รัฐบาลทหารพม่าถล่ม KK Park ศูนย์สแกมเมอร์ในเมียวดีเมื่อปลายตุลาคม 2025 อ้างทำลายอาคาร 100-150 หลัง แต่ภาพดาวเทียมแสดงว่าทำลายได้เพียง 22 หลัง ส่วนใหญ่ยังอยู่ครบ นักวิเคราะห์มองว่าเป็นแค่ PR ลดแรงกดดันระหว่างประเทศ สแกมเมอร์ย้ายฐานไปที่อื่นแล้ว ยังมีศูนย์อีกมากกว่า 30 แห่งตามชายแดน
ขณะที่รัฐบาลไทยภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกุล ถูกกดดันจากสังคมเกี่ยวกับเรื่องสแกมเมอร์ และความขัดแย้งชายแดนกับกัมพูชา ทางฝั่งพม่าได้มีการโหมข่าวเกี่ยวกับความพยายามของรัฐบาลทหารพม่าในการปราบปรามสแกมเมอร์
การถล่มตึก KK Park ศูนย์ปฏิบัติการของสแกมเมอร์และการค้าลักลอบค้ามนุษย์ ซึ่งตั้งอยู่ในเมืองเมียวดีของพม่า ตรงข้ามกับชายแดนไทย ในช่วงปลายตุลาคมที่ผ่านมา ถูกรายงานเป็นข่าวดังไปทั่วโลก
รัฐบาลทหารพม่าระบุว่าได้ทำการถล่มอาคารไปกว่า 100-150 หลัง และยึดอุปกรณ์สตาร์ลิงค์ ที่กลุ่มสแกมเมอร์ใช้เชื่อมต่อระบบสื่อสารผ่านดาวเทียมได้จำนวนหนึ่ง บริษัทสเปซเอ็กซ์ของอีลอน มักส์ เจ้าของเทคโนโลยีเผยว่าได้ตัดการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ที่กลุ่มสแกมเมอร์ใช้ไปแล้ว 2,500 เครื่อง
รายงานเมื่อ 1 พ.ย. ระบุว่าหลังการปราบปรามครั้งใหญ่ มีชาวต่างชาติเกิน 20 สัญชาติข้ามมายังฝั่งไทยเกือบ 1600 คน ถูกดำเนินคดี 680 คน ชำระค่าปรับและผลักดัน 439 คน ไม่เสียค่าปรับและเข้าเรือนจำ 241 คน ภายใต้การเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดของกองทัพบก
แม้จะมีภาพของอาคารถูกถล่มยับเยินออกมาให้เห็นเป็นระยะ แต่รายงานของอิรวดีซึ่งอ้างอิงภาพถ่ายดาวเทียมที่ถูกวิเคราะห์โดยสำนักข่าว AFP แสดงให้เห็นว่าอาคารส่วนใหญ่ยังคงตั้งอยู่
ภาพถ่ายดาวเทียมจาก Planet Labs บริษัทสัญชาติอเมริกัน ถ่ายระหว่างวันที่ 30 ตุลาคม ถึง 9 พฤศจิกายน แสดงให้เห็นอาคาร 22 หลังถูกทำลาย และอีกประมาณ 80 หลังได้รับความเสียหายหรืออาจได้รับความเสียหาย อย่างไรก็ตาม บางพื้นที่ถูกเมฆบดบังทำให้วิเคราะห์ภาพได้อย่างจำกัด
ภาพถ่ายเหล่านี้สอดคล้องกับคำให้การของคนในพื้นที่ ซึ่งระบุว่ายังมีหลายอาคารที่อยู่ในสภาพสมบูรณ์ เนื่องจากการปฏิบัติการกวาดล้างเน้นไปที่โซน AA2 เป็นหลัก ซึ่งเป็นเพียง 1 ใน 6 โซนของพื้นที่ทั้งหมดกว่า 500 เอเคอร์หรือราว 1250 ไร่
KK Park เป็นของใคร?
KK Park เป็นที่ตั้งของคาสิโน โรงแรม แหล่งค้าประเวณี และศูนย์หลอกลวงออนไลน์ที่ขึ้นชื่อเรื่องการค้ามนุษย์ โดยคนงานในศูนย์มักหลอกเหยื่อด้วยการเข้าหาในเชิงเกี้ยวพาราสี หรือหลอกให้ลงทุนในโครงการต้มตุ๋น และไม่มีข้อห้ามเสพหรือค้ายาเสพติด
"ผู้ลงทุนหลักของเมือง KK คือบริษัท ตงเหมยกรุ๊ป (Dongmei group) มีประธานบริษัทชื่อนายหวัน ค็อกคอย (Wan Kouk-koi) ฉายาไอ้ฟันหลอ อดีตหัวหน้ากลุ่ม 14K ซึ่งเป็นกลุ่มอาชญากรระดับโลก" ตาม รายงานของไทยพีบีเอส
KK Park ตั้งอยู่ในพื้นที่ที่มีการแย่งชิงกันระหว่างรัฐบาลทหารพม่า กลุ่มสหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง (KNU) และกองกำลังกะเหรี่ยงกลุ่มอื่นๆ โดยความขัดแย้งระหว่างหลายฝ่ายนี้เกิดขึ้นหลังการรัฐประหาร 2564
อิรวดีรายงานว่า KK Park เป็นฐานที่มั่นของกองกำลังพิทักษ์ชายแดนกะเหรี่ยง หรือกะเหรี่ยงบีจีเอฟ (Karen Border Guard Force-Karen BGF) นำโดย พ.อ.ชิต ตุ ซึ่งมีสายสัมพันธ์ใกล้ชิดกับรัฐบาลทหารพม่า และเป็นบุคคลที่สหรัฐอเมริกาคว่ำบาตร
ข้อมูลนี้สอดคล้องกับแหล่งข้อมูลจากฝ่ายความมั่นคงของไทยในพื้นที่ที่ให้ข้อมูลกับไทยพีบีเอส
"เมือง KK ตั้งอยู่ในเขตอิทธิพลของพันตรี เต่งวิน รองผู้บังคับกองพันกองกำลัง (กะเหรี่ยง BGF) พันตรีเต่งวินมีความสัมพันธ์อันดีกับพลเอกอาวุโสหมิ่นอ่องหล่าย นายกรัฐมนตรีของเมียนมาคนปัจจุบัน เมื่อหมิ่นอ่องหล่ายขึ้นเป็นผู้นำรัฐบาล เขาได้ให้สิทธิในที่ดินผืนหนึ่งแก่พันตรีเต่งวิน นั่นก็คือที่ตั้งของเมือง KK ในปัจจุบัน"
พันตรีเต่งวินอยู่ในรายชื่อที่ถูกรัฐบาลสหรัฐอเมริกาคว่ำบาตรเช่นกัน
กลุ่ม Justice for Myanmar ระบุในรายงานที่เพิ่งเผยแพร่ในปีนี้ว่า “ปฏิบัติการเหล่านี้จะเกิดขึ้นไม่ได้เลย หากปราศจากการมีส่วนร่วมของกองทัพพม่า กองกำลังติดอาวุธในการควบคุมของกองทัพพม่า และพวกพ้องของกองทัพพม่า”
"[ในเมียวดี] กะเหรี่ยง BGF มีบทบาทสำคัญ ทั้งในด้านการควบคุมการพัฒนาการหลอกลวงทางไซเบอร์ การซื้อและจำหน่ายเชื้อเพลิงและไฟฟ้า และในด้านการค้ามนุษย์และการลักลอบขนสินค้าข้ามมาจากชายแดนไทย”
เจสัน ทาวเวอร์ นักวิเคราะห์อาวุโสจากความริเริ่มระดับโลกเพื่อต่อต้านขบวนการอาชญากรรมข้ามชาติ (Global Initiative Against Transnational Organized Crime) กล่าวกับสื่อนิกเคอิเอเชียว่า “รัฐบาลพม่าได้ประโยชน์จากศูนย์หลอกลวงเหล่านี้ เงินหลอกลวงเหล่านี้ถูกนำไปลงทุนในระบบเศรษฐกิจทางการของเมียนมาและถูกนำไปฟอกตามที่ต่างๆ ทั่วโลก”
หลังจากการถล่ม KK Park พลตรีซอ มิน ตุน โฆษกรัฐบาล ได้ออกมากล่าวหาว่ากองกำลัง KNU มีส่วนเกี่ยวข้องกับ KK Park โดยตรง และแสวงหาผลประโยชน์ทางการเงินด้วยการขูดรีดที่ดินของรัฐอย่างผิดกฎหมาย
พลตรีซอ มิน ตุน อธิบายเพิ่มเติมว่า KK Park อยู่ในเขตอิทธิพลของกองกำลัง KNU กองพลที่ 6 ขณะที่โครงการนิวซิตี้ในชเวโก๊กโก่ตั้งอยู่ทางเหนือของเมียวดีเป็นของ BGF ส่วนโครงการนิวทาวน์ในเลเคก่อ ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกของ KK Park
ด้าน KNU ปฏิเสธข้อกล่าวหาของรัฐบาลทหารพม่าทั้งหมด โดยระบุว่า KNU เคยให้เช่าที่ดิน 100 เอเคอร์หรือราว 250 ไร่กับบริษัทจำนวน 2 แห่ง ที่ดินดังกล่าวอยู่ห่างจากศูนย์สแกมเมอร์ไป 3 กิโลเมตร และข้อตกลงดังกล่าวได้ยุติลงในปี 2565
ปราบปรามได้ผลหรือไม่
แม้คนอพยพข้ามชายแดนมายังฝั่งไทยจำนวนมาก แต่ผู้เชี่ยวชาญเห็นว่ายังมีคนอีกมากไม่ได้ข้ามชายแดนมา และย้ายไปทำงานที่ศูนย์ปฏิบัติการสแกมเมอร์แห่งอื่นๆ
บีบีซีไทยระบุว่า ศูนย์ปฏิบัติการของสแกมเมอร์ที่อยู่ตามชายแดน ยังมีอีกอย่างน้อย 30 แห่ง และมีแรงงานจากทั่วโลกหลายหมื่นคน และยังไม่มีการยืนยันว่าศูนย์เหล่านี้ยังเชื่อมต่อกับระบบสตาร์ลิงค์อยู่หรือไม่
พื้นที่สำคัญหลายแห่งของแก๊งสแกมเมอร์อยู่ภายใต้การควบคุมโดยกลุ่มติดอาวุธที่อยู่ฝ่ายรัฐบาลทหารพม่า ตัวอย่างเช่น พื้นที่ชเวโก๊กโก่ ตรงข้าม อ.แม่ระมาด และ อ.แม่สอด ซึ่งอยู่ภายใต้กองกำลังบีจีเอฟ โดยการนำของ พ.อ. ชิต ตุ เช่นกัน
นอกจากนี้ยังมี "บริเวณไท่ฉาง ตรงข้ามบ้านห้วยน้ำนัก อ.พบพระ ซึ่งอยู่ภายใต้การดูแลของกองทัพกะเหรี่ยงพุทธประชาธิปไตย หรือดีเคบี (Democratic Karen Buddhist Army: DKB)” เป็นต้น
อิรวดีรายงานว่าระหว่างที่รัฐบาลทหารพม่าถล่ม KK Park กลุ่มสแกมเมอร์ได้ย้ายฐานปฏิบัติการไปยังพื้นที่ใกล้เคียงแล้ว ได้แก่ ชเวโก๊กโก่ จ็อกแขต และพะย่าโต้นซู โดยแหล่งข่าวในพื้นที่รายงานว่ามีรถบรรทุกของกองกำลัง BGF คอยลำเลียงคนและอุปกรณ์ให้
“[พวกขุนศึก] ได้รับการละเว้น กระทั่งหลังการโจมตี”ผู้สันทัดกรณีด้านพม่าคนหนึ่งซึ่งไม่เปิดเผยนามให้สัมภาษณ์กับสื่อนิกเคอิเอเชีย “ดูเหมือนว่ารัฐบาลจะให้ความคุ้มครองแก่พวกเขาจากการจับกุมระหว่างประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากการจับกุมของจีนด้วย ในครั้งนี้”
รัฐบาลทหารพม่าอ้างว่าในช่วง 9 เดือนที่ผ่านมาได้ทำการควบคุมตัวชาวต่างชาติ ที่เข้าประเทศโดยผิดกฎหมายและมีความเกี่ยวข้องกับแก๊งสแกมเมอร์ไปแล้วกว่า 10,000 ราย เพื่อผลักดันออกนอกประเทศ ตามรายงานของบลูมเบิร์ก
อย่างไรก็ตาม เจสัน ทาวเวอร์ ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวเอบีซีว่า ลำพังแค่ใน KK Park น่าจะมีคนทำงานอยู่ข้างในกว่า 25,000 คนในช่วงก่อนการปราบปราม เขาจึงเห็นว่าความพยายามของรัฐบาลทหารพม่าแทบไม่ส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมสแกมเมอร์เลย
นักวิเคราะห์อีกหลายคนเห็นว่าการโจมตีครั้งนี้แทบไม่มีผลใดๆ เช่นกัน เนื่องจากเหล่าสแกมเมอร์มีความสามารถในการกลับมาปฏิบัติการต่อได้อย่างรวดเร็วหลังการถูกปราบปราม อนึ่ง รายงานเมื่อปี 2566 องค์การสหประชาชาติอ้างอิงข้อมูลที่น่าเชื่อถือระบุว่าอาจมีคนถูกหลอกไปทำงานให้กับแก๊งสแกมเมอร์ในประเทศสูงกว่า 120,000 คน
“อุตสาหกรรมนี้เผชิญกับสิ่งที่เรียกว่าการปราบปรามหลายครั้งในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา แต่เห็นได้ชัดว่ามีผลกระทบจำกัด เนื่องจากศูนย์หลอกลวงยังคงพัฒนาและขยายการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง” จอห์น วอยซิก นักวิจัยภัยคุกคามอาวุโสประจำภูมิภาคเอเชียของ Infoblox Threat Intelligence แพลตฟอร์มบริการเครือข่ายคลาวด์และความปลอดภัยระดับโลก กล่าวกับสื่อนิกเคอิเอเชีย “การเปลี่ยนแปลงจะน้อยมาก เพราะ [การโจมตีเหล่านี้] จะไม่กระทบต่อปฏิบัติการของศูนย์หลอกลวงมากนักไม่ว่าในทางใด”
รายงานของอิรวดีระบุว่ารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงความมั่นคงสาธารณะของจีนเคยเดินทางเยือนชายแดนไทย-เมียนมา ระหว่างการแสดงปราบปรามสแกมเมอร์ครั้งใหญ่เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา มีชาวต่างชาติในชเวก๊กโกถูกส่งกลับภูมิลำเนาราว 8,000 คน
แม้ประเทศไทยจะตัดกระแสไฟฟ้า อินเทอร์เน็ต และเชื้อเพลิงไปยังพื้นที่ดังกล่าว แต่ที่นั่นยังมีแผงโซลาร์เซลล์และ Starlink ทำให้ธุรกิจต่างๆ กลับมาเป็นปกติได้อย่างรวดเร็ว
แรงจูงใจของรัฐบาลทหารพม่า
นักวิเคราะห์บางคนมองว่าการกวาดล้างครั้งนี้เป็นเพียงการประชาสัมพันธ์ของรัฐบาลทหารพม่า เพื่อลดแรงกดดันจากนานาชาติ
“การโจมตี... ในบริบทนี้ถูกมองเป็นเพียงผักชีโรยหน้า” นักการทูตอาวุโสประจำย่างกุ้งคนหนึ่งกล่าวกับนิกเคอิเอเชีย “โดยทั่วไปเชื่อกันว่า กองทัพ[พม่า]ต้องยอมต่อแรงกดดันจากจีนในระดับหนึ่ง ในการจัดการกับอาคารเหล่านี้”
เจสัน ทาวเวอร์ ให้สัมภาษณ์กับอิรวดีว่า“ด้วยสหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร เกาหลี สิงคโปร์ ไทย และประเทศอื่นๆ เริ่มใช้มาตรการแข็งกร้าวกับศูนย์สแกมเมอร์ รัฐบาลทหารจึงกังวลว่าเรื่องนี้อาจบั่นทอนแผนการที่จะใช้การเลือกตั้งเปลือกปลอมในช่วงปลายปี เพื่อฟื้นคืนความชอบธรรมระหว่างประเทศ”
นอกจากแรงกดดันจากนานาชาติ อีกปัจจัยที่ล่อตาล่อใจรัฐบาลทหารพม่าอาจเป็นเรื่องของผลประโยชน์ทางการเงิน
“สิ่งที่เราได้ยินมาคือกองทัพพม่ารู้ว่าสิ่งเหล่านี้สร้างกำไรเป็นกอบเป็นกำแค่ไหน และพวกเขารู้ว่าตัวการใหญ่ในกัมพูชามีเงินคริปโตมูลค่า 15 ล้านดอลล่าร์สหรัฐฯ ซ่อนอยู่ที่ไหนสักแห่ง"
“ดังนั้น … กองทัพพม่าจึงพยายามเจรจาเพื่อขอส่วนแบ่งรายได้มากขึ้น และในกรณีของ KK Park พวกเขา [หัวหน้าศูนย์สแกม] ไม่พร้อมที่จะส่งรายได้ให้กองทัพพม่ามากขึ้น กองทัพพม่าจึงบุกเข้าไป"
อุตสาหกรรมสแกมเมอร์มีเงินไหลเวียนเข้าออกหลายพันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ
รายงานของสำนักงานว่าด้วยยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ (UNDOC) เมื่อเมษายนที่ผ่านมาประเมินว่า ประชาชนในประเทศเอเชียตะวันออกและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้สูญเสียเงินให้แก๊งสแกมเมอร์กว่า 3.7 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในปี 2566 ขณะที่รัฐบาลสหรัฐฯ ระบุว่าชาวอเมริกันสูญเสียเงินกว่า 1 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อปี
นอกจากความสูญเสียทางการเงินแล้ว อุตสาหกรรมสแกมเมอร์ยังก่อให้เกิดความสูญเสียทางด้านสังคม เนื่องจากมีผู้ตกเป็นเหยื่อของการค้ามนุษย์นับแสนคนอีกด้วย
ที่มา:
“เมือง KK” ฐานลงทุนอดีตหัวหน้ามาเฟีย 14K ติดชายแดนไทย (Thai PBS, 17 มกราคม 2568)
KNU leaders accused of role in KK Park and online gambling operations (The Nation, 22 October 2025)
KNU denies involvement in KK Park online scam allegations (MPM, 28 October 2025)
Myanmar Junta Dynamites Scam Hub in PR Move as Global Pressure Grows (The Irrawaddy, 6 November 2025)
Scam Bosses Move Business Elsewhere Amid Crackdown in KK Park (The Irrawaddy, 6 November 2025)
Myanmar strikes on scam centers dismissed as 'smoke screen' (Nikkei Asia, 6 November 2025)
On the Myanmar-Thailand border, bombing a scam centre could barely dent the industry (ABC News, 10 November 2025)
