Skip to main content
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์

ผอ.มูลนิธิผสานวัฒนธรรม ร้องเรียนศูนย์ป้องกันและปราบปรามซ้อมทรมานฯ เอาผิดเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องละเมิด พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการซ้อมทรมานฯ หลังได้รับแจ้งจาก จนท.อ้างว่าไทยส่งอี ควิน เบดั๊บ ผู้ลี้ภัยชาวมองตานญาด กลับไปที่เวียดนามตั้งแต่ 28 พ.ย. 68 แล้ว เสี่ยงทำให้ผู้ลี้ภัยตกอยู่ในอันตรายที่ประเทศต้นทาง อย่างไรก็ตาม ต้องย้ำว่ายังไม่มีรายงานยืนยันจากทางการไทย-เวียดนาม ถึงสถานะของ "อี ควิน เบดั๊บ" ว่าอยู่ที่ใด

 

30 พ.ย. 2568 พรเพ็ญ คงขจรเกียรติ ผู้อำนวยการ มูลนิธิผสานวัฒนธรรม และเป็นมูลนิธิที่ติดตามการจับกุม อี ควิน เบดั๊บ ผู้ลี้ภัยชาวมองตานญาด อย่างต่อเนื่อง ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนวานนี้ (29 พ.ย.) ยืนยันว่า เจ้าหน้าที่ของสำนักงานอัยการสูงสุด เผยว่าได้ประสานส่งตัวผู้ลี้ภัยชาวมองตานญาดกลับประเทศเวียดนามแล้วตั้งแต่เมื่อ 28 พ.ย.ที่ผ่านมา

พรเพ็ญ คงขจรเกียรติ

อี ควิน เบดั๊บ เป็นผู้ลี้ภัยชาวมองตานญาด อายุ 32 ปี และเป็นนักเคลื่อนไหวเพื่อเสรีภาพทางศาสนา โดยเมื่อ 26 พ.ย.ที่ผ่านมา ศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษายืนตามศาลชั้นต้น อนุญาตให้ส่งตัวผู้ลี้ภัยกลับประเทศต้นทางได้ เนื่องจากไม่ขัดกับ พ.ร.บ.ส่งผู้ร้ายข้ามแดน และกรณีที่ผู้ลี้ภัยสู้คดีว่าหากส่งกลับไป มีเหตุให้เชื่อได้ว่าจะมีถูกทรมาน มีภัยประหัตประหาร หรือถูกบังคับสูญหายนั้น ศาลมองว่ายังไม่มีหลักฐานเพียงพอ 

นอกจากนี้ นาตาลี เบิร์กแมน ทนายความของอี ควิน เบดั๊บ มีข้อสังเกตว่า ศาลอุทธรณ์แจ้งวันนัดฟังคำพิพากษากระชั้นชิดมาก โดยแจ้งทีมทนายก่อนวันฟังคำพิพากษาเพียง 1 วันเท่านั้น ทั้งที่ก่อนหน้านี้จะใช้เวลาแจ้งนานกว่านี้ ระหว่าง 2 สัปดาห์ถึง 1 เดือน 

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

 

ผอ.มูลนิธิผสานวัฒนธรรม เผยว่า หลังจากที่มีการเร่งให้ไปรับฟังศาลอุทธรณ์เมื่อ 26 พ.ย.ที่ผ่านมา และสุดท้าย คำพิพากษายืนยันว่าส่งกลับได้ตาม พ.ร.บ.ส่งผู้ร้ายข้ามแดน แต่ว่าเราก็ไม่เห็นด้วยทั้งในด้านสิทธิมนุษยชน และศาลก็ยอมรับว่าตัวของอี ควิน เบดั๊บ เป็นผู้ลี้ภัยของสำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งประชาชาติ (UNHCR) นั่นหมายความว่าเขาไม่สามารถถูกส่งกลับได้ แต่สุดท้ายคำสั่งศาลอุทธรณ์ยืนตามศาลชั้นต้นคือให้ส่งกลับได้

พรเพ็ญ ระบุว่า แม้ว่ากระบวนการตุลาการคดีสิ้นสุดแล้ว แต่ในกระบวนการของฝ่ายบริหาร ยังสามารถเข้ามาแทรกแซงได้อยู่ เพราะการส่งตัวกลับต้องคำนึงถึงปัจจัยหลายอย่าง เช่น ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ สิทธิมนุษยชน หรืออื่นๆ แต่การจะเข้ามาแทรกแซงกระบวนการส่งตัวกลับต้องเป็นมติของคณะรัฐมนตรี (ครม.) หลังจากมีคำพิพากษา ทางมูลนิธิฯ ได้รีบส่งจดหมายเปิดผนึกถึงนายกรัฐมนตรีทันที เราอยากให้เวลามันยืดออกไป เพื่อที่ภาคส่วนต่างๆ จะได้เข้ามาช่วยดูว่าเราทำอะไรได้บ้างในกรณีนี้ 

พรเพ็ญ ระบุว่า ช่วงระหว่างนั้นทางมูลนิธิฯ ก็เฝ้าติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดก็วันที่ 27 พ.ย. ญาติของอี ควิน เบดั๊บ ได้เข้าไปเยี่ยมใกล้ชิดที่เรือนจำคลองเปรม 

ต่อมา เมื่อเย็นวันที่ 28 พ.ย. ทางเราได้รับแถลงข่าวจากกรมราชทัณฑ์ ทำให้เรารู้สึกว่าตัวของอี ควิน เบดั๊บ น่าถูกส่งตัวกลับแน่ๆ แต่ไม่ทราบวันเวลาที่ชัดเจน และจะไปอย่างไร ไม่มีใครทราบ เราพยายามติดต่อหน่วยงานราชการ ก็ปฏิเสธในลักษณะเดียวกันว่า "ไม่ทราบสถานที่เกิดเหตุควบคุมตัว" อี ควิน เบดั๊บ

พรเพ็ญ ระบุว่า กระบวนการคือการควบคุมตัวเป็นอำนาจของกรมราชทัณฑ์ และจากนั้นจะส่งให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) เพื่อดำเนินการตาม พ.ร.บ.ส่งผู้ร้ายข้ามแดน และกฎกระทรวงที่เกี่ยวข้อง ซึ่งมีหน่วยงานอีกหน่วยที่เกี่ยวข้องคือสำนักงานต่างประเทศ สำนักงานอัยการสูงสุด 

ผอ.มูลนิธิผสานวัฒนธรรม เผยว่า ตอนเช้าของวันที่ 29 พ.ย. เราคาดว่า อี ควิน เบดั๊บ น่าจะถูกควบคุมตัวที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) ซอยสวนพลู เราก็พยายามติดต่อไป แต่ก็ได้รับแจ้งว่าไม่ได้อยู่ที่ห้องกักสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง และปฏิเสธไม่ทราบว่าอยู่ที่ไหน 

พรเพ็ญ ระบุต่อว่า ทางมูลนิธิฯ เลยปรึกษา และตัดสินใจไปร้องเรียนกับสำนักงานอัยการสูงสุด ซึ่งเป็นผู้ที่น่าจะเข้าถึงข้อมูลมากที่สุด โดยเป็นการร้องเรียนตามมาตรา 29 ว่ามีคนหายจากเหตุการณ์นี้ และไม่ถึงครึ่ง ชม. มีเจ้าหน้าที่สำนักงานฯ มาแจ้งว่าส่งตัวกลับไปแล้วเมื่อ 28 พ.ย. 2568 โดยกระบวนการที่เราพอทราบคือ กระบวนการตั้งแต่ราชทัณฑ์ไปจนเสร็จสิ้นภาระกิจการส่งตัวกลับที่อ้างว่าส่งไปเวียดนาม เกิดขึ้นภายในวันที่ 28 พ.ย. วันเดียว แต่เบื้องต้น ตอนนี้ยังไม่มีใครบอกว่าอยู่ที่ไหน ถือว่า "ยังไม่ทราบชะตากรรม"

"เราก็ไปร้องเรียน (อัยการสูงสุด) ไว้ว่ามีหน่วยงานราชการปกปิดสถานที่ควบคุมตัวของอี ควิน เบดั๊บ ทั้งสำนักงานอัยการสูงสุด สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง และกรมราชทัณฑ์ ซึ่งยืนยันชัดเจนแล้วว่า เขาเป็นคนที่มีญาติ ไม่ใช่คนที่ไม่มีใครติดต่อได้ การปกปิดสถานที่ควบคุมตัวเราตีความทางกฎหมายว่าเป็นการอุ้มหายระยะสั้น ซึ่งจะต้องติดตามต่อเรื่องคดี" พรเพ็ญ กล่าว 

อี ควิน เบดั๊บ (ที่มา: แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย)

พรเพ็ญ เผยว่า หลังจากนี้ อี ควิน เบดั๊บ ถูกส่งกลับไปที่ไหน หรืออย่างไร เราไม่สามารถทราบได้แล้ว และเราต้องมาตั้งคำถามกับหน่วยงานราชการไทยที่เกี่ยวข้องทำไมถึงไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย ทำไมถึงปกปิดข้อมูล ซึ่งมีความคล้ายคลึงกับกรณีของการส่งกลับชาวอุยกูร์ 40 คน เมื่อ 28 ก.พ. 2568 

นอกจากนี้ พรเพ็ญ มีข้อสังเกตเกี่ยวกับกรณีนี้ว่า ทำไมการอ่านคำสั่งของศาลอุทธรณ์ถึงแจ้งทีมทนายความกระชั้นชิด ไม่เหมือนกับคดีอื่นๆ ซึ่งนัดอ่านคำพิพากษาหลายวันล่วงหน้า เพราะต้องให้ทนายความได้เตรียมตัว หรือเตรียมการประกันตัวหรือหาหลักทรัพย์ ดังนั้น โดยปกติการอ่านคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ ไม่ใช่การโทร.มาแจ้ง และพรุ่งนี้ฟังคำพิพากษาเลย มันจึงมีความผิดปกติอย่างมาก

พรเพ็ญ มองว่า กระบวนการส่งกลับผู้ลี้ภัยชาวมองตานญาดที่เกิดขึ้นเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการกดปราบข้ามพรมแดน ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่าง 2 รัฐอย่างไม่เป็นทางการ ที่ทำให้เกิดการส่งตัวผู้ลี้ภัยกลับไปโดยไม่ต้องสนใจอนุสัญญาว่าด้วยการต่อต้านการทรมาน และการกระทำอื่นๆ ที่โหดร้าย ไร้มนุษยธรรม หรือที่ย่ำยีศักดิ์ศรี (CAT) อนุสัญญาระหว่างประเทศว่าด้วยการคุ้มครองบุคคลทุกคนจากการหายสาบสูญโดยถูกบังคับ (CED) รวมทั้งกฎหมายในประเทศ พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการซ้อมทรมานฯ ซึ่งมักใช้โอกาสที่ทุกคนกำลังวุ่นวายทางการเมือง แล้วรีบเร่งรัดส่งไป 

เธอเน้นย้ำว่ามีกระบวนการนี้อยู่จริง และทุกคนสามารถตกเป็นเหยื่อของกระบวนการนี้ได้ แม้แต่ผู้ลี้ภัยทางการเมืองของไทย ได้แก่ สยาม ธีรวุฒิ ชูชีพ ชีวะสุทธิ์ และกฤษณะ ทัพไทย ถูกทางการเวียดนามอ้างว่ามีการควบคุมตัว เพื่อส่งกลับมายังประเทศไทย แต่จนบัดนี้ยังไม่มีใครทราบชะตากรรมของทั้ง 3 คน ดังนั้น มันเลยเป็นเรื่องที่น่ากังวลว่าการส่งผู้ลี้ภัยกลับไป อาจทำให้เขาต้องเผชิญอันตรายที่ประเทศต้นทางได้

หลังมีการส่งตัวอี ควิน เบดั๊บ กลับไปเวียดนาม พรเพ็ญ ได้ไปแจ้งร้องเรียนที่ศูนย์ป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย สำนักงานอัยการสูงสุด โดยเธอให้เหตุผลว่าเพื่อสื่อสารกับเจ้าหน้าที่ทุกระดับให้เคารพกฎหมาย อยากให้รู้ว่าการทำอะไรตามคำสั่งโดยไม่สนใจกฎหมายทั้งในและต่างประเทศ วันนี้เจ้านายหรือระบบกลไกนอกรัฐอาจจะคุ้มครองได้ แต่คดีมันมีอายุความ และเมื่อวันใดความคุ้มครองมันหมดลง ตัวเจ้าหน้าที่รัฐอาจตกเป็นผู้ต้องสงสัยจากการละเมิดกฎหมายในประเทศ หรือได้รับผลกระทบรูปแบบอื่นๆ 

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง