Skip to main content
sharethis

ศาลฎีกายกคำร้องประกันตัว ‘บัสบาส’ มงคล ถิระโคตร อายุ 30 ปี คดีมาตรา 112 จากการโพสต์ 27 ข้อความ ศาลระบุไม่มีเหตุให้เปลี่ยนแปลงคำสั่ง แม้เจ้าตัวพร้อมยอมรับเงื่อนไขปล่อยตัวชั่วคราวของศาล

 

16 พ.ค. 2567 ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน รายงานว่า วานนี้ (15 พ.ค.) ที่ศาลจังหวัดเชียงราย ทนายความเข้ายื่นฎีกาคำพิพากษา พร้อมคำร้องขอประกัน มงคล ถิระโคตร หรือ ‘บัสบาส' พ่อค้าขายเสื้อผ้าออนไลน์และนักกิจกรรมจังหวัดเชียงราย วัย 30 ปี จำเลยในคดีมาตรา 112 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ จากการโพสต์เฟซบุ๊กรวม 27 ข้อความ

มงคล ถิระโคตร

คดีนี้ 'บัสบาส' มงคล ถูกจับกุมและดำเนินคดี 2 ครั้ง หลังนั่งอดข้าวประท้วงเรียกร้องสิทธิประกันตัวผู้ต้องขังทางการเมือง หน้าศาลอาญาช่วงสงกรานต์ปี 2564 และได้รับการปล่อยตัวชั่วคราวในชั้นฝากขังของศาลจังหวัดเชียงรายทั้ง 2 คดี คดีละ 150,000 บาท รวมเป็น 300,000 บาท ซึ่งได้รับความช่วยเหลือจากกองทุนราษฎรประสงค์

ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 26 ม.ค. 2566 ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า การกระทำของจำเลยเป็นความผิดจำนวน 14 ข้อความ และยกฟ้องอีก 13 ข้อความ เนื่องจากไม่สามารถระบุได้ว่าหมายถึงรัชกาลปัจจุบัน และบางโพสต์ก็ไม่เป็นการดูหมิ่น หมิ่นประมาท หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท ทำให้ไม่เป็นความผิดตามมาตรา 112 ลงโทษจำคุกกระทงละ 3 ปี รวม 14 กระทง จำเลยให้การเป็นประโยชน์ลดโทษให้ 1 ใน 3 คงจำคุกกระทงละ 2 ปี รวมโทษจำคุก 28 ปี

ต่อมา ทั้งจำเลยและโจทก์ยื่นอุทธรณ์ต่อศาลอุทธรณ์ภาค 5 โดยโจทก์ขอให้ศาลลงโทษจำเลยในทุกข้อความรวม 27 ข้อความ กระทั่งวันที่ 18 ม.ค. 2567 ศาลจังหวัดเชียงรายอ่านคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิพากษาแก้ไขคำพิพากษาของศาลชั้นต้น โดยเห็นว่าคำพิพากษาของศาลฎีกาที่ 6374/2556 วางหลักความผิดตามมาตรา 112 ให้คุ้มครองรวมถึงอดีตกษัตริย์ด้วย จึงเห็นว่า จำเลยกระทำความผิดอีก 11 กระทง ที่ก่อนหน้านี้ศาลชั้นต้นยกฟ้อง ลงโทษจำคุกกระทงละ 3 ปี จำเลยให้การเป็นประโยชน์ลดโทษให้ 1 ใน 3 เหลือจำคุกกระทงละ 2 ปี รวมจำคุก 22 ปี เมื่อรวมกับโทษจำคุกใน 14 กระทงก่อนหน้านี้ รวมเป็นโทษจำคุก 50 ปี ซึ่งเป็นโทษจำคุกในคดีมาตรา 112 ที่สูงที่สุดในประวัติศาสตร์ไทย

ศาลฎีกายกคำร้องขอประกันครั้งที่ 3 

18 ม.ค. 2567 ในวันฟังคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ภาค 5 ทนายความได้ยื่นคำร้องขอปล่อยตัวชั่วคราวบัสบาสระหว่างฎีกา วางเงินประกันจำนวน 400,000 บาท โดยศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ส่งศาลฎีกาพิจารณาสั่ง ต่อมาในวันเดียวกันศาลฎีกามีคำสั่งไม่อนุญาตให้ประกันตัวจำเลยระหว่างฎีกา เนื่องจากพฤติการณ์แห่งคดี ประกอบกับศาลอุทธรณ์ภาค 5 ลงโทษจำคุกจำเลยถึง 50 ปี หากปล่อยชั่วคราวเชื่อได้ว่าจะหลบหนี ให้ยกคำร้อง ทำให้บัสบาสถูกนำตัวไปคุมขังที่เรือนจำกลางเชียงรายในระหว่างฎีกา

9 ก.พ. 2567 ทนายความยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาอีกครั้ง โดยศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ส่งศาลฎีกาพิจารณาสั่งเช่นเคย ต่อมาศาลฎีกามีคำสั่งในวันที่ 10 ก.พ. 2567 ไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว โดยให้เหตุผลว่า ตามคำร้องประกอบไม่มีเหตุเปลี่ยนแปลงคำสั่งเดิม และเหตุตามคำร้องที่อ้างอาการเจ็บป่วยนั้น จำเลยมีสิทธิได้รับการรักษาตามระเบียบของกรมราชทัณฑ์อยู่แล้วจึงไม่อนุญาตปล่อยชั่วคราวระหว่างฎีกา ให้ยกคำร้อง ทำให้มงคลต้องถูกขังอยู่ในเรือนจำกลางเชียงรายต่อไป

ล่าสุด วันที่ 15 พ.ค. 2567 ทนายความได้ยื่นฎีกา โต้แย้งคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ภาค 5 ต่อศาลฎีกา พร้อมกันนี้ได้ยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราวระหว่างฎีกาอีกครั้งเป็นครั้งที่ 3 โดยวางเงินประกันรวม 500,000 บาท และระบุเหตุผลสำคัญในคำร้องว่า คดีของจำเลยยังไม่สิ้นสุดและได้ยื่นฎีกาต่อศาลมาพร้อมกับคำร้องขอปล่อยตัวชั่วคราวในชั้นฎีกานี้แล้ว ที่ผ่านมาจำเลยไม่เคยมีพฤติการณ์หลบหนีมาก่อน โดยมารายงานตัวต่อศาลด้วยตนเองทุกครั้ง นอกจากนี้ จำเลยยินยอมให้ศาลกำหนดเงื่อนไขการปล่อยชั่วคราว ไม่ว่าจะเป็นการรายงานตัวต่อผู้กำกับดูแล หรือการติดอุปกรณ์อิเลคทรอนิกส์ติดตามตัว ( Electronic Monitoring – EM)

ซึ่งศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ส่งคำร้องดังกล่าวให้ศาลฎีกาพิจารณาสั่งเช่นเคย จนในวันนี้ 16 พ.ค. 2567 เวลาประมาณ 15.00 น. ศาลฎีกามีคำสั่งยกคำร้องขอปล่อยตัวชั่วคราวระหว่างฎีกาของจำเลย ให้เหตุผลเพียงว่า "พิเคราะห์เหตุผลตามคำร้องประกอบแล้ว ไม่มีเหตุเปลี่ยนแปลงคำสั่งเดิม จึงไม่อนุญาต ให้ยกคำร้อง" เป็นเหตุให้ ‘บัสบาส’ มงคล จะต้องถูกขังอยู่ในเรือนจำกลางเชียงรายต่อไป

จนถึงปัจจุบัน (16 พ.ค.) 'บัสบาส' มงคล ถูกขังอยู่ในเรือนจำกลางเชียงรายมาเป็นระยะเวลา 120 วันแล้ว นับตั้งแต่วันที่เขาเดินทางมาฟังคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ที่ศาลจังหวัดเชียงรายด้วยตนเอง โดยระหว่างถูกคุมขังครั้งนี้ บัสบาสได้อดอาหารตั้งแต่วันที่ 27 ก.พ. จนถึง 24 เม.ย. 2567 เป็นเวลารวม 58 วัน หลังการอดอาหารของเนติพร ทานตะวัน และณัฐนนท์ เพื่อร่วมเรียกร้องให้ปล่อยตัวผู้ต้องขังทางการเมืองทุกคน
 

สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง Facebook, X/Twitter, Instagram, YouTube, TikTok หรือสั่งซื้อสินค้าประชาไท ได้ที่ https://shop.prachataistore.net