Skip to main content
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์

พรรคประชาชนจัดงานเปิดตัวทีมบริหารประชาชน กับ 12 ภารกิจ "Lean and Clean Thailand ปฏิรูปงบประมาณ กระจายอำนาจ - ฟื้นชีวิตเสือตัวที่ 5 พาอุตสาหกรรมไทย ไปแข่งกับโลก" ชี้ในอดีตตั้งรัฐบาลตามโควตาจำนวน สส.หารเก้าอี้ รมต. ไม่สามารถแก้ปัญหาที่รุมเร้าประเทศได้

11 มกราคม 2569 พรรคประชาชนจัดงานเปิดตัวทีมบริหารประชาชน โดยนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ในฐานะแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคประชาชน ได้ประกาศเปิดตัวทีมบริหาร ชี้ว่าเป็นคนที่มีความรู้ความสามารถ ที่นำมาเปิดตัวและแสดงวิสัยทัศน์ และหยิบยกปัญหาต่าง ๆ ของประเทศไทยมาชี้ให้เห็น ทั้งปัญหาสังคม ปัญหาภัยความมั่นคง ทุนเทา ระบบการศึกษาล้าหลังที่รุมเร้า ซึ่งการบริหารประเทศแบบเดิม การตั้งรัฐบาลแบบเดิม ๆ ไม่สามารถทำให้ประเทศได้ นี่จึงเป็นโจทย์ของประชาชนที่ตั้งรัฐบาลประชาชนเพื่อออกแบบและทลายข้อจำกัด โดยตั้งรัฐบาลประชาชนโดยใช้ชาติเป็นที่ตั้งที่หมายถึงประชาชนคนไทย

"การจัดการรัฐมนตรีกระทรวงต่าง ๆ ไม่ได้จัดตามภารกิจที่เหมาะสม จัดตั้งคนที่มีความรู้ความสามารถที่เหมาะสม แต่จะตามโควตา จำนวน สส.หารแลกรัฐมนตรีแต่ละกระทรวงยิ่งซ้ำเติมปัญหา ต่างคนต่างกลุ่มผลประโยชน์ของตัวเองดูแลและของตัวเอง มีคนสงสัยเมื่อเข้าไปมีอำนาจคุมงบประมาณ ฝั่งการเมืองมีผลประโยชน์ทับซ้อนเพื่อนำมาใช้ในการซื้อสิทธิ์ขายเสียงเลือกตั้งหรือไม่ นี่คือปัญหาวงจรอุบาทว์ที่เกิดขึ้นในประเทศไทย ที่เกิดซ้ำแล้วซ้ำ รัฐบาลประชาชนจะทำให้ปัญหาเหล่านี้หลุดออกจากวงจร ไม่ให้เกิดขึ้นอีกต่อไป"

นายณัฐพงษ์ ประกาศคำมั่นว่า รัฐบาลประชาชน จะสร้างประเทศที่ “ไม่เทา เท่ากัน เท่าทันโลก” และประกาศตัวเป็นแคนดิเดตนายกฯ ของพรรคประชาชน พร้อมชี้แจงโครงสร้างบริหาร ทีมทำเนียบ 4 คน คือ นายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ แคนดิเดต รองนายกฯ ด้านประชาธิปไตยและความมั่นคงใหม่ นายวีรยุทธ กาญจน์ชูฉัตร แคนดิเดต รองนายกฯ ด้านเศรษฐกิจ ส่วน นายเดชรัต สุขกำเนิด แคนดิเดต รองนายกฯ ด้านคุณภาพชีวิต และ นายศิริกัญญา ตันสกุล แคนดิเดต รองนายกฯ ด้านปฏิรูปภาครัฐ

นอกจากนี้จะมีทีมกระทรวง ที่แต่ละกระทรวงทำงานเชิงประเด็นตามภารกิจ ย้ำว่า เป็นรัฐบาลที่สร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับประชาชนได้อย่างแท้จริง การเลือกตั้งครั้งนี้พอกันทีกับโลกที่บอกว่าเลือกใครไปก็เหมือนกันเลือกใครไปก็เหมือนเดิม

"การเลือกตั้งครั้งนี้ครั้งนี้จะไม่ใช่แค่ประโยคที่บอกว่า กาก้าวไกลหรือพรรคประชาชนแล้วประเทศไทยก็ไม่เหมือนเดิม แต่กาครั้งนี้ถึงเวลาการตั้งรัฐบาลประชาชน รัฐบาลแห่งการเปลี่ยนแปลง ก่อนทิ้งท้ายเชิญชวนให้กาพรรคประชาชน ทั้ง 2 ใบ และการเห็นชอบการทำประชามติรัฐธรรมนูญ"

พร้อมประกาศ 12 ภารกิจรัฐบาลประชาชน

1. อุตสาหกรรม: ฟื้นชีวิตเสือตัวที่ 5 พาอุตสาหกรรมไทย ไปแข่งกับโลก

2. เศรษฐกิจ: หยุดหลุมดำเศรษฐกิจ ติดปีก SMEs

3. การต่างประเทศ: การทูตโปรไทย สง่างามบนเวทีโลก

4. การบริหาร: Lean and Clean Thailand ปฏิรูปงบ ประมาณ กระจายอำนาจ

5. คุณภาพชีวิต: คุณภาพชีวิตใหม่

6. เกษตรและที่ดิน: พลิกโฉมชนบทไทย ปฏิรูปที่ดินครั้ง ใหญ่ เกษตรยุคใหม่ ยั่งยืน

7. โครงการพื้นฐาน: Orange Mega projects

8. ยุติธรรม: คืนความยุติธรรมให้สังคม ปฏิรูปตำรวจ ศาล ราชทัณฑ์

9. ความมั่นคง: ความมั่นคงยุคใหม่ สร้างกองทัพทันสมัย ปราบภัยสแกมเมอร์ ทุนเทา

10. การศึกษา: การเรียนรู้ไร้รอยต่อ ยกระดับทักษะคน ไทย ให้ทันโลก

11. พลังงาน: รับมือโลกรวน พร้อมปฏิรูปพลังงานไทย

12. แรงงาน: เพิ่มสิทธิแรงงาน ค่าแรงเท่ากันค่าครองชีพ

พรรคประชาชนได้มีการเปิดเผยข้อมูลของทีมบริหาร รวมถึงทีมที่ปรึกษา แบ่งออกตาม 4 ด้านหลัก โดยมีรายชื่อดังต่อไปนี้

ทีมบริหารรัฐบาลประชาชน

ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ นายกรัฐมนตรี

ด้านการปฏิรูปรัฐ
ศิริกัญญา ตันสกุล รองนายกรัฐมนตรี
อิสริยะ ไพรีพ่ายฤทธิ์
วรภพ วิริยะโรจน์
วิสุทธิ์ ตันตินันท์
ธีระ สุธีวรางกูร
เพียงพนอ บุญกล่ำ

ด้านประชาธิปไตยและความมั่นคงใหม่
พิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ รองนายกรัฐมนตรี
รังสิมันต์ โรม
วิโรจน์ ลักขณาอดิศร
พริษฐ์ วัชรสินธุ
มุนินทร์ พงศาปาน
ภัทรพงษ์ ลีลาภัทร์
กิตติชัย เตชะกุลวณิชย์
กิตติพงษ์ ปิยะวรรณโณ
ลลิตา หาญวงษ์ ที่ปรึกษา
พล.อ.อ.ภูริทัต จันทร์แก้ว ที่ปรึกษา
พล.ท.พงศกร รอดชมภู ที่ปรึกษาภายนอก

ด้านเศรษฐกิจ
วีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร รองนายกรัฐมนตรี
พิศาล มาณวพัฒน์
สุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ
ภาวุธ พงษ์วิทยภานุ
สิทธิพล วิบูลย์ธนากุล
เซีย จำปาทอง
ชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร
มณิสรา บารมีชัย
ประมวล สุธีจารุวัฒน
นัยวุฒิ วงษ์โคเมท ที่ปรึกษา
อนุสรณ์ ธรรมใจ ที่ปรึกษา
สรศักดิ์ สมรไกรสรกิจ

ด้านคุณภาพชีวิต
เดชรัต สุขกำเนิด รองนายกรัฐมนตรี
อนุชาติ พวงสำลี
บวรศม ลีระพันธ์
ณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์
ณัฐยา บุญภักดี
พูนศักดิ์ จันทร์จำปี
ณรงเดช อุฬารกุล
วาโย อัศวรุ่งเรือง
สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ
รชพร ชูช่วย ที่ปรึกษาด้านศิลปวัฒนธรรม

 

ฟื้นชีวิตเสือตัวที่ 5 ของไทยบุกตลาดโลก

นายวีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร ที่ถูกวางตัวเป็นรองนายกรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจ กล่าวว่า ตั้งเป้ามหมายผลักดันอุตสาหกรรมไทย ก้าวสู่อุตสาหกรรมเทคโนโลยี นำพาอุตสาหกรรมเดิมไปต่อได้ และอุตสาหกรรมเดิมยังสู้ต่อได้ ต้องทำให้อุตสาหกรรมเก่งขึ้นต่อเนื่อง จนโลกขาดไทยไม่ได้ คือ พัฒนาระบบเซ็นเซอร์ ติดชิปในทุกเครื่องมือ อุปกรณ์, พาวเวอร์บอร์ด เดิมนำเข้าจากต่างประเทศ ให้พัฒนาเองได้, โฟโตนิกส์ ใช้แสงในระบบสแกน ระบบ AI, สร้างระบบนิเวศรองรับอุตสาหกรรมใหม่ บุกตลาดเซมิคอนดักเตอร์ ยกระดับเครื่องจักรใหม่ มุ่งลงทุนระบบแสนล้าน เพื่อฟื้นชีวิตเสือตัวที่ 5 ของไทยบุกตลาดโลก

การสร้างเศรษฐกิจใหม่ ด้วยการเปลี่ยนปัญหาให้เป็นโอกาส เป็นผู้ผลิตชิ้นส่วน การจัดซื้อจัดจ้าง หาทุนสนับสนุนเอกชน ชูลดปัญหา 3 ป. คือ อุตสาหกรรมป่วย หลังไทยผลิตเครื่องฟอกไต เครื่องเอกซ์เรย์ กระดูกเทียม อุตสาหกรรมเพื่อส่งออกในอนาคต ขณะที่อุตสาหกรรมป่วน ด้านเกษตร ผลผลิตต่ำ จึงต้องใช้เทคโนโลยีให้มากขึ้น และอากาศเปลี่ยน ภัยธรรมชาติ ฝุ่น PM 2.5 ต้องใช้ดาวเทียมมาช่วยแก้ปัญหา วิเคราะห์ข้อมูล ระบบแจ้งเตือน เพื่อสร้างโอกาสให้กับทุกอุตสาหกรรม

การแก้ปัญหานอมินี จัดการขั้นเด็ดขาด ติดตามอายัด สืบเส้นทางการเงิน กวาดล้างให้หมดสิ้น ใช้กฎหมายแข่งขันทางการค้า ล้างค่า GP สูงร้อละ 30 แพลตฟอร์มต้องช่วยคุมสินค้าเถื่อน สินค้าต่างชาติ ทุ่มตลาด ตัดราคา ให้รายย่อยเข้าถึงมาตรการตอบโต้ ซึ่งอุ้มเฉพาะอุตสาหกรรมเหล็ก ในปัจจุบัน ประกาศสงครามกับไทยเทา กระจายไปยังทุกวงการ สร้างความเสียหายสูงมาก ประกาศ ”หวยใบเสร็จ“ อุดหนุนร้านค้ารายย่อย รางวัลเดือนละ 1 พันล้านบาท ยั่งยืนกว่า “คนละครึ่งพลัส” ขยับเพิ่มยอดรายได้จดทะเบียน VAT 1.8 ล้านบาท เพิ่มเป็น 3.6 ล้านบาท/ปี VAT คืนเครดิตสูงสุด 50,000 บาท เพื่อนำไปจ่ายเป็นค่าเช่า ค่าปรับปรุงบัญชี การขออนุญาต อย. และมาตรการอื่นๆ มุ่งทำให้ได้ภายใน 100 วันแรก

การซื้อของออนไลน์ 1.1 ล้านล้านบาท สัดส่วนร้อยละ 30 ไหลออกไปต่างประเทศ แพลตฟอร์มเป็นของต่างชาติเกือบทั้งหมด มีการตัดราคา แข่งขันรุนแรง สร้างระบบเปิด OCN เชื่อมกับระบบเป๋าตัง เชื่อมกับธนาคาร เพื่อขายสินค้าในตลาดได้กว้างมากขึ้น ใครซื้อสินค้าเกษตรผ่านแพลตฟอร์มใหม่ OCN เพื่อลดการพึ่งพาแพลตฟอร์มต่างชาติ

ในด้านการต่างประเทศของไทยจะกลับมาสง่างามอีกครั้งในอาเซียน นักการทูตของไทย ต้องรับรู้ความทุกข์ยากของประชาชน ร่วมมือกับส่วนราชการ เพื่อขับเคลื่อนเป็นนโยบายหลักของรัฐบาลประชาชน ไทยต้องมีบทบาทนำ ใช้การทูตสร้างความสุข ความปลอดภัย ร่วมมือกับนานาชาติ ปราบปรามทุนเทา ส่งเสริมการค้า การลงทุนตามแนวชายแดน ใช้การศึกษาปลูกฝัง สร้างความนิยมไทยในประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อให้ไทยมีบทบาทนำอาเซียน ไทยเคยต่อตั้งอาเซียน ปลุกพลังให้มีความน่าเชื่อถือ เพื่อรับมือกับความผันผวนภูมิรัฐศาสตร์ ดึงต่างชาติร่วมลงทุนเทคโนสมัยใหม่ เป็นเครือข่ายซัพพลายเชนกับมหาอำนาจเศรษฐกิจยักษ์ใหญ่ของโลก

"ศิริกัญญา" ชูปฏิรูปภาครัฐให้ Clean และ Lean โปร่งใส มีประสิทธิภาพ

น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรคประชาชน และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคประชาชน ที่ถูกวางตัวเป็นรองนายกรัฐมนตรี ด้านปฏิรูปภาครัฐ กล่าวถึงเป้าหมายหลักคือ รัฐโปร่งใสไร้คอรัปชั่นมีเรา รัฐไม่เทา และรัฐที่มีประสิทธิภาพสูง ไม่ล้าสมัย ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลมาให้บริการ ตอบสนองฉับไว เป็น 2 เรื่องที่แยกกันไม่ได้ คือรัฐที่ต้อง Clean และ Lean

ในด้าน Lean ต้องกิโยตินกฎหมาย ยกเลิกใบอนุญาตที่ไม่จำเป็น เพื่อปิดช่องทางเรียกรับผลประโยชน์ ถ้ายังทำแบบเดิมอาจจะใช้เวลาอีก 20 ปี จึงเสนอ Operation 18 คือเร่งรัดภารกิจทุกอย่างให้เสร็จสิ้นภายใน 18 เดือน และหากกรณีที่ถูกเรียกรับผลประโยชน์ ภายใน 30 วัน จะต้องได้รับใบอนุญาตทันที หากยังไม่มีคำตอบในเวลาดังกล่าว ถือว่าอนุญาตโดยอัตโนมัติ

สำหรับการลงโทษทุจริต ที่บางพรรคโฆษณาว่าต้องลงโทษประหาร แต่ที่ผ่านมาไม่เคยมีใครรับโทษจริง ปัญหาจึงไม่ใช่โทษไม่แรงพอ แต่เพราะขาดพยานหลักฐานไปดำเนินคดี ยังไม่มีใครเอาจริงกับเรื่องนี้ แต่เราเอาจริง เราต้องปรับแรงจูงใจให้ผู้ที่กำลังสมรู้ร่วมคิดกันโกงให้วงแตกให้ได้ ใครออกมาแฉก่อนอาจจะได้รับพิจารณาลดโทษ หรือถูกกันตัวเป็นพยาน ข้าราชการน้ำดีที่ออกมาเปิดโปงการทุจริตจะได้รับการคุ้มครองและรางวัล

ข้อมูลต่างๆ ทางด้านการจัดซื้อจัดจ้าง กรรมการ ผู้ถือหุ้น และบัญชีทรัพย์สิน ต้องโปร่งใสและเชื่อมโยงเพื่อตรวจสอบได้ว่ามีผลประโยชน์ทับซ้อนหรือไม่ เพื่อนำมาป้องกันการทุจริตในอนาคต การเปิดประมูลต้องเลิกล็อกมง ด้วยการประมูลแบบเฉพาะเจาะจง หากเราสามารถอุดรูรั่วเหล่านี้จะสามารถประหยัดเงินนำมาพัฒนาประเทศได้พอๆกับการขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่ม 1%

"เราอยากให้ข้าราชการทำงานได้สะดวกขึ้น ไม่ต้องเสียเวลากับกองเอกสาร เหลือแต่งานที่มีคุณค่า คืนข้าราชการให้ได้ทำงานที่มีความหมาย และกลับไปรับใช้ประชาชน" ศิริกัญญา ระบุ

“เดชรัต” ชูนโยบายแก้ปัญหาที่ดิน สร้างความมั่นคงให้เกษตรกร

นายเดชรัต สุขกำเนิด กล่าวบนเวทีประกาศวิสัยทัศน์รัฐบาลประชาชน เปิดตัวทีมบริหารพร้อม 12 ภารกิจรัฐบาลประชาชนในการบริหารประเทศ โดยหนึ่งในภารกิจสำคัญคือ “พลิกโฉมชนบทไทย ปฏิรูปที่ดินครั้งใหญ่ เกษตรยุคใหม่ยั่งยืน”

นายเดชรัต ระบุว่า ปัญหาของเกษตรกรและประชากรในชนบทที่ต้องเผชิญมีหลากหลายเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นต้นทุนการผลิตที่เพิ่มสูงขึ้น ภัยพิบัติภัยน้ำแล้งน้ำท่วม ผลผลิตตกต่ำ ราคาสินค้าที่ผันผวน ปีที่ผ่านมามีราคาสินค้าหลายตัวที่ตกต่ำเป็นประวัติการณ์ นอกจากนั้นยังต้องเจอปัญหาหนี้สินที่เพิ่มพูนขึ้น เรื้อรัง และไม่สามารถหาทางออกได้

ปัญหารากฐานของภาคการเกษตรและชนบท คือการขาดความมั่นคง ทั้งไม่มีเอกสารสิทธิ์ในที่ดิน ความผันผวนของสภาพแวดล้อม ภัยพิบัติ หรือภาวะตลาดและราคาที่แปรปรวน ทั้งขาดทางเลือกในการปรับปรุงบำรุงดิน การปรับเปลี่ยนพืชให้เหมาะสม การแปรรูป และการจัดการตลาด ขาดตัวช่วยที่ดีพอที่จะเข้ามาช่วยหาทางออกให้กับปัญหาต่างๆ ได้

เดชรัตกล่าวต่อไปว่า รัฐบาลประชาชนจึงตั้งใจเข้ามาแก้ไขปัญหาเหล่านี้ เปลี่ยนการช่วยเหลือแบบให้เปล่าปีละ 50,000-100,000 ล้านบาท มาเป็นการช่วยเหลือแบบมีเป้าหมาย ให้ชนบทมีผลิตภาพมากขึ้น มีความเป็นธรรมมากขึ้น และมีศักดิ์ศรีมากขึ้น โดยพิจารณาความแตกต่างหลากหลายของเกษตรกรทั้ง 4 กลุ่มก่อน กล่าวคือ

1) เกษตรกรที่สูงวัย มีปัญหาหนี้สิน อยากพักจากการทำเกษตรแล้ว แต่ยังไม่สามารถออกจากภาคเกษตรได้เพราะติดกับดักวงจรหนี้ ทั้งที่หลายคนชำระหนี้มาจนเกินเงินต้นแล้ว แต่ไม่มีเงินไปปิดจบหนี้ รัฐบาลประชาชนจะปิดจบหนี้สำหรับเกษตรกรสูงวัยเกิน 70 ปีทั้งหมด

2) เกษตรกรที่ยังไปได้ แต่ต้องการเน้นที่ตลาดท้องถิ่น ต้องทำให้การผลิตมีความหลากหลาย และรับมือได้กับภาวะโลกรวน รวมทั้งให้ความสำคัญกับผลผลิตสำหรับสุขภาพและโภชนาการ สิ่งที่เกษตรกรกลุ่มนี้ต้องการคือความมั่นคงในที่ดิน และทางเลือกในการส่งสินค้าไปตลาดท้องถิ่น

3) เกษตรกรที่สามารถแข่งขันได้ในเวทีโลก พวกเขาต้องการการลดต้นทุน เพิ่มผลผลิต และมีมาตรฐานที่ทัดเทียมกับนานาชาติ

4) เกษตรกรรุ่นใหม่ที่มีความสามารถในการยกระดับการผลิตและการแปรรูปของตนให้เป็นพรีเมี่ยมได้ จำเป็นต้องเข้าถึงเทคโนโลยี ทุน และตลาด เพื่อให้ก้าวหน้าในเวทีโลกได้

เดชรัตกล่าวต่อไปว่า พรรคประชาชนจึงได้จัดเตรียมทางเลือกเชิงนโยบายที่หลากหลาย ตั้งแต่การสร้างความมั่นคงในที่ดิน จะมีการเร่งรัดการออกโฉนดที่ดินในพื้นที่ที่ไม่มีข้อพิพาท ปฏิรูปกฎหมายที่ดินและป่าไม้ให้มีความเป็นธรรม ปรับเปลี่ยนลักษณะของเอกสารสิทธิ์ที่มีหลากหลายให้เป็นโฉนดทั้งหมด จะมีกองทุนเร่งรัดการพิสูจน์สิทธิ์ในที่ดิน และส่งเสริมการจัดการป่าอนุรักษ์ให้ชุมชนมีโอกาสจัดการและเป็นเจ้าของป่าอนุรักษ์ ส่งเสริมการปลูกไม้ยืนต้นในพื้นที่ของเกษตรกร

แต่ไม่ใช่แค่เรื่องที่ดินเท่านั้น ที่ผ่านมาเกษตรกรขาดตัวช่วยในการปรับปรุงบำรุงดิน เพราะฉะนั้นรัฐบาลประชาชนจะมีตัวช่วยอย่างเป็นลำดับขั้น เริ่มตั้งแต่การไม่เผา 250 บาทต่อไร่ การใช้ปุ๋ยที่ตรงกับค่าดินและความต้องการของพืช 500 บาทต่อไร่ การพักดินเพื่อปลูกพืชบำรุงดิน 1,000 บาทต่อไร่ และการปรับเปลี่ยนพืชให้เหมาะสมกับพื้นที่การเกษตร 2,000 บาทต่อไร่

ในด้านแหล่งน้ำ รัฐบาลประชาชนจะจัดสรรงบประมาณให้แต่ละลุ่มน้ำสามารถบริหารจัดการได้ด้วยตัวเอง มีแผนเฉพาะสำหรับประชาชนในพื้นที่ทุ่งรับน้ำ ทั้งในระยะสั้นคือการชดเชยที่เป็นธรรม และในระยะยาวคือการลดระยะเวลา ระดับ และพื้นที่น้ำท่วมให้ได้ สนับสนุนให้เกษตรกรสามารถมีแหล่งน้ำในพื้นที่ของตัวเอง ทั้งการให้เงินสมทบและการลดหนี้ให้ และสุดท้ายคือการส่งเสริมการทำการเกษตรที่มีประสิทธิภาพสูงในเรื่องของการใช้น้ำ

รัฐบาลประชาชนจะกำกับดูแลการตลาดให้มีความเป็นธรรม ทราบราคาที่แน่นอน มีกระดานราคาสาธารณะที่ทราบโดยทั่วกันทั้งต้นทาง กลางทาง ไปจนถึงปลายทาง มีใบเสร็จมาตรฐานที่บอกชัดเจนว่าเกษตรกรได้ขายสินค้าไปในคุณภาพ ปริมาณ และราคาใด และเข้าสู่ระบบทันที ถ้ามีการเอาเปรียบราคา จะขึ้นแสดงทันทีและจะมีการลงไปแก้ปัญหาทันที และเมื่อทราบราคาแล้ว จะสามารถประกาศราคาให้เกษตรกรทราบล่วงหน้าได้ 3 เดือน และจะมีกลไกในการดูดซับผลผลิตส่วนเกิน ไปสู่การแปรรูปและขยายตลาดใหม่ๆ เพื่อให้ราคาเป็นไปตามราคาเป้าหมาย

เดชรัตกล่าวต่อไปว่า สุดท้ายเกษตรกรจะได้รับการต่อยอดให้เป็นเกษตรกรรุ่นใหม่ ไม่ว่าจะในเรื่องการให้บริการทางการเกษตร เครื่องจักร ดิน ปุ๋ย และสัตวบาล เป็นผู้ทำการแปรรูป ได้รับคูปองฝึกทักษะ ได้รับคูปองแปรรูปสำหรับทดลองทำผลิตภัณฑ์ต้นแบบ และให้ Young Smart Farmer ทุกจังหวัดเข้ามาร่วมขับเคลื่อนการเกษตรและชนบทไปพร้อมๆ กัน


ที่มาเรียบเรียงจาก: Thai PBS | สำนักข่าวไทย [1] [2]


 

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง