Skip to main content
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์

'เพื่อไทย' ยืนยันพร้อมดันร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญว่าด้วย สสร.ของทุกพรรค เสนอใช้ร่างของพรรคเพื่อไทย เป็นร่างหลัก เชื่อยึดโยงประชาชน เลี่ยงถูกร้องศาลรัฐธรรมนูญ

 

13 ต.ค. 2568 ยูทูบ 'พรรคเพื่อไทย' ถ่ายทอดสดออนไลน์วานนี้ (12 ต.ค.) ในการแถลงข่าวประจำสัปดาห์ของพรรคเพื่อไทย ชนินทร์ รุ่งธนเกียรติ รองโฆษกพรรคเพื่อไทย แถลงข่าวถึงการประชุมรัฐสภาเพื่อพิจารณาร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญหมวด 15 ที่กำลังจะมีขึ้นในวันที่ 14 -15 ต.ค. นี้ โดยขณะนี้มีร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญที่จะเข้าสู่การพิจารณาในรัฐสภาทั้งหมด 3 ร่างด้วยกัน คือร่างของพรรคเพื่อไทย ร่างของพรรคประชาชน และร่างของพรรคภูมิใจไทย 

พรรคเพื่อไทย ยืนยันว่าพร้อมลงมติรับหลักการในวาระ 1 ทุกฉบับ เพื่อให้กระบวนการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เดินหน้าโดยเร็วที่สุด

โฆษณา - Advertising

"พรรคเพื่อไทยยืนยันว่า เพื่อให้ร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญราบรื่นมากที่สุด เรายินดีเปิดทางและรับหลักการในวาระ 1 ทุกฉบับ เพื่อเร่งรัดให้มีการตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญ หรือ สสร.ขึ้น เพื่อมาจัดทำร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่" ชนินทร์ กล่าว

อย่างไรก็ตาม ในเรื่องการรับหลักการทั้ง 3 ร่างจะไม่มีปัญหา แต่พรรคเพื่อไทย ยังมีข้อกังวลในร่างของพรรคภูมิใจไทยอย่างมาก เพราะที่มาของ สสร.ในร่างดังกล่าวมีจุดอ่อนเรื่องการยึดโยงถึงประชาชน เนื่องจากผู้เสนอตัวเป็น สสร.สามารถเข้าสู่การเลือกของสมาชิกรัฐสภาได้เลย โดยไม่ต้องผ่านกลไกการกรั่นกรอง และไม่ต้องผ่านพี่น้องประชาชนหรือการเลือกตั้งทางตรงก่อน  ซึ่งอาจนำไปสู่ สสร.จัดตั้งโดยผ่านกระบวนการฮั้วกัน และไม่ต้องสนใจคุณสมบัติหรือความเหมาะสมในสายตาของประชาชนแต่อย่างใด

ส่วนร่างของพรรคประชาชน แม้ว่าจะมีการปรับเปลี่ยนร่างให้ สสร.ไม่ได้มาจากการเลือกตั้งโดยตรงของประชาชน เพื่อให้สอดคล้องตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ แต่ยังมีการสภาที่ปรึกษาการยกร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งสภาฯ ตัวนี้มาจากการเลือกตั้งโดยตรง ซึ่งโมเดลนี้พรรคเพื่อไทยกังวลว่าอาจจะมีผู้ที่หวังขัดขวางกระบวนการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ได้หยิบยกเอาเรื่องนี้ไปเป็นประเด็นให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความว่าเป็นการเลือกตั้งทางตรงหรือไม่ ซึ่งอาจส่งผลให้กระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญถูกเตะถ่วงทอดเวลาออกไป

ชนินทร์ กล่าวต่อว่า พรรคเพื่อไทยเห็นว่า การประชุมพิจารณารับหลักการวันที่ 14-15 ต.ค.นี้ หากสมาชิกรัฐสภาลงมติรับหลักการทั้ง 3 ร่าง พรรคเพื่อไทยจะเสนอขอให้ร่างพรรคเพื่อไทย เป็นร่างหลักในการพิจารณาต่อในชั้นกรรมาธิการ วาระที่ 2 เพื่อให้ร่างมีความยึดโยงต่อประชาชน และลดความเสี่ยงที่จะถูกศาลรัฐธรรมนูญตีความในอนาคตได้

กลไก สสร.ของพรรคเพื่อไทย หน้าตาเป็นอย่างไร

ชนินทร์ กล่าวว่า สำหรับร่างของพรรคเพื่อไทยจะมีการจัดตั้ง สสร.ทั้งหมด 151 คน โดยในจำนวนนี้แบ่งเป็น 2 ประเภท คือ 1. มาจากการเลือกตั้งทางอ้อม 100 รายชื่อ และ 2. สสร.ที่รัฐสภาเป็นผู้แต่งตั้ง ซึ่งมาจากการเสนอชื่อขององค์กรอิสระต่างๆ 51 รายชื่อ

