โฆษก กมธ. แก้ไขร่างรัฐธรรมนูญ เผย ที่ประชุมคณะกรรมาธิการฯ พิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญครบทุกมาตราแล้ว เตรียมลุยถกต่อวาระ 2 วันที่ 10-11 ธ.ค. นี้ ยังมีความเห็นแตกต่างความเห็นแย้งที่ต้องใช้เวลาอภิปรายหาข้อสรุปกันอีกในหลายประเด็น ซึ่งจะมีการลงมติทุกมาตราตัดสินด้วยเสียงข้างมาก นพ.ชลน่าน สส. เพื่อไทย ในฐานะ กมธ. กังวลที่มาของ กมธ. ยกร่างรัฐธรรมนูญ 35 คน จากสูตร 20 หยิบ 1 จะเกิดการครอบงำ เสนอให้ทบทวน
26 พ.ย. 2568 สถานีวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์รัฐสภา นรเศรษฐ์ ปรัชญากร สว. ในฐานะโฆษกกรรมาธิการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญ แก้ไขเพิ่มเติม รัฐสภา พร้อมด้วยพนิดา มงคลสวัสดิ์ สส. สมุทรปราการ พรรคประชาชน เผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมาธิการฯ ได้พิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญครบทุกมาตราแล้ว โดยการพิจารณาในวันนี้ (26 พ.ย. 2568) เป็นการทบทวนถ้อยคำและชี้แจงผลการพิจารณาต่อผู้แปรญัตติ คาดว่าการจัดทำรายงานจะแล้วเสร็จภายในวันเดียวกัน ก่อนเร่งส่งต่อประธานรัฐสภาเพื่อเตรียมเข้าสู่การพิจารณาในวาระที่ 2 สำหรับกรอบเวลาการพิจารณาวาระ 2 ที่กำหนดไว้ในวันที่ 10-11 ธ.ค. นี้ หากการอภิปรายยังไม่แล้วเสร็จ สามารถต่อเนื่องในวันที่ 12 ธ.ค. 2568 ซึ่งเป็นวันเปิดประชุมรัฐสภาสมัยสามัญ
พนิดาระบุ ระยะเวลาการพิจารณาต้องหารือร่วมวิปทุกฝ่าย เนื่องจากเป็นเรื่องสำคัญ ในแต่ละมาตราต้องใช้เวลาอภิปรายเพื่อหาข้อสรุปที่ชัดเจน ส่วนเนื้อหาคำถามประชามติจะเป็นประเด็นที่จะต้องหารือกันในลำดับถัดไป
เมื่อถามถึงความเห็นต่างในร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ยังมีความเห็นแย้งกันอยู่ นรเศรษฐ์มองว่าเป็นความเห็นแตกต่างตามหลักการประชาธิปไตย โดยประธานกรรมาธิการฯ เปิดโอกาสให้ทุกฝ่ายอภิปรายอย่างเต็มที่บนพื้นฐานเหตุผล ทำให้การพิจารณาใช้เวลายาวนานกว่าที่คาดการณ์ไว้ และในหลายมาตราที่มีความเห็นต่างจึงต้องมีการลงมติตามกระบวนการ ซึ่งทุกมาตราตัดสินด้วยเสียงข้างมาก ขณะที่ผู้สงวนความเห็นจะสามารถนำความเห็นไปอภิปรายต่อในวาระ 2
ไทยรัฐ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว สส.น่าน พรรคเพื่อไทย ในฐานะ กมธ. เชื่อว่าระยะเวลาเปิดประชุมสภาสมัยวิสามัญพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2 วัน จะเพียงพอหาข้อยุติได้ แม้จะถกเถียงกันหนัก แต่ด้วยกลไกเสียงข้างมากต้องมีจบและมีมติออกมา ส่วนข้อกังวลที่ สว. อาจลงคะแนนไม่ให้ผ่านนั้น มีความเป็นไปได้ เพราะรัฐธรรมนูญรองรับการออกเสียงของ สว. ว่า ต้องใช้เสียง สว. ร่วมเห็นชอบด้วย หากการอภิปรายวาระ 2 มีประเด็นเป็นผลกระทบ อาจส่งผลให้วาระ 3 ไม่ผ่านด้วย แต่จากการประเมินทิศทางของ สว. ผ่านกลไก กมธ. ที่เป็นสัดส่วน สว. นั้น แนวโน้มยังเป็นไปตามเสียงข้างมาก และขึ้นอยู่กับเสียงข้างมาก
เนื้อหาที่กังวลมากสุดคือ ที่มาของ กมธ. ยกร่างรัฐธรรมนูญ 35 คน ที่ถูกชี้นำครอบงำได้จากการเลือกของรัฐสภาสมัยหน้า ทำให้รัฐธรรมนูญตกเป็นของคนกลุ่มนั้น จะได้รัฐธรรมนูญที่เป็นประชาธิปไตยของประชาชนค่อนข้างยาก ยกเว้นรัฐสภารับข้อสงวนของ กมธ. เสียงข้างน้อยที่ให้ใช้วิธีเลือก กมธ. ยกร่างรัฐธรรมนูญไม่ยึดติดกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งคือ ใช้การลงมติโหวตเลือก กมธ. ยกร่างรัฐธรรมนูญ ผ่านเกณฑ์เสียงข้างมากที่ได้รับความเห็นชอบจากทุกภาคส่วนคือ มี สว. เห็นชอบ 1 ใน 5 หรือ 40 คน และได้เสียงฝ่ายค้าน 20% ลดการถูกครอบงำ เพราะสูตร 20 หยิบ 1 จะเกิดการครอบงำ ได้เสนอทางออกให้ทบทวนแล้ว แต่ กมธ. เสียงข้างมากไม่ยอม จึงต้องสงวนความเห็นไว้เพื่อไปสู้ในวาระ 2 ต่อไป
