจะมากมายขนาดนี้สามัคคีกันมี กกต. ดีเอสไอ อัยการ และพนักงานสอบสวนตำรวจ 4 องค์กรจับมือกันสอบสวน”
อดิศรอธิบายถึงคดีฮั้ว สว.ที่มีการแจ้งข้อกล่าวหาคน 229 คน มี 138 คนที่เป็น สว.อยู่และอีก 91 คน มีความเกี่ยวข้องกับพรรคภูมิใจไทย อีกทั้งการได้ สว.ชุดปัจจุบันมายังมีนักวิชาการสถิติอธิบายว่าเป็นเรื่องเกิดขึ้นได้ยากที่การเลือกเบอร์ใดเบอร์หนึ่งเหมือนกันหมดโดยไม่มีโพย การเลือก สว.นี้ต้องมีจัดตั้งมีการใช้โพย และยังมีข้อมูลที่ปรากฏในบันทึกแจ้งข้อกล่าวหาถึงการนัดประชุมเสนอแผนมีการนัดแนะจนได้ สว.ในโรงแรมแห่งหนึ่ง โดยรายชื่อผู้ถูกกล่าวหาทั้งหมดก็เป็นผู้ที่นั่งอยู่ในรัฐสภาวันนี้ และคนที่เป็นนายกรัฐมนตรีอยู่ในเวลานี้ก็เป็นชื่ออนุทิน ชาญวีรกูลเหมือนกับผู้ถูกกล่าวหาในคดีด้วย แล้วเขาจะให้ความไว้วางใจได้อย่างไรว่าจะไม่แทรกแซงคดี และที่รัฐบาลนี้เข้ามา 4 เดือนเขาเข้าใจว่าไม่ใช่เข้ามายุบสภาแต่เข้ามายุบคดีฮั้ว สว.นี้ เพราะถ้าเป็นไปตามแนวทางสืบสวนนี้พรรคของนายกฯ จะต้องถูกยุบ และกรรมการบริหารและรัฐมนตรีจะต้องถูกตัดสิทธิทางการเมืองไป
