รายงานการสืบสวนเชิงลึกของ Play the Game แสดงให้เห็นว่าเหล่าธุรกิจพนันผิดกฎหมายต่างพากันใช้แพลตฟอร์มสตรีมมิ่งของ FIFA เอง เพื่อนำมาใช้เสนอการพนันระหว่างแข่งขันในแมตช์ระดับล่างจากทั่วทุกมุมโลก ซึ่งสหพันธ์ฟุตบอลขนาดเล็กจำนวนมากไม่เคยรับรู้เลยว่าข้อมูลการแข่งขันของพวกเขากำลังถูกใช้ประโยชน์ในลักษณะนี้ ในขณะเดียวกัน FIFA+ ก็กำลังเตรียมการแปลงโฉมแพลตฟอร์มใหม่อีกครั้ง เพื่อเป้าหมายเป็น "บ้านของฟุตบอล" โดยได้รับการสนับสนุนทางการเงินจากซาอุดีอาระเบีย
- รายงานการสืบสวนเชิงลึกของ Play the Game พบว่าการสตรีมเกมฟุตบอลระดับล่างหลายร้อยนัดบน FIFA+ ถูกนำไปเปิดพนันระหว่างแข่งขันโดยผู้ประกอบการออฟชอร์ผิดกฎหมายทั่วโลก เพิ่มความเสี่ยงต่อการล็อกผลการแข่งขัน โดยที่สมาคมฟุตบอลเจ้าของเกมส่วนใหญ่ไม่รู้ตัว
- การพนันระหว่างแข่งขันต้องอาศัยข้อมูลสดจากสเกาต์ในสนาม ซึ่งจัดหาโดยบริษัทข้อมูลกีฬาอย่าง Sportradar, Genius Sports และ Stats Perform ส่งผลให้เกิดบทบาททับซ้อนระหว่าง “การปกป้องความซื่อสัตย์ของกีฬา” กับ “การขายข้อมูลให้ธุรกิจพนัน”
- การผลักดัน FIFA+ สู่การเป็น “บ้านของฟุตบอล” ภายใต้การหนุนหลังจากทุนซาอุฯ และ DAZN กำลังเกิดขึ้นท่ามกลางคำถามด้านความโปร่งใส ความปลอดภัยของสตรีม และการที่ FIFA ปฏิเสธตอบประเด็นผลกระทบต่อการพนันผิดกฎหมายและการล็อกผลการแข่งขัน

ภาพหน้าจอจาก FIFA+ แสดงให้เห็นว่า เกมสโมสรนัดหนึ่งล่าสุดจากประเทศลาวมีการแสดงโฆษณาของบริษัทข้อมูลชื่อ Genius Sports รวมอยู่ด้วย | ภาพจาก: Play the Game
การสืบสวนจาก Play the Game เปิดเผยให้เห็นว่า บริษัทพนันผิดกฎหมายเหล่านี้ได้ใช้แพลตฟอร์มสตรีมมิ่งภายในของ FIFA มาเป็นเครื่องมือในการเสนอการพนันที่มีความเสี่ยงสูงในแมตช์ระดับล่างจำนวนมาก ซึ่งกลายเป็นช่องทางที่ง่ายดายสำหรับผู้ที่ต้องการล็อกผลการแข่งขันเพื่อสร้างกำไร
โดยปกติแล้ว FIFA+ จะนำเสนอการถ่ายทอดสดเกมฟุตบอลหลายพันแมตช์จากทั่วโลก ซึ่งส่วนใหญ่มักจะเป็นเกมระดับล่างที่ผู้จัดการแข่งขันไม่สามารถหาผู้ซื้อลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดในเชิงพาณิชย์ได้ จึงเลือกที่จะอนุญาตให้ทาง FIFA นำไปสตรีมบนแพลตฟอร์มแทน
จากการสืบสวนของ Play the Game พบว่ามีการเปิดให้พนันระหว่างแข่งขันบนเว็บไซต์ของผู้ประกอบการพนันผิดกฎหมายในเกมระดับล่างจำนวนมากที่ปรากฏบน FIFA+ ตั้งแต่เกมในแถบแอนติกาแอนด์บาร์บูดา อารูบา กูราเซา และโดมินิกา ไปจนถึงในแถบไลบีเรีย มาลาวี มอริเตเนีย และเซเชลส์
ซึ่งเกมเหล่านี้มักเป็นเพียงระดับสมัครเล่นหรืออย่างมากก็แค่กึ่งอาชีพเท่านั้น ทำให้สหพันธ์และลีกต่าง ๆ มักไม่มีกลไกที่เข้มแข็งพอในการติดตามความเคลื่อนไหวของตลาดพนัน รวมถึงขาดทรัพยากรในการดำเนินการสืบสวนและลงโทษทางวินัยอย่างเหมาะสมต่อผู้ที่ต้องสงสัยว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการล็อกผลการแข่งขัน
ธุรกิจพนันผิดกฎหมายเปิดรับเดิมพันหลายร้อยนัด
ในช่วง 2 สัปดาห์สุดท้ายของเดือนตุลาคมและต้นเดือนพฤศจิกายน 2025 ทาง Play the Game ได้ใช้ระบบ VPN เพื่อตรวจสอบว่าเกมระดับล่างที่สตรีมบน FIFA+ มีการเปิดรับเดิมพันระหว่างแข่งขันหรือไม่ และผลการตรวจสอบพบว่ามีมากกว่า 100 นัด
เกมส่วนใหญ่ถูกนำเสนอโดยบริษัทพนันที่ถูกจัดว่าผิดกฎหมายตามมาตรา 3 ของอนุสัญญามาโคลิน ของสภายุโรป (Council of Europe’s Macolin Convention) เนื่องจากมีการเสนอการพนันในเขตอำนาจที่พวกเขาไม่มีใบอนุญาตประกอบกิจการอย่างถูกต้อง
การพนันระหว่างแข่งขันนั้นครอบคลุมเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นระหว่างเกม ตั้งแต่จำนวนประตูที่จะเกิดขึ้นในช่วงเวลาเฉพาะ ไปจนถึงการคาดเดาใบเหลืองหรือใบแดง ซึ่งการพนันประเภทนี้สามารถจัดการหรือล็อกผลได้ง่ายกว่าการพนันผลแพ้ชนะทั้งหมด เมื่อผู้ประกอบการผิดกฎหมายเหล่านี้เสนอการพนันในรูปแบบนี้ พวกเขาจึงสร้างความเสี่ยงอย่างมหาศาลต่อความโปร่งใสของวงการกีฬา
เบน แพตเตอร์สัน (Ben Patterson) ผู้เชี่ยวชาญด้าน iGaming ข้อมูลกีฬา และความโปร่งใสในการพนันกีฬา ซึ่งมีประสบการณ์ทำงานในตำแหน่งระดับสูงด้านความโปร่งใสที่ SportRadar, Genius และ IMG มานานกว่า 15 ปี ได้ให้ความเห็นว่า "ไม่มีข้อสงสัยเลยว่าการรวมเนื้อหาเหล่านี้เข้าด้วยกัน ได้ช่วยเพิ่มโอกาสในการจัดการผลการแข่งขันให้สูงขึ้นอย่างมาก"
ในสถานที่ที่มีการเสนอพนันระหว่างแข่งขันในเกมระดับล่างควบคู่ไปกับการสตรีมสด มักจะเกิดข้อสงสัยตามมาเสมอ โดยเมื่อเร็ว ๆ นี้มีความกังวลเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่ผิดปกติระหว่างเกมบนเกาะแห่งหนึ่งในแถบแคริบเบียน ซึ่งการแข่งขันของสโมสรที่นั่นถูกสตรีมเป็นประจำทั้งบน FIFA+ และ Facebook
อดีตเจ้าหน้าที่ระดับสูงคนหนึ่งของสมาคมฟุตบอลแห่งหนึ่ง ได้บอกกับ Play the Game ว่า "ผมมีความสงสัยเกี่ยวกับเรื่องนี้มาตลอด โดยเฉพาะเรื่องการตัดสินของกรรมการและผลการแข่งบางอย่างในเกมท้องถิ่นเมื่อไม่นานมานี้ ซึ่งหากเรื่องนี้เกิดขึ้นจริง ผมก็หวังว่าทุกอย่างจะถูกเปิดโปงออกมา และเราอาจจำเป็นต้องตรวจสอบโค้ชรวมถึงเจ้าหน้าที่แมตช์บางคนเพื่อหาคำตอบที่ชัดเจน"
FIFA+ แปลงโฉมใหม่ด้วยการหนุนหลังจากซาอุดีอาระเบีย
FIFA+ ถือเป็นตัวเลือกที่ดูน่าดึงดูดสำหรับสมาคมฟุตบอลแห่งชาติขนาดเล็กที่ต้องการดึงดูดความสนใจให้กับการแข่งขันฟุตบอลภายในประเทศของตนมากขึ้น และในขณะนี้ตัวแพลตฟอร์มเองก็กำลังจะได้รับแรงผลักดันในเชิงพาณิชย์ครั้งใหญ่
โดยปกติ FIFA จะเป็นผู้รับผิดชอบทั้งต้นทุนและความรับผิดชอบในการสตรีมเกมบน FIFA+ และสหพันธ์ฟุตบอลมักจะได้รับสัญญาส่วนแบ่งรายได้ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต อย่างไรก็ตาม สหพันธ์ฟุตบอลขนาดเล็กที่ทาง Play the Game ได้พูดคุยด้วยนั้นระบุว่าพวกเขายังไม่ได้รับเงินใด ๆ เลย แต่ถึงอย่างนั้น FIFA+ ก็กำลังจะมีการแปลงโฉมใหม่ภายหลังข้อตกลงที่จะเป็นการเพิ่มอิทธิพลของซาอุดีอาระเบีย ซึ่งเป็นเจ้าภาพฟุตบอลโลก 2034
FIFA+ มีแผนที่จะเปลี่ยนโฉมเป็น "บ้านของฟุตบอล" ภายใต้ข้อตกลงระหว่างองค์กรลูกหนังโลกและแพลตฟอร์มสตรีมมิ่งอย่าง DAZN ซึ่งในเดือนกุมภาพันธ์ 2025 ทาง DAZN ได้ขายหุ้นจำนวน 10% ให้กับ Surj Sports Investment ซึ่งเป็นหน่วยลงทุนด้านกีฬาของกองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติซาอุดีอาระเบีย (Public Investment Fund - PIF) ในราคาที่มีการรายงานว่าสูงถึง 1,000 ล้านดอลลาร์
ธุรกิจพนันต้องการเก็บข้อมูลสด

ตัวอย่างแอปพลิเคชันสำหรับนักเก็บข้อมูลให้ธุรกิจพนัน | ที่มาภาพ: Jack Kerr/Play the Game
การเปิดให้เล่นพนันในเกมที่มีการถ่ายทอดสดถือเป็นความเสี่ยงสำหรับธุรกิจพนัน เนื่องจากสตรีมเหล่านี้มักจะมีความล่าช้ากว่าเหตุการณ์จริงในสนามประมาณ 10 วินาที หรือในหลายครั้งอาจนานกว่านั้นมาก ซึ่งความล่าช้านี้หมายความว่าใครก็ตามที่อยู่ในสนามจริงจะสามารถโกงบริษัทพนันได้ด้วยการวางเดิมพันก่อนที่ราคาในตลาดจะอัปเดตตามเหตุการณ์
เพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงนี้ บริษัทพนันจึงต้องซื้อข้อมูลที่อัปเดตที่สุดจากบริษัทข้อมูลเชิงพาณิชย์ ซึ่งจะส่ง "สเกาต์" (Scout) ลงไปในพื้นที่แข่งขันจริงเพื่อเก็บข้อมูลสดจากขอบสนาม การพนันระหว่างแข่งขันในเกมระดับล่างที่ตรวจพบในการสืบสวนของ Play the Game จึงเกิดขึ้นได้โดยอาศัยข้อมูลสนับสนุนจากบริษัทข้อมูลเหล่านี้
หากไม่มีสเกาต์เก็บข้อมูลอยู่ที่เกมจริง แมตช์เหล่านี้จะไม่มีทางปรากฏในตลาดพนันได้เลย เพราะบริษัทพนันจะไม่ยอมเสี่ยงเปิดให้เล่นพนันในเกมที่มีความล่าช้าอย่างมากระหว่างเหตุการณ์ในสนามจริงกับการถ่ายทอดสด
แพตเตอร์สันเสริมว่า "ในกรณีที่ไม่มีเหล่านักเก็บข้อมูลสดเหล่านี้ การเสนอพนันจะไม่สามารถเกิดขึ้นได้จริง ๆ ดังนั้นกิจกรรมเหล่านี้จึงถือเป็นการเพิ่มภัยคุกคามต่อความโปร่งใสของกีฬาอย่างรุนแรง"
สตรีมมิ่ง FIFA+ ถูกใช้เพื่อการพนันทั่วโลก

สตรีมมิ่ง FIFA+ | ภาพจาก: FIFA+
Play the Game พบว่าเกมระดับล่างจากทั้งแอฟริกา เอเชีย และแคริบเบียนบน FIFA+ ถูกนำไปเปิดให้พนันระหว่างแข่งขัน และในบางกรณี สัญญาณสตรีมมิ่งจาก FIFA+ ยังถูกนำไปใช้โดยตรงบนเว็บไซต์ของผู้ประกอบการพนันเหล่านั้นด้วย
ตัวอย่างเช่นในอารูบา เกมจากรายการ Division di Honor จะถูกสตรีมเป็นประจำบน FIFA+ และแมตช์เหล่านี้ยังถูกนำไปเปิดรับพนันในเว็บไซต์พนันทั้งที่ถูกกฎหมายและผิดกฎหมายทั่วโลก โดยผู้ประกอบการออฟชอร์ (Offshore operator) ที่หมายถึง ผู้ประกอบการหรือบริษัทที่ไป จดทะเบียน จัดตั้ง หรือดำเนินธุรกิจในต่างประเทศ (มักเป็นประเทศหรือเขตอำนาจศาลที่มีภาษีต่ำ กฎหมายผ่อนปรน หรือการกำกับดูแลไม่เข้มงวด) ทั้งที่กิจกรรมทางเศรษฐกิจหลัก ลูกค้า หรือรายได้ อาจไม่ได้อยู่ในประเทศนั้นจริง ๆ
บริษัท 1xBet ซึ่งเป็นผู้ประกอบการออฟชอร์ที่ควบคุมโดยรัสเซียและมีฐานอยู่ในไซปรัส เป็นบริษัทที่ถูกสั่งห้ามหรือไม่มีสิทธิ์ขอใบอนุญาตในหลายประเทศทั่วโลก เช่น ออสเตรเลีย เบลเยียม ฝรั่งเศส และโมร็อกโก ทว่าบริษัทนี้กลับใช้การถ่ายทอดสดเดียวกับที่ปรากฏบน FIFA+ อยู่เป็นประจำ ทั้งนี้หน่วยงานการพนันของสหราชอาณาจักรเคยขับ 1xBet ออกจากระบบในปี 2019 เนื่องจากดำเนินการเกี่ยวกับ "เว็บโป๊" และในปี 2024 แบรนด์ในเครือของ 1xBet กว่า 242 แบรนด์ก็ถูกสั่งห้ามในโคลอมเบียเพราะดำเนินการอย่างผิดกฎหมาย
ทาง Arubaanse Voetbal Bond ได้ยืนยันกับ Play the Game ว่าพวกเขาไม่เคยรับรู้มาก่อนว่ามีการเปิดพนันในเกมเหล่านี้ หรือรู้ว่าสตรีมของพวกเขาถูกธุรกิจพนันผิดกฎหมายแอบเข้าถึงเพื่อนำไปใช้บนเว็บไซต์
ปัญหาในลักษณะเดียวกันนี้ยังเห็นได้ชัดในเซเชลส์ ซึ่งแมตช์ในพลีกท้องถิ่นมักถูกนำไปเสนอบน 1xBet พร้อมกับการถ่ายทอดสดที่ดึงมาจาก FIFA+ โดยทางสหพันธ์ฟุตบอลเซเชลส์เองก็ไม่ทราบเรื่องการพนันในเกมเหล่านี้เลย และได้บอกกับ Play the Game ว่าพวกเขา "ไม่มีเบาะแสเลยว่าเรื่องนี้คืออะไร"
ในส่วนของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ลาวเป็นประเทศที่มีปัญหาเรื่องการล็อกผลการแข่งขันเป็นประจำ โดยมีนักเตะถึง 45 คนถูกแบนในปี 2022 แต่ถึงอย่างนั้น FIFA+ ก็ยังคงสตรีมเกมลีกภายในประเทศจำนวนมาก ซึ่งสุดท้ายก็ถูกนำไปเปิดให้เดิมพันบนเว็บไซต์พนันผิดกฎหมายด้วยเช่นกัน
การถ่ายทอดสดถูกแฮกได้ง่าย
สมาคมฟุตบอลต่าง ๆ ที่มีแมตช์การแข่งขันปรากฏบน FIFA+ และได้รับการติดต่อจาก Play the Game ต่างระบุว่าไม่รู้เรื่องที่สตรีมของ FIFA+ ถูกขโมยไปใช้งาน แต่ในความเป็นจริงแล้ว ระบบความปลอดภัยของการสตรีมกีฬาสดนั้นขึ้นชื่อเรื่องความเปราะบางอย่างมาก
สตรีมสดเหล่านี้จะถูกควบคุมผ่านระบบที่เรียกว่า เครือข่ายการส่งข้อมูล (Content Delivery Network - CDN) ซึ่งเครือข่ายเหล่านี้สามารถถูกแฮกได้ง่ายหากไม่มีการป้องกันด้วยระบบเข้ารหัสที่แน่นหนาพอ กระบวนการแฮกนี้ถูกเรียกว่า CDN-leeching
คริส ไวต์ (Chris White) จาก Friend MTS ซึ่งทำงานร่วมกับบริษัทต่าง ๆ เพื่อป้องกันการละเมิดลิขสิทธิ์บนเว็บ กล่าวว่า "ที่ใดที่มีช่องโหว่ด้านความปลอดภัย เหล่าโจรสลัดไซเบอร์ก็จะเข้าไปขโมยข้อมูลโดยตรงจาก CDN"
"แพลตฟอร์ม OTT (Over-the-top) ที่มีคุณภาพส่วนใหญ่จะมีการใช้ระบบการจัดการสิทธิ์ดิจิทัล (Digital Rights Management - DRM) เพื่อเข้ารหัสการถ่ายทอดสด ซึ่งมีระบบความปลอดภัยหลายระดับ และพวกโจรสลัดมักจะเลือกเจาะจงแพลตฟอร์มที่มีระบบความปลอดภัยอ่อนแอที่สุดและมีช่องโหว่ใหญ่ที่สุด"
คนเก็บข้อมูลให้ธุรกิจพนันเพิ่มขึ้น
บริษัทพนันผิดกฎหมายมักจะแฮกสัญญาณถ่ายทอดฟุตบอลสดมาโดยตลอดนับตั้งแต่ที่บรรดาสหพันธ์ฟุตบอลต่าง ๆ เริ่มหันมาสตรีมเกมสดผ่านแพลตฟอร์มอย่าง Facebook หรือ YouTube
ยิ่งมีการสตรีมเกมฟรีมากขึ้น บริษัทข้อมูลก็ยิ่งตระหนักว่าบริษัทพนันต้องการข้อมูลที่เร็วกว่าสัญญาณถ่ายทอดสด จึงเริ่มมองหา "สเกาต์" ในประเทศที่ไม่มีการเก็บค่าบริการดูลิขสิทธิ์กีฬาระดับล่าง
การขยายตัวของจำนวนแมตช์บน FIFA+ ซึ่งมีการถ่ายทอดสดหลายพันเกมต่อปี ยิ่งทำให้ปัญหานี้ทวีความรุนแรงขึ้น แต่ในขณะเดียวกันมันก็สร้างโอกาสทางธุรกิจให้กับเหล่าบริษัทข้อมูลด้วย
ในปีที่ผ่านมา Genius Sports ได้ลงประกาศรับสมัครงานในตำแหน่ง "นักสถิติกีฬา" ที่เมืองโฮนีอารา (Honiara) ในหมู่เกาะโซโลมอน โดยรายละเอียดงานระบุว่าบริษัทคือผู้ที่ "ขับเคลื่อนการเชื่อมต่อระหว่างกีฬา การพนัน และสื่อในระดับโลก" และพนักงานในตำแหน่งนี้จะได้รับค่าจ้างพื้นฐานประมาณ 50 ยูโรต่อแมตช์
สำหรับลีกต่าง ๆ ที่ Play the Game ระบุถึงนั้น ส่วนใหญ่มักไม่มีข้อตกลงในการขายสิทธิ์ข้อมูลการแข่งขัน และดูเหมือนว่าจะไม่รู้ตัวเลยว่ามีสเกาต์แอบเข้ามาเก็บข้อมูลในเกมของพวกเขา อย่างไรก็ตาม บริษัทข้อมูลชั้นนำอย่าง Sportradar, Genius Sports และ Stats Perform ต่างก็มีการเปิดรับสมัครสเกาต์ไปทั่วทุกมุมโลก รวมถึงในหลายพื้นที่ที่มีการถ่ายทอดสดฟรีบน FIFA+
Play the Game ยังพบอีกว่า Stats Perform มีการเปิดรับสมัครงานในมอริเตเนีย ขณะที่ Genius Sports ก็รับสมัคร "นักเก็บข้อมูลฟุตบอล" หรือ "นักสถิติกีฬา" ในประเทศบุรุนดี มาลาวี ไลบีเรีย แทนซาเนีย และกูราเซาด้วย
บทบาทที่น่าสงสัยของบริษัทข้อมูลกีฬา

ประกาศของ Sportradar เกี่ยวกับการเก็บรวบรวมข้อมูลภายในสนามแข่งขันฟุตบอล | ภาพจาก: Play the Game
Sportradar ซึ่งเป็นหนึ่งในพันธมิตรด้านความซื่อสัตย์ของ FIFA เอง ก็มีลักษณะการดำเนินธุรกิจเหมือนกับบริษัทข้อมูลรายอื่น ๆ คือการทำงานร่วมกับองค์กรกีฬาเพื่อปกป้องเกมการแข่งขัน ในขณะเดียวกันก็นำข้อมูลจากเกมระดับล่างเหล่านั้นไปขายต่อด้วย
ในการประชุม Play the Game 2025 ที่เมืองตัมเปเร ประเทศฟินแลนด์ นิก ราวเดนสกี (Nick Raudenski) อดีตหัวหน้าด้านความโปร่งใสจากทั้ง FIFA และ UEFA ได้กล่าวถึง "บทบาททับซ้อน" ของบริษัทข้อมูลเหล่านี้ ที่เสนอทั้งบริการด้านความโปร่งใสแต่ขณะเดียวกันก็เปิดช่องให้มีการพนันในเกมระดับล่าง โดยเขาได้เรียกบริษัทกลุ่มนี้ว่า "หมาป่าข้อมูลในคราบลูกแกะแห่งความซื่อสัตย์"
ราวเดนสกีตั้งคำถามว่า "บริษัทเหล่านี้ควรจะมานั่งอยู่ที่โต๊ะเจรจาสำหรับการบังคับใช้กฎหมายและการกำกับดูแลหรือไม่? เพราะหน่วยงานเหล่านี้ย่อมไม่ยอมเผาบ้านของตัวเอง พวกเขาจะทำเพียงแค่ปล่อยควันออกมาให้มากพอ เพื่อให้ดูเหมือนว่าพวกเขามีโปรแกรมด้านความโปร่งใสที่แข็งแกร่งและครอบคลุมเท่านั้น"
แพตเตอร์สันเสริมอีกว่า "น่าเสียดายที่บริษัทเหล่านี้ไม่ได้ดำรงอยู่เพื่อปกป้องความโปร่งใสของกีฬาเพียงอย่างเดียว แต่พวกเขาคือบริษัทข้อมูลที่กิจกรรมหลักคือการจัดหาข้อมูลและบริการให้แก่อุตสาหกรรมพนันเพื่อผลกำไร เห็นได้ชัดว่าข้อมูลสดจากเหตุการณ์เหล่านี้จะถูกขายให้เจ้ามือพนันหลายร้อยรายทั่วโลก และดูเหมือนว่าเรื่องความซื่อสัตย์ของการแข่งขันจะเป็นเพียงเรื่องรองในการพิจารณาของพวกเขาเท่านั้น"
FIFA ปฏิเสธการตอบคำถามเรื่องการปกป้องสัญญาณสตรีม
ในปัจจุบัน FIFA+ กำลังถูกผลักดันเข้าสู่ระบบพาณิชย์อย่างเต็มตัว โดยในสตรีมของบางเกมจะมีการฉายโฆษณานำก่อน เริ่มตั้งแต่นักร้องดังอย่าง เซลีน ดิออน (Céline Dion) ที่โปรโมทเครื่องสำอางแบรนด์ Charlotte Tilbury ไปจนถึงโฆษณาจากยักษ์ใหญ่อย่าง Starbucks ทว่าการสืบสวนของ Play the Game กลับชี้ให้เห็นว่า แพลตฟอร์มนี้กำลังเปิดโอกาสให้ธุรกิจพนันผิดกฎหมายมากกว่าจะเป็นการสร้างโอกาสให้สหพันธ์ฟุตบอลขนาดเล็กที่นำเกมมาถ่ายทอด
แพตเตอร์สันยังเน้นย้ำว่า สมาคมฟุตบอลที่นำแมตช์มาสตรีมบน FIFA+ ควรจะให้ความรู้แก่ทั้งสโมสรและนักเตะ โดยเขาหวังว่าการนำการแข่งขันเข้าสู่ระบบสตรีมมิ่งเหล่านี้จะช่วยกระตุ้นให้สมาคมที่เกี่ยวข้องหันมาจัดคอร์สอบรมเรื่องนี้ให้แก่ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องทุกคนอย่างเหมาะสม
อย่างไรก็ตาม บรรดาสหพันธ์ฟุตบอลตั้งแต่แถบแคริบเบียนไปจนถึงแอฟริกาต่างยืนยันกับ Play the Game ว่า พวกเขาไม่เคยรู้ถึงผลกระทบที่จะตามมาจากการสตรีมบน FIFA+ เลย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการมีสเกาต์เข้ามาเก็บข้อมูลในสนาม หรือการที่เกมของพวกเขาถูกนำไปเสนอเพื่อการพนันในตลาดที่ผิดกฎหมาย
สำหรับรายงานสืบสวนนี้ ทาง Play the Game ได้ส่งคำถามหลายประเด็นไปยัง FIFA รวมถึงคำถามเรื่องวิธีการปกป้องสตรีมของ FIFA+ จากกลุ่มโจรสลัดไซเบอร์ และความตระหนักรู้ของสมาคมต่าง ๆ เกี่ยวกับผลกระทบที่จะเกิดขึ้น แต่ทาง FIFA ปฏิเสธที่จะตอบคำถามเหล่านี้โดยตรง โดยกล่าวเพียงว่า FIFA+ ได้ "นำพาสายตาคู่ใหม่ ๆ มาสู่เกมการแข่งขัน และช่วยพัฒนาฟุตบอลไปทั่วโลก"
ในแถลงการณ์อย่างเป็นทางการ FIFA ระบุว่า "ทางองค์กรให้ความสำคัญกับความเสี่ยงเรื่องการจัดการผลการแข่งขันอย่างจริงจังที่สุด และยังคงทำงานร่วมกับสมาคมสมาชิกอย่างต่อเนื่องเพื่อปกป้องฟุตบอลในภาพรวม พร้อมกับพัฒนายุทธศาสตร์ด้านความซื่อสัตย์และกิจกรรมสร้างความตระหนักรู้ต่อไป"
