ผลสำรวจโดยองค์กร Centre for Ageing Better ในอังกฤษ พบว่าพนักงานสูงวัยหันมาฉีดโบท็อกซ์และทำศัลยกรรม เพื่อรับมือกับปัญหาถูกเลือกปฏิบัติเพราะอายุในที่ทำงาน

ภาพจาก: Revamped Aesthetics (CC)
20 ตุลาคม 2025 ผลสำรวจใหม่เปิดเผยว่าพนักงานหลายร้อยคนยอมรับว่าพวกเขาพร้อมที่จะใช้วิธีการรุนแรงอย่างการฉีดโบท็อกซ์และทำศัลยกรรมเพื่อกำจัดริ้วรอย เพียงเพื่อต่อสู้กับปัญหาการถูกเลือกปฏิบัติเพราะอายุในที่ทำงาน โดยหนึ่งในห้าของผู้ตอบแบบสอบถามกล่าวว่าพวกเขาจะพิจารณาฉีดโบท็อกซ์หรือฟิลเลอร์เพื่อให้ได้โอกาสที่เท่าเทียมกันในที่ทำงาน
พนักงานที่มีอายุมากกว่า 45 ปีกำลังคิดจะทำหัตถการเสริมความงามและผ่าตัดต่างๆ เพื่อให้ตัวเองดูอ่อนวัยลง หวังว่าจะช่วยเพิ่มโอกาสในการได้งานหรือเลื่อนตำแหน่ง
องค์กร Centre for Ageing Better ได้สำรวจผู้คนจำนวน 567 คน ที่มีอายุมากกว่า 45 ปี และบอกว่าผลที่ได้นั้น "น่าหดหู่ใจมาก" โดยพบว่า 15% ของผู้ตอบแบบสอบถามกล่าวว่าพวกเขาจะพิจารณาทำศัลยกรรมเพื่อให้หน้าตาดูอ่อนกว่าวัยจริง หากสิ่งนี้จะช่วยให้พวกเขาได้งานหรือได้เลื่อนตำแหน่ง ขณะที่ 1 ใน 5 (20%) บอกว่าพวกเขาจะพิจารณาฉีดโบท็อกซ์หรือฟิลเลอร์ และประมาณ 2 ใน 5 (41%) กล่าวว่าพวกเขาจะย้อมผมหากมันช่วยให้พวกเขาก้าวหน้าในหน้าที่การงาน
แครอล อีสตัน (Carole Easton) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Centre for Ageing Better กล่าวว่าเป็นเรื่อง "น่าหดหู่ใจที่ได้เห็นว่าพนักงานที่มีอายุมากกว่าต้องถูกบีบบังคับให้คิดถึงวิธีการเช่นนี้ เพียงเพื่อให้ได้รับโอกาสที่เท่าเทียมกันในที่ทำงาน" เธอเล่าว่าทางองค์กรได้ยินเรื่องราวจากผู้สมัครงานที่ถูกปฏิเสธจากการสมัครงานหลายร้อยตำแหน่งอย่างไม่มีเหตุผลชัดเจน ทั้งที่มีทักษะและประสบการณ์มากมาย และพวกเขารู้สึกได้ชัดเจนว่านายจ้างเริ่มเฉยชาทันทีที่รู้ว่าพวกเขาอายุเท่าไร
การถูกพูดจาไม่เหมาะสมเกี่ยวกับเรื่องอายุจากเพื่อนร่วมงานและผู้บังคับบัญชาพบว่าเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นบ่อย โดยมี 16% ของผู้ตอบแบบสอบถามบอกว่าพวกเขาเคยตกเป็นเหยื่อในที่ทำงาน และจากจำนวนนี้ 2 ใน 5 (39%) กล่าวว่าเรื่องนี้เกิดขึ้นบ่อยครั้ง
อย่างไรก็ตาม ศัลยแพทย์ตกแต่งอย่างชาร์ลส์ ดูแรนต์ (Charles Durrant) จากโรงพยาบาล Queen Alexandra ในเมืองพอร์ตสมัธ (Portsmouth) ประเทศอังกฤษ เตือนว่าแม้หัตถการและการผ่าตัดเหล่านี้จะช่วยเพิ่มความมั่นใจในตัวเองได้ แต่ก็มาพร้อมกับความเสี่ยง และที่สำคัญคือมันไม่ได้ช่วยแก้ปัญหาการเลือกปฏิบัติตามอายุเลย เขาบอกกับ Independent ว่า "ผมเห็นว่ามันไม่ใช่เหตุผลที่ดีพอในการทำหัตถการใดๆ ไม่ว่าจะเป็นการผ่าตัดหรือไม่ผ่าตัดก็ตาม เพราะสิ่งเหล่านี้ล้วนมีความเสี่ยงทั้งสิ้น และไม่ควรเป็นหน้าที่ของแต่ละคนที่จะต้องปรับตัวเองให้เข้ากับความคาดหวังของคนรอบข้าง มันควรเป็นทางเลือกส่วนตัวที่ทำเพื่อสร้างความนับถือตนเองและความมั่นใจให้กับตัวเอง เพื่อให้รู้สึกสบายใจกับตัวตนของตัวเอง และที่สำคัญ มันไม่ได้แก้ไขปัญหาที่แท้จริงซึ่งก็คือการเลือกปฏิบัติตามอายุนั่นเอง"
แครอลกล่าวเสริมว่า "หลายคนคิดว่าในยุคสมัยนี้เรามีกฎหมายและนโยบายด้านทรัพยากรบุคคลที่จะยุติการเลือกปฏิบัติตามอายุในที่ทำงานได้แล้ว แต่ข้อมูลและประสบการณ์จริงที่เราได้ฟังจากผู้คนกลับบอกเล่าเรื่องราวที่ต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง ความเชื่อผิดๆ และแบบแผนที่ไม่มีมูลความจริงเกี่ยวกับพนักงานที่มีอายุมากกว่ากำลังผลักดันผู้คนจำนวนมากเกินไปให้ตกอยู่ในกองทิ้งของตลาดแรงงาน ทั้งที่พวกเขายังมีชีวิตการทำงานเหลืออยู่ถึง 1 ใน 3"
