Skip to main content
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์

'มูลนิธิผสานวัฒนธรรม' ออกจดหมายเปิดผนึกถึง 'อนุทิน' นายกรัฐมนตรี ยุติการส่ง 'อี ควิน เบดั๊บ' ผู้ลี้ภัยชาวมองตานญาด กลับประเทศเวียดนาม หวั่นเผชิญอันตรายที่ประเทศต้นทาง พร้อมเสนอให้ส่งผู้ลี้ภัยไปประเทศที่ 3 แทน 

 

เมื่อวานนี้ (27 พ.ย.) เว็บไซต์ มูลนิธิผสานวัฒนธรรม (CrCF) เผยแพร่จดหมายเปิดผนึกถึง อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ขอให้พิจารณายุติการส่งตัวอี ควิน เบดั๊บ ผู้ลี้ภัยชาวมองตานญาด กลับไปเวียดนามในฐานะผู้ร้ายข้ามแดน

ในวันเดียวกัน ทีมทนายความยื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล เรื่อง ขอให้ปฏิบัติตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทรมานฯ กฎหมายระหว่างประเทศ กติการะหว่างประเทศ และระงับการส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนไปยังประเทศเวียดนาม และให้ส่งตัวอี ควิน เบดั๊บ ไปยังประเทศที่ 3 

กรณีนี้สืบเนื่องจากเมื่อ 26 พ.ย.ที่ผ่านมา ศาลอาญา รัชดาฯ อ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ โดยศาลอุทธรณ์ยืนตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ส่ง อี ควิน เบดั๊บ ผู้ลี้ภัยชาวมองตานญาด และนักเคลื่อนไหวเพื่อเสรีภาพการนับถือศาสนา ไปยังประเทศเวียดนาม ซึ่งร้องขอมายังทางการไทย

ทั้งนี้ ตามมาตรา 22 พ.ร.บ.ส่งผู้ร้ายข้ามแดน พ.ศ. 2551 กำหนดว่าภายหลังที่ศาลมีคำสั่งถึงที่สุดให้ส่งบุคคลเป็นผู้ร้ายข้ามแดน และรัฐบาลไทยพิจารณาให้ส่งบุคคลนั้นแล้ว จึงจะเข้าสู่กระบวนการส่งตามขั้นตอน ดังนี้ หากรัฐบาลไทยไม่พิจารณาให้ส่งภายใน 90 วัน ตามมาตรา 20 ก็ให้ปล่อยบุคคลนั้นได้ ซึ่งตามกฎกระทรวง กระทรวงยุติธรรม ฉบับ พ.ศ. 2553 ได้ระบุไว้ด้วยว่า ข้อ 7 (2) วรรคท้าย “ในกรณีที่กระทรวงการต่างประเทศเห็นว่า คำร้องขอดังกล่าวอาจกระทบกระเทือนความสัมพันธ์ระหว่างประเทศหรือมีเหตุผลอื่นที่ไม่อาจดำเนินการให้ได้ ให้กระทรวงการต่างประเทศเสนอความเห็นนั้นพร้อมคำร้องขอให้ส่งผู้ร้ายข้ามแดน ให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาโดยเร็ว

ด้วยเหตุนี้ นายกรัฐมนตรีในฐานะผู้มีอำนาจในการบริหารโดยตรง สามารถยุติการส่งกลับอี ควิน เบดั๊บ เพื่อไม่ให้ประเทศไทยยังคงรักษาไว้ซึ่งหลักนิติธรรม ส่งผลต่อภาพลักษณ์ในเวทีประชาคมระหว่างประเทศ การเคารพหลักการห้ามผลักดันไม่ให้ผู้ลี้ภัยกลับไปเผชิญอันตราย ซึ่งเป็นหลักการสากลที่นานาอารยประเทศยึดถือปฏิบัติอย่างเคร่งครัด การปฏิบัติต่อกันระหว่าง 2 ประเทศที่เป็นไปในลักษณะต่างตอบแทนนั้น หากเป็นไปเพื่อการกดปราบข้ามชาติ (Transnational Repression) ถือว่าเป็นการต้องห้าม ถ้ารัฐบาลไทยไม่ส่งกลับอี ควิน เบดั๊บ กลับไปประเทศไทย ก็จะได้รับความเชื่อมั่นด้านเรื่องสิทธิมนุษยชนกลับมาอีกครั้ง

สำหรับอี ควิน เบดั๊บ ชาวมองตานญาด นับถือศาสนคริสต์ นิกายโปรแตสแตนต์ อายุ 32 ปี อาศัยอยู่ในจังหวัดดั๊กลัก ตอนกลางของเวียดนาม และเขายังเป็นนักเคลื่อนไหวรณรงค์ด้านสิทธิเสรีภาพการนับถือศาสนา ก่อนที่เบดัํบ จะลี้ภัยเข้ามายังประเทศไทยเมื่อปี 2561 และได้รับสถานะผู้ลี้ภัยของ UNHCR เขาอธิบายในคำร้องขอคัดค้านการส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดน ระบุว่า เมื่อปี 2553 เขาเคยถูกควบคุมตัวในเรือนจำจังหวัดดั๊กลักเป็นเวลา 5 เดือน จากการออกมาชุมนุมโดยสงบ เรียกร้องให้รัฐบาลปล่อยตัวชาวมองตานญาดที่ถูกจับกุม และรณรงค์เสรีภาพในการนับถือศาสนา โดยระหว่างอยู่ในเรือนจำ เขาให้การว่าเขาเคยถูกทำร้ายร่างกาย ไม่ให้ปฏิบัติศาสนกิจ ไม่ให้ญาติเข้าเยี่ยม และมีการข่มขู่ว่าจะทำให้สูญหาย 

ต่อมา ในปี 2556 อี ควิน เบดั๊บ ให้การว่าเขาเคยถูกจับกุมขณะประกอบศาสนกิจที่บ้านโบสถ์ และในปี 2559 เคยถูกควบคุมตัวอยู่ในสถานีตำรวจเป็นเวลา 7 วัน เนื่องจากเดินทางไปประเทศไทย เพื่อไปอบรมเกี่ยวกับเสรีภาพการนับถือศาสนา อย่างไรก็ตาม เมื่อเขาถูกปล่อยตัว เจ้าหน้าที่ยังคงติดตาม และพยายามชักชวนให้เขาเลิกนับถือศาสนาและยุติการประกอบศาสนกิจ แต่เมื่อเขาปฏิเสธ ก็จะถูกทำร้ายร่างกาย ถูกข่มขู่ให้สูญหาย อีกทั้ง เจ้าหน้าที่ยังมีการค้นบ้านและยึดโทรศัพท์มือถือเขาไปด้วย 

ด้วยเหตุผลดังกล่าว อี ควิน เบดั๊บ จึงตัดสินใจลี้ภัยเข้ามายังประเทศไทยเมื่อปี 2561 และได้รับสถานะผู้ลี้ภัยของสำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ (UNHCR) 

แม้ว่าตัวจะอยู่นอกเวียดนาม แต่ในปี 2566 เขาถูกศาลประชาชนจังหวัดดั๊กลัก ประเทศเวียดนาม ลงโทษในข้อหา ร่วมกันก่อการร้าย เนื่องจากอยู่เบื้องหลังเหตุจลาจลทำลายสถานีตำรวจและที่ทำการตำบล จ.ดั๊กลัก มีกำหนดโทษจำคุก 10 ปี แต่การพิจารณาและอ่านคำพิพากษาในคดีนี้เป็นการทำแบบลับหลัง หรืออี ควิน เบดั๊บ ไม่ได้อยู่ในประเทศเวียดนาม ทำให้ภายหลังเวียดนามออกหมายจับ และส่งหนังสือคำร้องมายังประเทศไทย  

จนกระทั่งเมื่อ 11 มิ.ย. 2567 อี ควิน เบดั๊บ ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจากสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) จับกุม โดยอ้างว่ามีคำขอให้ส่งผู้ร้ายข้ามแดน 

คดีของอี ควิน เบดั๊บ ได้รับความสนใจและถูกจับตาจากนานาชาติตลอดมา และกรณีนี้จะเป็นบททดสอบว่าประเทศไทยจะเลือกที่จะดำเนินการในทางที่อาจเข้าข่ายเป็นการละเมิดทั้งกฎหมายระหว่างประเทศและกฎหมายภายในประเทศหรือไม่ อันจะเป็นการขัดกับการที่ประเทศไทยได้ประกาศเจตนารมย์และจุดยืนอย่างต่อเนื่อง และชัดเจนต่อประชาคมโลกตลอด และในฐานะสมาชิกคณะมนตรีความมั่นคงแห่งองค์การสหประชาชาติ (UNSC)

รัฐบาลไทยมีอำนาจที่จะระงับการส่งอี ควิน เบดั๊บ กลับประเทศเวียดนาม และต้องเปิดโอกาสให้เบดั๊บ เดินทางลี้ภัยไปประเทศที่ 3 เพื่อเป็นการรับประกันว่าเขาจะไม่ถูกกระทำทรมาน ถูกกระทำการที่โหดร้าย ไร้มนุษยธรรม หรือย่ำยีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ หรือถูกกระทำให้สูญหาย หรือถูกประหารชีวิต

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง