Skip to main content
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์

สภาญี่ปุ่นเลือก “ซานาเอะ ทากาอิจิ” หัวหน้าพรรคเสรีประชาธิปไตย (LDP) เป็นนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของประเทศ ภายใต้รัฐบาลผสมกับพรรค JIP หลังพรรคโคเมโตะถอนตัวจากพันธมิตร อย่างไรก็ตาม ทากาอิจิแม้เป็นผู้นำหญิง แต่มีจุดยืนอนุรักษนิยม ต่อต้านกฎหมายให้คู่สมรสใช้นามสกุลต่างกัน สนับสนุนการสืบราชสมบัติผ่านรัชทายาทชาย และมักเดินทางไปสักการะศาลเจ้ายาสุกุนิ

ขณะเดียวกัน เธอต้องเผชิญความท้าทายใหญ่ ทั้งราคาสินค้าพุ่ง การเจรจากับโดนัลด์ ทรัมป์ และแรงกดดันทางเศรษฐกิจ โดยฐานอำนาจที่ยังไม่มั่นคงของรัฐบาลผสม อาจจำกัดขีดความสามารถของเธอในการเดินหน้าสานต่อนโยบายสายอาเบะ ทั้งการเสริมกำลังทหารและการแก้รัฐธรรมนูญสันติภาพฉบับ ค.ศ. 1947

ซานาเอะ ทากาอิจิ ปราศรัยที่นาโกยา ประเทศญี่ปุ่นเมื่อ 26 กันยายน 2568 ที่มา: Wikipedia

หัวหน้าพรรคเสรีประชาธิปไตย (Liberal Democratic Party – LDP) ซานาเอะ ทากาอิจิ (Sanae Takaichi) ได้รับเลือกเป็นนายกรัฐมนตรีโดยรัฐสภาเมื่อวันอังคาร ในรายงานของ The Japan Times ระบุว่า ถือเป็นการทำลายเพดานแก้วทางการเมือง ทากาอิจิ กลายเป็นผู้นำหญิงคนแรกของญี่ปุ่น

ทากาอิจิ ชนะการลงมติเลือกนายกรัฐมนตรีในสภาผู้แทนราษฎร โดยได้รับเสียงสนับสนุน 237 เสียง จากเสียงในสภาทั้งหมด 465 เสียง ได้คะแนนเกินเสียงข้างมากขั้นต่ำ 235 เสียง ส่วนผู้นำพรรคประชาธิปไตยตามรัฐธรรมนูญแห่งญี่ปุ่น (Constitutional Democratic Party of Japan - CPJ) โยชิฮิโกะ โนดะ ได้ 149 เสียง

ทากาอิจิจะขึ้นดำรงตำแหน่งแทนนายกรัฐมนตรีชิเกรุ อิชิบะ เป็นการยุติภาวะสุญญากาศทางการเมืองและความวุ่นวายที่ยืดเยื้อมานานสามเดือน นับตั้งแต่พรรคเสรีประชาธิปไตย (LDP) พ่ายแพ้การเลือกตั้งอย่างยับเยินเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ส่วน อิชิบะ ซึ่งดำรงตำแหน่งเพียงหนึ่งปี ได้ลาออกพร้อมคณะรัฐมนตรีวันนี้ เพื่อเปิดทางให้ผู้สืบทอดตำแหน่งคนใหม่

ข้อตกลงจัดตั้งรัฐบาลผสมระหว่างพรรค LDP ซึ่งมี 196 เสียงกับพรรค Japan Innovation Party (JIP) ซึ่งมี 35 เสียง เกิดขึ้นเมื่อวันจันทร์ (20 ต.ค.) ได้ปูทางให้ทะไคอิชิได้รับชัยชนะในการโหวตในสภา ด้วยการรับประกันเสียงสนับสนุนเพียงพอที่จะรับมือเสียงจากฝ่ายค้านที่รวมตัวกัน

ก่อนหน้านี้พรรคร่วมรัฐบาลกับ LDP มาอย่างยาวนานคือ พรรคโคเมโตะ ได้ถอนตัวจากพรรคร่วมรัฐบาล ทำให้พรรค LDP ต้องหาพรรคร่วมรัฐบาลใหม่ ก่อนได้พรรค JIP เข้ามาร่วมดังกล่าว (อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง)

เช้าวันอังคาร ทากาอิจิ เริ่มเดินหน้าจัดตั้งคณะรัฐมนตรีก่อนจะได้รับการแต่งตั้งอย่างเป็นทางการเป็นนายกรัฐมนตรี โดยไม่มีสมาชิกพรรค JIP เข้าร่วมคณะรัฐมนตรีชุดใหม่

ในสภาผู้แทนราษฎรที่มีทั้งหมด 465 ที่นั่ง เสียงข้างมากอยู่ที่ 233 ที่นั่ง โดยพรรค LDP ครองอยู่ 196 ที่นั่ง และพรรค JIP มี 35 ที่นั่ง รวมเป็น 231 ที่นั่ง

รายงานของสื่อญี่ปุ่นระบุว่า ผู้ที่เคยเป็นคู่แข่งในศึกเลือกตั้งหัวหน้าพรรค เช่น โยชิมาสะ ฮายาชิ, ชินจิโร โคอิซูมิ และอดีตรัฐมนตรีต่างประเทศ โทชิมิตสึ โมเตงิ อาจได้รับตำแหน่งสำคัญในคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ ฮายาชิและโคอิซูมิซึ่งดำรงตำแหน่งโฆษกรัฐบาลและรัฐมนตรีเกษตรกรรม ได้ลาออกจากคณะรัฐมนตรีของนายชิเกรุ อิชิบะในเช้าวันอังคาร

ระหว่างการหาเสียงชิงตำแหน่งหัวหน้าพรรค LDP ทากาอิจิยังเคยระบุว่า หากได้จัดตั้งรัฐบาล เธอตั้งใจจะแต่งตั้งสมาชิกสภาหญิงจำนวนมากเข้าสู่คณะรัฐมนตรี

ขณะเดียวกัน ทากาชิ เอนโด หัวหน้าฝ่ายกิจการรัฐสภาของพรรค JIP ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้มีบทบาทสำคัญในการจัดตั้งรัฐบาลผสม คาดว่าจะได้รับตำแหน่งที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี

ทากาอิชิ ซึ่งเคยดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงความมั่นคงทางเศรษฐกิจและกิจการภายในประเทศ เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรมาราว 30 ปี และเพิ่งชนะตำแหน่งหัวหน้าพรรค LDP เมื่อต้นเดือนนี้ในการลงสมัครครั้งที่สามของเธอ

สำหรับซานาเอะ ทากาอิชิ เกิดเมื่อปี ค.ศ. 1961 ในจังหวัดนารา แม่ของเธอเป็นตำรวจ ส่วนพ่อทำงานในสำนักงาน เธอเป็นที่รู้จักในวัยเด็กว่าเป็นมือกลองเพลงเฮฟวีเมทัลตัวยงที่มักทำไม้กลองหักเป็นประจำ นักการเมืองหญิงวัย 64 ปีผู้นี้เป็นสายอนุรักษนิยม และแทบไม่มีชื่อเสียงในแวดวงการเมืองจนถึงช่วงทศวรรษ 1980 เมื่อเกิดความตึงเครียดทางการค้าระหว่างสหรัฐฯ และญี่ปุ่น

ปี 1996 ทากาอิชิได้รับเลือกเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรภายใต้พรรค LDP และกลายเป็นหนึ่งในเสียงอนุรักษนิยมที่ชัดเจนที่สุดของพรรค เธอชนะการเลือกตั้งเป็น ส.ส. ถึง 10 ครั้ง และแพ้เพียงครั้งเดียว

แม้จะเป็นนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของญี่ปุ่น แต่ทากาอิชิกลับไม่ได้รีบรุดผลักดันนโยบายความเท่าเทียมหรือความหลากหลายทางเพศ เธอเป็นหนึ่งในนักการเมืองที่ต่อต้านกฎหมายให้คู่สมรสใช้คนละนามสกุล และสนับสนุนการสืบราชสมบัติแบบชายเท่านั้นของราชวงศ์ญี่ปุ่น

ทากาอิชิเคยพูดเปิดเผยถึงความพยายามของเธอในการมีบุตรด้วยตัวเองแต่ไม่สำเร็จ อย่างไรก็ตาม เธอได้ช่วยเลี้ยงดูลูกสามคนจากการแต่งงานครั้งก่อนของสามี

ในประเทศที่นายกรัฐมนตรีและนักการเมืองจำนวนมากเป็นทายาททางการเมืองของตระกูลใหญ่ การที่ทากาอิชิ สามารถไต่เต้าด้วยตัวเองโดยไม่มีสายสัมพันธ์ทางครอบครัว ถือว่าได้รับความเคารพในแวดวงการเมืองไม่น้อย แต่บททดสอบสำคัญยังรออยู่ข้างหน้า เพราะแม้พรรค LDP จะจัดตั้งพันธมิตรเฉพาะกิจกับพรรค JIP ซึ่งเป็นพรรคโอซากา แต่พรรคร่วมรัฐบาลยังมีเสียงไม่ถึงกึ่งหนึ่งของทั้งสองสภา ทำให้ต้องเจรจากับพรรคฝ่ายค้านอื่น ๆ เพื่อผลักดันกฎหมาย ซึ่งอาจทำให้รัฐบาลของเธอไม่มั่นคงและมีอายุสั้น

“เสถียรภาพทางการเมืองเป็นสิ่งจำเป็นที่สุดในเวลานี้” ทากาอิจิ กล่าวระหว่างพิธีลงนามข้อตกลงกับนายฮิโรฟุมิ โยชิมูระ ผู้ว่าราชการจังหวัดโอซากะและผู้นำพรรค JIP เมื่อวันจันทร์ “หากไม่มีเสถียรภาพ เราไม่สามารถเดินหน้านโยบายเศรษฐกิจหรือการทูตได้”

ทากาอิจิ ต้องเผชิญเส้นตายทางการเมืองหลายเรื่อง ทั้งการแถลงนโยบายครั้งสำคัญในปลายสัปดาห์ การประชุมกับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐฯ และการประชุมสุดยอดระดับภูมิภาค เธอต้องเร่งแก้ปัญหาราคาสินค้าพุ่งสูงและจัดทำมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจภายในเดือนธันวาคมเพื่อตอบสนองต่อความไม่พอใจของประชาชน

ในฐานะศิษย์ทางการเมืองของอดีตนายกรัฐมนตรีชินโช อาเบะ ที่ถูกลอบสังหาร ทากาอิชิคาดว่าจะสานต่อนโยบายสายอาเบะ ทั้งการเสริมแสนยานุภาพทางทหาร การกระตุ้นเศรษฐกิจ และการแก้ไขรัฐธรรมนูญสันติภาพของญี่ปุ่น แต่ด้วยฐานอำนาจที่อาจยังไม่มั่นคง จึงยังไม่ชัดเจนว่าเธอจะสามารถผลักดันนโยบายเหล่านี้ได้มากเพียงใด

เมื่อพรรคโคเมโตะถอนตัวออกจากรัฐบาลผสม พรรคดังกล่าวให้เหตุผลว่า พรรค LDP ล้มเหลวในการจัดการปัญหากองทุนลับทางการเมืองที่นำไปสู่ความพ่ายแพ้ในการเลือกตั้งหลายครั้งติดต่อกัน

นอกจากนี้ พรรคโคเมโตะ ยังแสดงความกังวลต่อท่าทีแก้ประวัติศาสตร์ของทากาอิจิ และการที่เธอไปสักการะศาลเจ้ายาสุกุนิเป็นประจำ แม้จะถูกจีนและเกาหลีใต้ประท้วงว่าเป็นการไม่แสดงความสำนึกต่อการรุกรานในสงครามโลกครั้งที่สอง รวมถึงถ้อยคำที่มีลักษณะเหยียดเชื้อชาติในช่วงที่ผ่านมา

อย่างไรก็ตาม เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ทากาอิจิได้ลดโทนแข็งกร้าวลง โดยเลือกส่งเครื่องเซ่นไหว้ไปบูชาที่ศาลเจ้ายาสุกุนิแทนการเดินทางไปด้วยตนเอง

 

ที่มา: 
Sanae Takaichi makes history as Japan’s first female prime minister, 21 October 2025 

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง