โทษสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ศาลฎีกาพิพากษาจำคุก 46 ปี ไม่รอลงอาญา “บัสบาส” นักกิจกรรมเชียงรายวัย 31 ปี ในคดี ม.112 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ จากเหตุโพสต์เฟซบุ๊ก 27 ข้อความ คำพิพากษาของศาลฎีกาเป็นเหตุให้คดีของบัสบาสมีผลสิ้นสุดลงทันที ขณะนี้บัสบาสถูกคุมขังมาแล้วกว่า 694 วัน นับตั้งแต่หลังฟังคำพิพากษาชั้นอุทธรณ์ โดยบัสบาสถูกดำเนินคดี ม.112 จากการโพสต์เฟซบุ๊กรวม 27 ข้อความ หลังนั่งอดข้าวประท้วงเรียกร้องสิทธิประกันตัวผู้ต้องขังทางการเมือง หน้าศาลอาญาช่วงสงกรานต์ปี 2564
11 ธ.ค. 2568 ศูนย์ทนายเพื่อสิทธิมนุษยชนรายงาน ศาลจังหวัดเชียงรายอ่านคำพิพากษาของศาลฎีกาคดี ม.112 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ของ “บัสบาส” มงคล ถิระโคตร พ่อค้าขายของออนไลน์และนักกิจกรรมวัย 31 ปี ศาลฎีกาพิพากษาแก้เป็นจำคุก 46 ปี ไม่รอลงอาญา เหตุโพสต์เฟซบุ๊ก 27 โพสต์ ทำให้คดีสิ้นสุดลงทันที
ขณะที่บัสบาสถูกคุมขังยาว 694 วันแล้ว นับตั้งแต่หลังฟังคำพิพากษาชั้นอุทธรณ์ ก่อนหน้านี้ ศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิพากษาจำคุกบัสบาส 50 ปี ไม่รอลงอาญา ทำให้บัสบาสถูกคุมขังตั้งแต่นั้นเรื่อยมา โดยไม่ได้รับสิทธิประกันตัว
หลังจากที่ศาลฎีกามีคำพิพากษาในวันนี้แล้ว ทำให้คดีนี้ของบัสบาสสิ้นสุดลงทันที

“บัสบาส” มงคล ถิระโคตร
ย้อนไปเมื่อเดือนเมษายน 2564 บัสบาสในวัย 27 ปี ทำผมสีเขียวแบบเดียวกับโจ๊กเกอร์ วายร้ายในเรื่องแบทแมน เดินทางจาก จ.เชียงราย พร้อมกระเป๋าเป้หนึ่งใบ นั่งอดอาหารหน้าศาลอาญา กรุงเทพ เพื่อเป็นสัญลักษณ์แสดงถึงความไม่พอใจต่อกระบวนการยุติธรรม ที่ไม่ให้สิทธิประกันตัวต่อจำเลยกลุ่มราษฎร เขาเล่าเหตุผลที่ตัดสินใจอดอาหารว่า ศาลยังไม่ตัดสินเลยว่ากลุ่มราษฎรกระทำความผิด ควรที่จะได้ออกมาสู้คดี แต่กลับถูกคุมขังไปก่อนแล้ว ตนรู้สึกว่าไม่เป็นธรรมจึงมาเรียกร้องสิทธิประกันตัวให้เพื่อน เขาเริ่มอดอาหารตั้งแต่เดินทางมาจากเชียงราย โดยดื่มเพียงน้ำ เหลือแร่ และน้ำหวาน
เรื่องที่เกี่ยวข้อง
หลังจากนั้นศูนย์ทนายเพื่อสิทธิมนุษยชนรายงานว่าบัสบาสถูกจับกุมและดำเนินคดี 2 ครั้ง ในคดีมาตรา 112 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ จากการโพสต์เฟซบุ๊กรวม 27 ข้อความ หลังนั่งอดข้าวประท้วงเรียกร้องสิทธิประกันตัวผู้ต้องขังทางการเมือง หน้าศาลอาญาช่วงสงกรานต์ปี 2564
ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 26 ม.ค. 2566 ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า การกระทำของจำเลยเป็นความผิดจำนวน 14 ข้อความ และยกฟ้องอีก 13 ข้อความ เนื่องจากไม่สามารถระบุได้ว่าหมายถึงรัชกาลปัจจุบัน และบางโพสต์ก็ไม่เป็นการดูหมิ่น หมิ่นประมาท หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท ทำให้ไม่เป็นความผิดตามมาตรา 112 ลงโทษจำคุกกระทงละ 3 ปี รวม 14 กระทง จำเลยให้การเป็นประโยชน์ลดโทษให้ 1 ใน 3 คงจำคุกกระทงละ 2 ปี รวมโทษจำคุก 28 ปี
ต่อมา ทั้งจำเลยและโจทก์ยื่นอุทธรณ์ต่อศาลอุทธรณ์ภาค 5 โดยโจทก์ขอให้ศาลลงโทษจำเลยในทุกข้อความรวม 27 ข้อความ กระทั่งวันที่ 18 ม.ค. 2567 ศาลจังหวัดเชียงรายอ่านคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิพากษาแก้ไขคำพิพากษาของศาลชั้นต้น โดยเห็นว่าคำพิพากษาของศาลฎีกาที่ 6374/2556 วางหลักความผิดตามมาตรา 112 ให้คุ้มครองรวมถึงอดีตกษัตริย์ด้วย จึงเห็นว่า จำเลยกระทำความผิดอีก 11 กระทง ที่ก่อนหน้านี้ศาลชั้นต้นยกฟ้อง ลงโทษจำคุกกระทงละ 3 ปี จำเลยให้การเป็นประโยชน์ลดโทษให้ 1 ใน 3 เหลือจำคุกกระทงละ 2 ปี รวมจำคุก 22 ปี เมื่อรวมกับโทษจำคุกใน 14 กระทงก่อนหน้านี้ รวมเป็นโทษจำคุก 50 ปี ซึ่งเป็นโทษจำคุกในคดีมาตรา 112 ที่สูงที่สุดในประวัติศาสตร์ไทย
ศูนย์ทนายฯ รายงานสรุปคดีบัสบาสในชั้นฎีกา ดังนี้ คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามมาตรา 112 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ มาตรา 14 วรรค 1 (3), (5) บทเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ลงโทษตามมาตรา 112 ที่มีโทษหนักสูง เป็นจำนวน 14 กระทง ให้ลงโทษเรียงกระทงความผิดไป ลงโทษจำคุกกระทงละ 3 ปี ทางนำสืบของจำเลยเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลถโทษให้กระทงละ 1 ใน 3 คงจำคุกกระทงละ 2 ปี รวมจำคุก 28 ปี ส่วนศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิพากษาแก้เป็นลงโทษจำคุก 50 ปี
ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่าจำเลยเป็นเจ้าของบัญชีชื่อว่า “บัสบาส บาสบัส” โพสต์ภาพและข้อความจำนวน 27 โพสต์
ประเด็นที่ต้องพิจารณาตามฎีกาของจำเลย เห็นควรพิจารณาฎีกาของจำเลยในส่วนที่ว่าคำขอแก้ไขคำฟ้องของโจทก์ ที่ขอให้แก้ไขคำฟ้องเพิ่มเติมเข้ามาในคำขอท้ายคำฟ้องให้ลงโทษทุกกรรมเรียงกระทงตามประม วลกฎหมายอาญา มาตรา 91 นั้น เห็นว่าคำฟ้องของโจทก์บรรยายคำฟ้องแยกมาเป็นข้อ ๆ แยกข้อเท็จจริง แต่ละข้อต่างความประสงค์กัน การกระทำมุ่งประสงค์ในแต่ละพระองค์แตกต่างกัน แม้โจทก์ไม่อ้างถึงประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 แต่ศาลลงโทษเป็นความผิดต่างกรรมต่างกันได้ ดังนั้นในประเด็นข้อนี้ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น
ประเด็นพิจารณาต่อมาว่าการกระทำตามคำฟ้อง เป็นการกระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 หรือไม่ เห็นว่าความผิดตามมาตรา 112 อยู่ในหมวด 1 ความผิดต่อความมั่นคงตามประมวลกฎหมายอาญา ซึ่งยึดโยงกับความมั่นคงและรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 หมวด 2 การละเมิดต่อพระมหากษัตริย์ย่อมเป็นการละเมิดต่อความมั่นคงแห่งราชอาณาจักร
ศาลฎีกาเห็นว่า กฎหมายมุ่งหมายรักษาปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ ทั้งประชาชนชาวไทยมีความผูกพันธ์ต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ การกระทำดังกล่าวเป็นการกระทบกระเทือนจิตใจของประชาชนชาวไทย ทั้งมาตรา 112 ก็ไม่ระบุว่าจะต้องคุ้มครองเฉพาะพระมหากษัตริย์องค์ปัจจุบันเท่านั้น การตีความว่ามาตรา 112 คุ้มครองเฉพาะพระมหากษัตริย์องค์ปัจจุบันอาจเป็นการเปิดช่องให้เกิดการล่วงละเมิดต่อพระมหากษัตริย์ในอดีตซึ่งกระทบต่อพระมหากษัตริย์ปัจจุบัน ส่งผลต่อความเชื่อถือและศรัทธา ทั้งเป็นเรื่องร้ายแรงที่กระทบต่อความมั่นคงของประเทศ การกระทำในลักษณะดังกล่าวจึงเป็นความผิดได้ทั้งสิ้น ฎีกาของจำเลยในส่วนนี้ฟังไม่ขึ้น
ส่วนที่จำเลยต่อสู้ว่าไม่มีเจตนาหมิ่นประมาท เป็นเพียงการล้อเลียนจึงไม่เป็นความผิดนั้น เห็นว่าตามมาตรา 112 ให้ดูผลแห่งการกระทำเป็นสำคัญ ในส่วนนี้ศาลฎีกาเห็นฟ้องกับคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ภาค 5 แล้ว ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น
ส่วนข้อความที่ 8 และข้อความที่ 9 ที่มีการโพสต์ภาพเคลื่อนไหวที่รัชกาลที่ 9 ตอบคำถามสื่อต่างประเทศเกี่ยวกับความล่าช้าของการสร้างเขื่อนเก็บน้ำเนื่องด้วยปัญหาคอมมิวนิสต์ แต่เมื่อสร้างเสร็จแล้วก็จะเป็นประโยชน์กับประชาชนรวมถึงคอมมิวนิสต์ด้วย เมื่อพิจารณาเนื้อหาดูแล้วยังไม่เพียงพอฟังได้ว่าเป็นการกระทำให้เสื่อมเสียพระเกียรติยศ ฎีกาของจำเลยข้อนี้ฟังขึ้น
ส่วนประเด็นที่ว่าการกระทำของจำเลยเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ หรือไม่ เห็นว่าการกระทำของจำเลยเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ มาตรา 14 วรรค 1 (3) (5) ชอบแล้ว ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น
ส่วนที่จำเลยฎีกาว่าการดำเนินคดีนี้เป็นการดำเนินคดีโดยไม่สุจริตเพราะพนักงานสอบสวนไม่ออกหมายเรียกก่อนนั้น เห็นว่าศาลชั้นต้นออกหมายจับชอบแล้ว ไม่เป็นการดำเนินคดีไม่สุจริต
พิพากษาแก้เป็นยกฟ้องจำเลยในกระทงความผิดที่ 8 และ 9 สรุปรวมแล้วศาลฎีกาเห็นว่าจำเลยจึงมีความผิดทั้งหมด 23 กระทง ลงโทษจำคุกกระทงละ 3 ปี ให้การเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณา ลดโทษลง 1 ใน 3 เหลือจำคุกกระทงละ 2 ปี รวมโทษจำคุก 46 ปี นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ภาค 5
หลังฟังคำพิพากษา มงคลนิ่งเงียบ ไม่ได้พูดอะไร ก่อนถูกเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์พาตัวเดินลงไปข้างล่างศาล ก่อนศาลพิจารณาในคดีอื่นต่อไป
โทษจำคุกของศาลฎีกาในคดีนี้ ยังนับได้ว่าเป็นคดีมาตรา 112 ที่โทษสูงที่สุดเป็นประวัติการณ์ โดยเท่าที่ทราบข้อมูลก่อนหน้านี้ คดีที่ถูกลงโทษจำคุกสูงที่สุด คือ คดีของ “อัญชัญ” ศาลอาญาลงโทษจำคุกรวม 87 ปี จากการเผยแพร่คลิปเสียงของ “บรรพต” จำนวน 29 กรรม โดยเธอให้การรับสารภาพ ศาลจึงลดโทษเหลือจำคุก 29 ปี 174 เดือน (คิดเป็นประมาณ 43 ปี 6 เดือน) โทษจำคุกที่ถูกลดหย่อนแล้วในกรณีของบัสบาส จึงยังสูงกว่าคดีของอัญชัญ
รวมทั้งนอกเหนือจากคดีนี้ มงคลยังถูกกล่าวหาตามมาตรา 112 ในอีก 2 คดี ได้แก่ คดีจากการโพสต์อีก 2 ข้อความ โดยมีผู้กล่าวหาเป็นตำรวจรายเดียวกับคดีข้างต้น และถูกฟ้องคดีที่ศาลจังหวัดเชียงรายเช่นกัน โดยในคดีนี้ ทั้งศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิพากษาว่า มงคลมีความผิดตามฟ้อง ลงโทษจำคุกกระทงละ 2 ปี และให้เพิ่มโทษจำคุกอีก 6 เดือน จากคดีที่จำเลยเคยถูกกล่าวหาเรื่องการบุกรุกเคหสถานและเคยให้รอการลงโทษไว้ รวมลงโทษจำคุกทั้งหมด 4 ปี 6 เดือน คดียังอยู่ระหว่างฎีกา
ส่วนอีกคดีหนึ่ง ในระหว่างที่มงคลถูกคุมขัง พนักงานสอบสวนจาก บก.ปอท. ได้เดินทางไปแจ้งข้อกล่าวหา เหตุจากโพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กในช่วงเดือนพฤษภาคม – กันยายน 2565 เพิ่มอีก 3 ข้อความ โดยพบว่าคดีมี อานนท์ กลิ่นแก้ว จากกลุ่มศูนย์รวมประชาชนปกป้องสถาบัน (ศปปส.) เป็นผู้ไปกล่าวหาไว้ โดยคดีนี้ยังอยู่ในชั้นสอบสวน
หมายเหตุ : วันที่ 12 ธ.ค. 2568 เวลา 14.29 น. มีการเพิ่มเติมเนื้อหาในส่วนสรุปคดีจากศูนย์ทนายความเพื่อนสิทธิมนุษยชน