1. สสร. 100 คนจากการเลือกตั้งทางอ้อม

สสร. 100 คนมาจากการเลือกตั้งทางอ้อม โดยใช้จังหวัดเป็นเขตเลือกตั้ง แต่ละจังหวัดจะมี สสร.พึงมีกี่คน จะใช้การคำนวณประชากรในแต่ละจังหวัดเป็นหลัก ยกตัวอย่าง กทม. มีจำนวนประชากรเยอะ อาจจะมี สสร.พึงมี จำนวน 8 คน ขณะเดียวกัน จังหวัดขนาดเล็กที่ประชากรน้อย อาจจะมี สสร.จำนวน 1 คน เป็นต้น

สำหรับกระบวนการเลือกตั้ง สสร.ในแต่ละจังหวัด จะเริ่มจากผู้ที่ต้องการเสนอตัวเป็น สสร.จะต้องไปสมัครกับ กกต.

หลังจากนั้นจะให้แต่ละจังหวัดเลือกตั้งภายในจังหวัด ให้ได้รายชื่อแคนดิเดต สสร.จำนวน 3 เท่าของ สสร.พึงมีของจังหวัดนั้น เพื่อที่จะส่งให้สมาชิกรัฐสภาเป็นผู้รับรองในขั้นต่อไป

สมมติ กทม. มี สสร.พึงมีทั้งหมด 8 คน ภายในจังหวัดจะต้องเลือกตั้งคนที่จะมาเป็น สสร. โดยผู้ที่ได้คะแนนสูงสุด 24 คน (หรือจำนวน 3 เท่าของ 8 คน) จะได้เป็นแคนดิเดต สสร. ส่งให้รัฐสภาคัดเลือกต่อไป

ดังนั้น เมื่อการเลือกตั้งแต่ละจังหวัดเสร็จสิ้น กกต.จะต้องรับรองรายชื่อแคนดิเดต สสร.จำนวน 300 คน เพื่อส่งให้สมาชิกรัฐสภาจำนวน 700 คนคัดเลือกจนเหลือเพียง 100 คน

สมมติ กทม.มี สสร.พึงมี 8 รายชื่อ รัฐสภาจะต้องมาเลือกรายชื่อจากทั้งหมด 24 คนของ กทม.ให้เหลือแค่ 8 คนที่จะได้เป็นสมาชิก สสร.

2. สสร. 51 คนจากองค์กรต่างๆ

ชนินทร์ กล่าวว่า กลไกที่ 2 คือการแต่งตั้งของรัฐสภาจากการเสนอชื่อขององค์กรต่างๆ จำนวน 51 รายชื่อ โดยแบ่งตามสัดส่วนหน่วยงานหรือองค์กรต่างๆ ดังนี้

  • วุฒิสภาคนนอก 5 คน
  • ตัวแทนจากที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา 1 คน
  • ที่ประชุมใหญ่ศาลปกครองสูงสุด 1 คน
  • สมาคมองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทุกรูปแบบ 3 คน
  • ที่ประชุมอธิบการบดี สถาบันอุดมศึกษาของรัฐ เลือกตัวแทน 2 คน
  • ที่ประชุมคณบดี คณะนิติศาสตร์ และคณะรัฐศาสตร์ เลือกตัวแทน 2 คน
  • สมาคมวิชาชีพด้านกฎหมาย ด้านรัฐศาสตร์ และรัฐประศาสนศาสตร์ เลือกตัวแทน 3 คน
  • สถาบันอุดมศึกษาของรัฐ เลือกตัวแทน 2 คน
  • กลุ่มองค์กรทางภาคธุรกิจ เลือกตัวแทน 8 คน
  • สภาและสมาคมสื่อมวลชนทุกแห่ง เลือกตัวแทน 1 คน
  • องค์กรด้านสิทธิมนุษยชนและกฎหมาย 1 คน

2 กลไกนี้รวมกัน 151 คน จากการแต่งตั้งรัฐสภา

รองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า หวังว่าจะได้รับการรับหลักการทั้งสมาชิก สส. และ สว. เพื่อให้แปรญัตติต่อในชั้นกรรมาธิการ และก็คาดหวังว่าร่างนี้จะสามารถเป็นร่างหลัก เป็นร่างตรงกลาง ได้รับการยอมรับจากทุกฝ่าย และนำมาสู่การแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่อย่างเป็นธรรม

"ภายใต้คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ แนวทางของพรรคเพื่อไทยเป็นแนวทางที่เป็นจริง และได้ สสร.ที่ยึดโยงกับประชาชน สะท้อนถึงเจตนารมณ์ของทุกฝ่ายในทางการเมือง การฮั้วกันทำได้ยาก และไม่มีฝ่ายใดผูกขาดความเป็นเสียงข้างมากได้" ชนินทร์ กล่าว 

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง
โฆษณา - Advertising