Skip to main content
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์

ผอ.ไทยพีบีเอส ชี้แจงกรณีสื่อนำเสนอว่ามีพนักงานร้องเรียนกล่าวหาว่าผู้บริหารสำนักข่าวนำรถองค์กรไปใช้โดยทุจริต ยืนยันทั้งสองคนใช้ในงาน ไม่ใช่ส่วนตัว เตรียมให้ฝ่ายกฎหมายร่างระเบียบการใช้รถขององค์กร ว่าจะต้องทำอย่างไรบ้าง โดยเฉพาะผู้บริหารที่มีค่าตอบแทน - กรณีจ้าง 'เทพชัย หย่อง' เป็นผู้เชี่ยวชาญพิเศษต่อ เพราะต้องการรุกหนักข่าวต่างประเทศ ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญและเป็นผู้มีความรู้ความสามารถในเรื่องนี้

23 ธันวาคม 2568 Thai PBS รายงานว่า นายวันชัย ตันติวิทยาพิทักษ์ ผอ.องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศ (ส.ส.ท.) หรือ ไทยพีบีเอส ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่มีสื่อนำเสนอข่าวว่า พนักงานไทยพีบีเอสทำการร้องเรียนกล่าวหาว่า ผู้บริหารสำนักข่าวนำรถยนต์ขององค์กรไปใช้โดยไม่ถูกต้อง

นายวันชัยกล่าวว่า ข่าวที่นำเสนอไปไม่ได้ถูกต้องทั้งหมด ข้อเท็จจริงคือ ผู้บริหารของไทยพีบีเอสทั้งสองคน ไม่ได้นำรถไปใช้ส่วนตัว แต่นำไปใช้ในการปฎิบัติงาน เช่น ผอ.สำนักข่าว (คุณก่อเขต) ใช้รถไปพบแหล่งข่าว และไปงานศพบิดามารดาของเป็นผู้ใต้บังคับบัญชาในสำนักข่าว ส่วนคุณจิตติมา ใช้รถไปส่งไปรับที่สนามบินดอนเมือง เพื่อเดินทางไปประชุมกับศูนย์ข่าวภูมิภาค ทั้งที่เชียงใหม่ ขอนแก่น และหาดใหญ่

ส่วนที่ระบุว่า ทั้งสองคนมีค่าตอบแทนเป็นค่ารถแล้ว (Car Allowance) ไม่สามารถใช้รถขององค์กรได้ ความจริงคือ ไทยพีบีเอส ไม่เคยมีระเบียบในเรื่องนี้มาตั้งแต่แรก และยืนยันอีกครั้งว่า ทั้งสองคนใช้รถองค์กรเพื่อการทำงาน ไม่ได้นำไปใช้ส่วนตัว

ผอ. ส.ส.ท. กล่าวอีกว่า หลังจากมีผู้ร้องเรียนไปยังคณะกรรมการนโยบาย (กนย.) แล้วนั้น กนย. ได้สั่งการให้ฝ่ายบริหาร ตรวจสอบเรื่องนี้ ตนในฐานะหัวหน้าฝ่ายบริหาร จึงให้ทั้งนายก่อเขต และน.ส.จิตติมา ชี้แจงทั้งด้วยเอกสาร และวาจา โดยทั้งสองคนชี้แจงว่า เป็นการใช้ในงานตามตำแหน่งของตน

โดยปกติหากมีเรื่องร้องเรียนเข้ามา เมื่อ กนย.รับเรื่องและคิดว่ามีมูล ก็จะให้ทางฝ่ายบริหาร เป็นผู้สอบข้อเท็จจริง วิธีการสอบข้อเท็จจริงมี 2 รูปแบบคือ ตั้งคณะกรรมการสอบสวน หรือ ผอ.เป็นผู้สอบก็ได้ กรณีที่เลือกสอบเอง ไม่ตั้งคณะกรรมการ ผอ. ส.ส.ท. กล่าวว่า เพราะไม่มีอะไรซับซ้อน จึงให้ชี้แจงด้วยเอกสาร และชี้แจงด้วยวาจา มันไม่ได้เป็นอะไรที่ซับซ้อนมาก ซึ่งเขาก็สารภาพว่าทำจริง

ส่วนในข่าวที่บอกว่า ในหนังสือรายงานชี้แจงมีการระบุว่า “ใคร ๆ เขาก็ทำกัน” ผอ. ส.ส.ท. กล่าวว่า อันนี้ต้องให้ความเป็นธรรมด้วย เพราะในข่าวบอกว่า น.ส.จิตติมา พูด ซึ่งไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด

สำหรับกรณีของนายเทพชัย หย่อง ผู้เชี่ยวชาญพิเศษ ที่ถูกร้องเรียนด้วยว่า ใช้รถหลวงรับส่งแขกของรายการของ Thai PBS World นั้น นายวันชัยกล่าวว่า นายเทพชัย ไม่มีค่าตอบแทนเป็นค่ารถ และแขกที่ไปส่งไม่ใช่แขกส่วนตัว เป็นแขกที่เชิญมาในรายการข่าวเจาะย่อโลก ซึ่งเป็นรายการของไทยพีบีเอส ที่มีนายเทพชัยเป็นที่ปรึกษาการผลิตเท่านั้น

ส่วนการว่าจ้างนายเทพชัย เป็นอำนาจของ กนย. ตนมีหน้าที่เพียงเสนอชื่อขึ้นไปเท่านั้น ซึ่งเหตุผลที่จ้างต่อเนื่องจากในปีหน้า (2569) ไทยพีบีเอสวางแผนต้องการรุกหนักด้านข่าวต่างประเทศ และจะจัดการประชุมสื่อระดับโลก ซึ่งนายเทพชัย เป็นผู้เชี่ยวชาญและเป็นผู้มีความรู้ความสามารถในเรื่องนี้ จึงเป็นเหตุผลที่เสนอให้ดำเนินการจ้างนายเทพชัยต่ออีก 1 ปี

และจากที่มีรายงานข่าวแจ้งว่า พนักงานไทยพีบีเอสได้ทำหนังสือร้องเรียนไปยังคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) นายวันชัย กล่าวว่า "ผมไม่รู้ว่าเขาไปร้องจริงหรือไม่จริง เพราะยังไม่เห็นเอกสารจาก ป.ป.ช.เลย"

สำหรับแนวทางการแก้ไขปัญหาเรื่องนี้ ผอ. ส.ส.ท. กล่าวว่า

  • ให้ฝ่ายกฎหมายร่างระเบียบการใช้รถขององค์กรว่า จะต้องทำอย่างไรบ้าง โดยเฉพาะผู้บริหารที่มีค่าตอบแทน
  • ในฐานะฝ่ายบริหารได้เรียกทั้งสองคนมาชี้แจง และแจ้งต่อ กนย. รับทราบแล้ว

อย่างไรก็ตาม เมื่อส่งผลสอบข้อเท็จจริงให้ กนย. แล้วก็ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของบอร์ดว่า จะสั่งตั้งคณะกรรมการสอบอย่างเป็นทางการหรือไม่

“หน้าที่ของผมคือ ชี้แจงข้อเท็จจริงให้ครบถ้วน ส่วน กนย.จะพิจารณาอย่างไรเป็นอำนาจของเขา” ผอ. ส.ส.ท. กล่าว

'เทพชัย หย่อง' ชี้แจงปมถูกพาดพิง

ต่อมา วันที่ 24 ธันวาคม 2568 เทพชัย หย่อง ได้โพสต์โซเชียล ชี้แจงประเด็นที่ถูกพาดพิง ดังนี้

เดิมทีคิดว่าไม่อยากตอบโต้อะไรเพราะข้อกล่าวหาที่มีต่อผมมันไร้สาระโดยสิ้นเชิง แต่เมื่อมาทบทวนดูอีกทีเห็นว่าถ้าไม่ชี้แจงอะไรเลยอาจจะทำให้เกิดความเข้าใจผิดต่อตัวผมเป็นอย่างมาก เพราะข้อกล่าวหาว่าผมมีการกระทำที่เข้าข่ายเป็นพฤติกรรมทุจริตประพฤติมิชอบเป็นข้อกล่าวหาที่ร้ายแรงมาก ผมจึงมีความจำเป็นต้องให้ข้อเท็จจริงเพื่อความเข้าใจที่ถูกต้องถึงแม้คุณวันชัย ตันติวิทยาพิทักษ์ ผู้อำนวยการไทยพีบีเอส ได้ให้ความกระจ่างในเรื่องนี้ไประดับหนึ่งแล้วก็ตาม

เนื่องจากเมื่อวันเสารที่ผ่านมา สำนักข่าว “ผู้จัดการออนไลน์” ได้รายงานข่าวโดยอ้างข้อร้องเรียนของพนักงานไทยพีบีเอสต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ และคณะกรรมการนโยบายขององค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย กล่าวหาว่าผู้บริหารฝ่ายข่าวบางคนและผมได้กระทำการอันอาจเข้าข่ายทุจริตประพฤติมิชอบด้วยการเบิกยานพาหนะขององค์กรไปใช้ตลอดเวลาหลายปีที่ผ่านมา รายงานข่าวดังกล่าวอ้างว่าพนักงานไทยพีบีเอสได้กล่าวหาว่าผมมีส่วนในการทุจริตใช้รถขององค์กร “โดยไม่มีผลการปฏิบัติงานหรือรายงานกลับมาเป็นลายลักษณ์อักษรว่าเกิดประโยชน์ใดต่อสาธารณะ”

ผมขอชี้แจงว่าการใช้รถขององค์กรของผมในทุกกรณีก็เพื่อปฏิบัติภารกิจให้กับองค์กรและไม่เคยใช้เพื่อประโยชน์ส่วนตัวเลยแม้แต่น้อย และขอยืนยันว่าได้ใช้วิจารณญาณอย่างรอบด้านถึงความจำเป็นในการใช้รถและทรัพยากรขององค์กรทุกครั้ง และแหล่งข่าวทุกท่านที่ผมไปพบหรือสัมภาษณ์โดยใช้รถขององค์กรได้ให้ข้อมูลและการวิเคราะห์ที่เป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่องานด้านข่าวของไทยพีบีเอส และทุกหมายงานก็มีการบันทึกภารกิจอย่างชัดเจน ที่สำคัญคือในช่วงเวลาที่ผ่านมาผมไม่มีค่ารถประจำตำแหน่งแต่อย่างใด แต่การพาดหัวข่าวและวิธีการรายงานข่าวชิ้นนี้อาจทำให้เกิดความเข้าใจผิดว่าผมมีค่ารถประจำตำแหน่งอยู่แล้วยังใช้บริการรถขององค์กรอีก เป็นเรื่องที่ตลกมากถ้าผมใช้รถองค์กรเพื่อปฏิบัติภารกิจให้องค์กรแต่กลับถูกกล่าวหาว่าเป็นการทุจริต

รายงานข่าวดังกล่าวยังอ้างว่ามีการร้องเรียนว่าผมมีพฤติกรรมนำรถขององค์กรไปรับส่งแขกในรายการของตัวเองทั้งๆ ที่มีค่าตอบแทนให้กับแขกของรายการอยู่แล้ว

ผมขอชี้แจงว่าผมไม่เคยมีสิ่งที่เรียกว่า “รายการของตัวเอง” ตามที่ถูกกล่าวหา  ทุกรายการที่ผมเป็นคนสัมภาษณ์หรือดำเนินรายการเป็นรายการขององค์กรทั้งสิ้น เพราะฉะนั้นแขกที่ได้รับเชิญมาร่วมรายการจึงไม่ใช่ “แขกของคุณเทพชัย” ตามที่กล่าวหาในรายงานข่าว แต่เป็นแขกของรายการขององค์กรทุกคน

ส่วนการที่ได้มีการนำรถขององค์กรไปส่งแขกที่มาออกรายการนั้น เกิดขึ้นในกรณีที่มีความจำเป็นเฉพาะรายและเป็นการใช้วิจารณญาณในการบริหารจัดการของฝ่ายประสานงานในแต่ละครั้ง  ผู้ร่วมรายการบางท่านอาจมีข้อจำกัดทางด้านสุขภาพและไม่สะดวกในการเดินทางด้วยตัวเองและบางท่านมีภารกิจเร่งด่วนที่ต้องการรถรับ-ส่ง ซึ่งก็เป็นแนวปฏิบัติปกติสำหรับรายการอื่นขององค์กรและในวงการสื่อทั่วไป เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับแขกของรายการสัมภาษณ์ที่คิดว่าเหมาะสมกับสถานการณ์ในช่วงเวลานั้นๆ  

อีกข้อกล่าวหาหนึ่งเกี่ยวกับการต่อสัญญาของผมในตำแหน่งผู้เชี่ยวชาญพิเศษ ซึ่งมีข้อสังเกตว่าได้รับเงินเดือนสูงแต่ได้รับมอบหมายให้บริหารหน่วยงานเพียงสำนักเดียว ผมขอชี้แจงว่าเป็นการว่าจ้างที่เกิดจากการพิจารณาของฝ่ายบริหารที่เห็นความเหมาะสมเมื่อเทียบกับหน้าที่และความรับผิดชอบ ตลอดจนผลการปฏิบัติงานของผู้บริหารสำนักที่กล่าวถึง ซึ่งก็คือสำนัก Thai PBS World ซึ่งเป็นบริการข่าวภาคภาษาอังกฤษของไทยพีบีเอส  อีกทั้งยังต้องพิจารณาถึงคุณสมบัติและประสบการณ์ของผู้บริหารที่ว่าจ้างประกอบด้วย  

เป็นที่น่าสังเกตว่าหลังจากปรากฏอยู่ในเว็บไซต์ของ “ผู้จัดการออนไลน์” ได้ไม่นาน ข่าวชิ้นนี้ก็ถูกถอดออกไปและไม่สามารถเข้าถึงได้อีกโดยไม่มีคำอธิบายแต่อย่างใด  เป็นเรื่องที่น่าผิดหวังเป็นอย่างยิ่งที่ “ผู้จัดการออนไลน์” รายงานข่าวเรื่องนี้โดยไม่ทำการตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างรอบด้านเสียก่อน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการให้โอกาสผู้ที่ถูกพาดพิงชี้แจง

ผมขอยืนยันอีกครั้งว่าผมไม่เคยมีพฤติกรรมเข้าข่ายการทุจริตหรือเพื่อผลประโยชน์ส่วนตัวตามข้อกล่าวหาแม้แต่น้อย และได้พยายามทำหน้าหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริตบนหลักความเป็นวิชาชีพมาตลอด เพราะฉะนั้นผมจึงขอปฏิเสธทุกข้อกล่าวหาตามที่เป็นข่าว และพร้อมที่จะชี้แจงกับหน่วยงานและทุกองค์กรที่ต้องการข้อเท็จจริงในเรื่องนี้ และพร้อมจะดำเนินการทางกฎหมายต่อผู้ที่มีเจตนาสร้างความเสียหายให้กับผมด้วยข้อมูลที่เป็นเท็จ

 

*อัพเดทเนื้อหาเมื่อวันที่ 24 ธันวาคม 2568 เวลา 11.09 น.

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง