บทวิเคราะห์โดยผู้เชี่ยวชาญฟุตบอลทวีปแอฟริกาจากเว็บไซต์ Play the Game ชี้การเร่งสร้างสนามกีฬาและการเปิดทางให้นักเตะเกิดต่างประเทศ คือ “ภาพลวงตา” ที่รัฐ สมาคมฟุตบอลของแต่ละประเทศ และสมาพันธ์ฟุตบอลแอฟริกัน (CAF) ใช้กลบความด้อยพัฒนาของลีกท้องถิ่น ท่ามกลางเกมผลประโยชน์ งบประมาณมหาศาล และกติกาที่เอื้อการดึงผู้เล่นจากยุโรปมากกว่าการปั้นดาวรุ่งในทวีป

ภาพจาก: Fédération Royale Marocaine de Football
กระแสการปรับปรุงสนามกีฬาในทวีปแอฟริกา เกิดขึ้นพร้อมกับการเพิ่มขึ้นของนักเตะที่เกิดในยุโรป ซึ่งเป็นตัวแทนทีมชาติในแอฟริกา 'สเตฟฟานี วังการี เอ็นเด' (Steffany Wangari Ndei) นักข่าวและนักเขียนชาวเคนยา ผู้เขียนประเด็นฟุตบอลกับสังคมและการพัฒนาในแอฟริกา ได้วิเคราะห์การตัดกันของกฎระเบียบ สมาพันธ์ฟุตบอลแอฟริกัน (Confederation of African Football - CAF) ผลประโยชน์ของรัฐ และแนวปฏิบัติของสหพันธ์ที่ทำให้เกิดรูปแบบนี้
ภายในปี 2050 ประชากรมากกว่า 1 ใน 4 ของโลกจะเป็นชาวแอฟริกัน และ The Economist คาดการณ์ว่าภายในปี 2030 ครึ่งหนึ่งของแรงงานใหม่ทั่วโลกจะมาจากภูมิภาคแอฟริกาใต้สะฮารา แต่ในขณะที่แอฟริกากลายเป็นศูนย์กลางประชากรโลก แรงงานในวงการฟุตบอลกลับมองออกไปข้างนอกทวีปมากขึ้น
ใน ฟุตบอลโลก 2018 มีนักเตะทีมชาติแอฟริกันที่เกิดนอกทวีป 34% และเพิ่มเป็น 42% ในฟุตบอลโลก 2022 ส่วนในรายการแอฟริกาคัพออฟเนชันส์ (Africa Cup of Nations - AFCON) ปี 2021 มีนักเตะเกิดต่างประเทศ 27.5% และเพิ่มเป็น 31.8% ในปี 2023
จากนักเตะ 603 คนในปี 2023 มี 200 คน ที่เกิดต่างประเทศ โดยส่วนใหญ่ (104 คน) เกิดในฝรั่งเศสซึ่งประเทศอย่าง เคปเวิร์ด, โมร็อกโก และอิเควทอเรียลกินี เป็นกลุ่มหลักที่ดึงแรงงานต่างประเทศเข้ามา โดยจาก 24 ชาติ มีเพียงแอฟริกาใต้ อียิปต์ และนามิเบีย ที่ใช้นักเตะเกิดในทวีปทั้งหมด
บทวิเคราะห์นี้จะชี้ให้เห็นว่า รัฐ สมาคมฟุตบอล และสมาพันธ์ฟุตบอลแอฟริกัน (CAF) ต่างตัดสินใจตามผลประโยชน์ของตน ซึ่งนำไปสู่ยุทธวิธีที่เรียกว่า "ภาพลวงตา" เช่นการรับสมัครนักเตะเกิดต่างประเทศเพื่อปกปิดปัญหาความด้อยพัฒนาของฟุตบอลในแอฟริกา โดยมีความหมกมุ่นเรื่องการสร้างสนามกีฬาของ CAF เป็นเวทีหลักในการวิเคราะห์เรื่องนี้
บทบาทของ CAF
ในเดือนพฤษภาคม 2021 เพียง 3 เดือนหลังจากที่ ปาทริซ มอตเซเป (Patrice Motsepe) มหาเศรษฐีชาวแอฟริกาใต้เข้ารับตำแหน่งประธาน CAF จากนั้นได้มีการบังคับใช้คำสั่งห้ามใช้สนามกีฬาที่ไม่ได้มาตรฐานขั้นต่ำ ส่งผลให้ 20 จาก 54 ประเทศในแอฟริกา ไม่มีสนามสำหรับจัดการแข่งขันในบ้านของตนเองในรอบคัดเลือก ฟุตบอลโลก 2022
ประเทศที่มีสนามกีฬาได้มาตรฐานอย่างสม่ำเสมอ เช่น โมร็อกโก และแอฟริกาใต้ จึงกลายเป็นสนามเหย้ากลางให้กับประเทศอื่น โดยในรอบคัดเลือกฟุตบอลโลก 2026 มีถึง 7 ประเทศที่ต้องไปจัดการแข่งขันในโมร็อกโก และอีก 5 ประเทศในแอฟริกาใต้ซึ่งมีการจัดเก็บค่าธรรมเนียมการเช่าสนาม
สมาคมฟุตบอลต่าง ๆ ต้องเผชิญความเสี่ยงที่จะพลาดโอกาสในทัวร์นาเมนต์สำคัญ จึงต้องเร่งล็อบบี้รัฐบาลของตนให้ยกระดับสนามกีฬาเพื่อดึงความได้เปรียบในการเป็นเจ้าบ้านกลับคืนมา รวมถึงต้องแบกรับภาระค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปแข่งขันต่างประเทศที่สูงมาก เช่น สหพันธ์ฟุตบอลเคนยา (FKF) ที่เปิดเผยว่าต้องใช้จ่ายสูงถึง 21 ล้านชิลลิงเคนยา (ประมาณ 162,000 ดอลลาร์) สำหรับการแข่งขันนัดเหย้าเพียงนัดเดียวในต่างแดน
สำหรับประเทศที่ต้องการเป็นเจ้าภาพทัวร์นาเมนต์ของ CAF เดิมพันด้านโครงสร้างพื้นฐานยิ่งสูงขึ้น เนื่องจาก CAF เป็นสมาพันธ์เดียวที่เรียกเก็บค่าธรรมเนียมการเป็นเจ้าภาพและการประมูลอย่างชัดเจน ตัวอย่างเช่น แคเมอรูน ใช้จ่ายประมาณ 885 ล้านดอลลาร์เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับรายการ แอฟริกาคัพออฟเนชันส์ 2021 ขณะที่ไอวอรีโคสต์ เจ้าภาพปี 2023 รายงานว่าจัดสรรงบประมาณกว่า 1,000 ล้านดอลลาร์ เพื่อสร้างและปรับปรุงสนามกีฬา รวมถึงโครงสร้างพื้นฐานอย่างถนน สนามบิน และที่พักให้ตรงตามข้อกำหนด
บทบาทของรัฐบาลและสมาคมฟุตบอล
เมื่อมีการก่อตั้ง CAF สมาชิกภาพถูกจำกัดไว้เฉพาะสมาคมฟุตบอลจากรัฐแอฟริกันที่เป็นอิสระเท่านั้น ข้อกำหนดแนวคิดรวมกลุ่มแอฟริกา (Pan-Africanism) นี้จึงผูกโยงความชอบธรรมของสมาคมฟุตบอลเข้ากับรัฐที่เกิดใหม่
สำหรับรัฐที่อ่อนแอซึ่งมีบริการสาธารณะด้อยคุณภาพและความเชื่อมั่นต่อสถาบันต่ำ ฟุตบอลกลายเป็นหนึ่งในไม่กี่ช่องทางที่รัฐบาลจะใช้แสดงความสามารถและรักษาฐานสนับสนุนจากสาธารณะ ท่ามกลางปัญหาความด้อยพัฒนาและการละเลยภาคส่วนอื่นๆ
จากรายงานกองทุน FIFA Forward Development Funds ปี 2016-2022 สมาคมสมาชิกในแอฟริกาเป็นกลุ่มที่ได้รับงบประมาณสูงสุดรวม 518 ล้านดอลลาร์ โดยในจำนวนนี้ถูกจัดสรรให้แก่โครงสร้างพื้นฐานเพียงอย่างเดียวถึง 118.7 ล้านดอลลาร์
อย่างไรก็ตาม สื่อท้องถิ่นทั่วทวีปมักตรวจสอบและรายงานข้อกล่าวหาเรื่องการยักยอกเงินจาก FIFA โดยสมาคมฟุตบอลต่าง ๆ ซึ่งนำไปสู่การฟ้องร้องในศาลที่กานา การสอบสวนโดยหน่วยงานต่อต้านการทุจริตในเซียร์ราลีโอน และไลบีเรีย รวมถึงการถูกขู่หรือสั่งระงับสมาชิกภาพจาก FIFA ในเคนยา และซิมบับเว
ภาพลวงตาที่ปกปิดความด้อยพัฒนา
ภาพจาก: TechCabal
เนื่องจากการเมืองและการละเลยอุตสาหกรรมฟุตบอล นักฟุตบอลในลีกท้องถิ่นของแอฟริกา จึงแทบไม่สามารถแข่งขันกับคู่แข่งที่ค้าแข้งในยุโรปได้ เพื่อตอบสนองต่อช่องว่างด้านคุณภาพที่เกิดขึ้นนี้ กลยุทธ์ของสมาคมฟุตบอลแอฟริกันจึงเปลี่ยนจากการพัฒนาพรสวรรค์ในประเทศไปเป็นการสรรหานักเตะจากต่างประเทศแทน
ในเดือนมิถุนายน 2009 ญัตติที่นำโดยแอลจีเรีย ในที่ประชุม FIFA ประสบความสำเร็จในการยกเลิกข้อจำกัดอายุ 21 ปี สำหรับการเปลี่ยนทีมชาติ ซึ่งเป็นการทลายอุปสรรคของนักเตะสัญชาติคู่ รวมถึงนักเตะที่เกิดในยุโรปที่มีเชื้อสายแอฟริกัน
หนึ่งทศวรรษต่อมาในปี 2020 โมร็อกโก ได้นำการปฏิรูปครั้งที่สองที่เข้มข้นกว่าเดิม โดยอนุญาตให้นักเตะเปลี่ยนไปเล่นให้ชาติอื่นได้หากลงเล่นในการแข่งขันทางการไม่เกิน 3 นัดก่อนอายุ 21 ปี การเปลี่ยนแปลงกฎเหล่านี้ทำให้สมาคมสมาชิกของ CAF เร่งตรวจสอบประวัติครอบครัวเพื่อดึงนักเตะจากสมาคมที่บริหารจัดการได้ดีกว่ามาใช้งาน
รัฐในแอฟริกามีส่วนร่วมในการผ่อนปรนหรือเร่งกระบวนการทางเอกสารสัญชาติเพื่อคว้าตัวกลุ่มนักเตะโพ้นทะเลโดยแทนซาเนียและกานา เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของแนวโน้มนี้ ผลลัพธ์ที่ตามมาคือการเพิ่มขึ้นของนักฟุตบอลที่เกิดต่างประเทศในทีมชาติแอฟริกัน ซึ่งผลงานที่ดีในสนามได้ช่วยปกปิดการละเลยลีกท้องถิ่นที่กำลังย่ำแย่
ตามข้อมูลของ FIFA การที่คอโมโรส ไต่อันดับขึ้นมา 10 อันดับในปี 2024 เป็นผลจากการลงทุนในศูนย์ฝึกอบรมเทคนิคและการปรับปรุงสนามกีฬา อย่างไรก็ตาม ในการแข่งขันรอบคัดเลือก ฟุตบอลโลก นัดหนึ่งกับชาด ผู้เล่นตัวจริง 11 คนแรกของคอโมโรสเป็นผู้ที่เกิดในฝรั่งเศส ถึง 10 คน และแมตช์ดังกล่าวยังต้องไปแข่งขันกันที่ประเทศโมร็อกโก
กำหนดเส้นทางที่แตกต่าง

Lagos Liga ในประเทศไนจีเรีย เป็นลีกฟุตบอล 7 คน ที่สั่งห้ามนักเตะอาชีพในปัจจุบันเข้าร่วมอย่างชัดเจน เพื่อแยกตัวออกจากกลุ่มที่สังกัด FIFA | ภาพจาก: www.thecable.ng
อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันก็มีตัวอย่างของลีกแยกตัวที่นำเสนอโมเดลซึ่งแตกต่างจากระบบเดิมอยู่แล้ว ตัวอย่างเช่น ในไนจีเรีย มี “Lagos Liga” ลีกฟุตบอล 7 คนที่ดำเนินการโดยเอกชน และตั้งกติกาชัดเจนว่าห้ามนักเตะอาชีพปัจจุบันเข้าร่วม เพื่อกันไม่ให้กลุ่มที่สังกัดฟีฟ่าเข้ามามีอิทธิพล
นักเตะแอฟริกัน รวมถึงผู้ที่เกิดในต่างประเทศ ควรนำทุนและอิทธิพลอันมหาศาลของตนไปลงทุนโดยตรง และกระจายทรัพยากรให้กับลีกอิสระเหล่านี้ แทนที่จะนำเงินไปลงทุนในอะคาเดมีฟุตบอลซึ่งยังคงดูดเงินทุนออกจากทวีปต่อไป
ส่วนการลงทุนของรัฐในโครงสร้างพื้นฐานด้านกีฬา บทบาทขององค์กรสิทธิพลเมืองมีความสำคัญอย่างยิ่ง โดยเฉพาะในประเทศอย่างกานา ไนจีเรีย และเซเนกัล ที่กลุ่มเหล่านี้สามารถผลักดันความเปลี่ยนแปลงด้านธรรมาภิบาลมาแล้ว
นอกเหนือจากการเรียกร้องให้สัญญาการก่อสร้างสนามกีฬาที่มีมูลค่าสูงถูกเปิดเผยต่อสาธารณะและมีคำอธิบายที่สมเหตุสมผล องค์กรเหล่านี้ควรผลักดันให้การลงทุนของรัฐถูกส่งต่อไปยังภาคส่วนสำคัญที่ขาดงบประมาณ เช่น สาธารณสุขและการศึกษา
หากรัฐมีความตั้งใจจริงที่จะมีส่วนร่วมในการพัฒนากีฬา การดำเนินงานควรอยู่ภายใต้กระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งสามารถลงทุนในกีฬาระดับโรงเรียน พลศึกษา และสิ่งอำนวยความสะดวกของชุมชนที่ประชาชนเข้าถึงได้
แม้ประชากรเยาวชนแอฟริกาที่กำลังเติบโตอาจเป็นทรัพยากรจำเป็นต่อการขับเคลื่อนโลก แต่กระแสความคิดระดับโลกที่เปลี่ยนไปเกี่ยวกับการอพยพและโลกาภิวัตน์ ก็กำลังบังคับให้เราต้องปรับมุมมองใหม่ต่อวิธีการพัฒนา รักษา และกระจายทุนทางกายภาพ สติปัญญา และโครงสร้างภายในทวีป
ทางออกเดียวจากกลลวงยาวนานนี้ คือ เกมระยะยาวอย่างเป็นรูปธรรมและมียุทธศาสตร์ ซึ่งพึ่งพาสถาบันที่กำลังขายอนาคตของเราน้อยที่สุด และอาศัยพลังร่วมกันของพวกเรามากที่สุด มิฉะนั้น เราก็เสี่ยงจะทำซ้ำวังวนเดิมๆ ที่พาเรามาถึงจุดนี้ตั้งแต่แรก.
