Skip to main content
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์

ที่ประชุมโครงการรณรงค์ประชามติรัฐธรรมนูญ ทั้งพรรคการเมืองและองค์กรภาคประชาสังคม เห็นพ้องรณรงค์ให้ประชาชนลงประชามติ “เห็นชอบ” จัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ ชี้ปัญหาเชิงโครงสร้างแก้รายมาตราไม่พอ พร้อมเรียกร้อง กกต. ให้ข้อมูลครบถ้วนและเปิดพื้นที่แสดงความเห็นทั่วประเทศ

18 มกราคม 2569 ที่โรงแรม เดอะ สุโกศล มีการประชุมปรึกษาหารือเรื่องความคืบหน้าของ “โครงการรณรงค์ประชามติรัฐธรรมนูญ” โดยมีตัวแทนจากพรรคการเมืองจำนวน 9 พรรค, จากองค์กรภาคประชาสังคมจำนวน 10 องค์กร, และศิลปิน-ผู้ประกอบการ-นักกฎหมาย จำนวน 9 คน เข้าร่วมประชุม ที่ประชุมภาคีเพื่อรัฐธรรมนูญประชาธิปไตยได้พิจารณาการออกเสียงประชามติที่จะมีขึ้นในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ซึ่งผู้ออกเสียงจะตอบคำถามว่า “ท่านเห็นชอบว่าสมควรมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่” ซึ่งเป็นคำถามที่คณะรัฐมนตรีเขียนขึ้นโดยให้สอดคล้องกับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ

ที่ประชุมภาคีฯ มีความเห็นว่า ประเทศไทยมีปัญหาเชิงโครงสร้าง ทั้งทางการเมือง เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม ระบบราชการ และเทคโนโลยี ซึ่งเกินกว่าจะแก้ไขปรับปรุงเป็นการเฉพาะด้าน เพราะมีรายละเอียดอยู่มากมาย จึงต้องแก้ไขในระดับโครงสร้างและหลักการใหญ่ทางการเมือง โดยการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ซึ่งต้องมีที่มาจากการมีส่วนร่วมอย่างกว้างขวางของประชาชน ที่ประชุมจึงมีความเห็นและข้อเสนอแนะดังนี้

1) ที่ประชุมจะรณรงค์ให้ผู้มีสิทธิออกเสียงประชามติพิจารณากากบาทในช่อง “เห็นชอบ” กับการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ทั้งนี้ เป็นการรณรงค์ของทุกภาคส่วน รวมทั้งพรรคการเมืองและองค์กรภาคประชาสังคม

2) การแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญเป็นรายมาตราย่อมทำได้ในระหว่างที่มีการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ แต่จากประสบการณ์ที่ผ่านมา การแก้ไขรายมาตราทำได้ยากมาก การแก้ไขบางมาตรายังโยงใยไปถึงหลายมาตรา และก่อนจะแก้ไขในบางเรื่อง เช่น เรื่ององค์กรอิสระ และเรื่องการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ก็ต้องมีการออกเสียงประชามติก่อนการแก้ไข ซึ่งใช้เวลานานและจะสิ้นเปลืองงบประมาณมากกว่า ที่สำคัญยิ่งคือ รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันมีที่มาจากการรัฐประหาร การแก้ไขรายมาตราไม่สามารถลบภาพลักษณ์นี้ได้ ที่ประชุมจึงเห็นชอบกับการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่มากกว่าการแก้ไขเป็นรายมาตรา

3) คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ควรจัดเวทีทั้งในกรุงเทพฯและต่างจังหวัดทุกจังหวัด เพื่อให้ทุกฝ่ายได้แสดงความคิดเห็นว่าควรให้ความเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบในการออกเสียงประชามติครั้งนี้

4) กกต. ควรอธิบายย้ำอีกครั้งว่า กรณีผลการออกเสียงไม่เห็นชอบ ผลจะเป็นอย่างไร ส่วนกรณีเห็นชอบว่าสมควรมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ผลคือ (1) รัฐสภาจะพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมหมวด 15/1 การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ (2) เมื่อรัฐสภาเห็นชอบด้วยกับร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมหมวด 15/1 แล้ว ก่อนขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายต้องจัดให้มีการออกเสียงประชามติครั้งที่สอง (3) เมื่อดำเนินการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ และเสนอให้รัฐสภาพิจารณาให้ความเห็นชอบแล้ว จะมีการออกเสียงประชามติเป็นครั้งที่ 3 ว่าเห็นชอบกับร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่ ดังนั้น กกต. ควรให้ข้อมูลว่า ขอบเขตเนื้อหา และวิธีการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ไม่อยู่ในขั้นตอนของการออกเสียงประชามติครั้งนี้ แต่อยู่ในขั้นตอนถัดไปเมื่อมีการพิจารณาและออกเสียงประชามติครั้งที่สอง ว่าเห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมหมวด 15/1 หรือไม่

5) ที่ประชุมเป็นห่วงว่าการไม่ไปใช้สิทธิออกเสียงประชามติโดยไม่มีเหตุอันควร จะทำให้ผู้มีสิทธิออกเสียงเสียสิทธิทางการเมืองบางประการเช่นเดียวกับการไม่ใช้สิทธิเลือกตั้ง กกต. จึงควรประชาสัมพันธ์กรณีนี้เพิ่มเติมขึ้น

6) กกต. ควรอธิบายย้ำให้คณะกรรมการประจำหน่วยทราบถึงความสำคัญในการจัดสถานที่ออกเสียงตามผังที่ กกต.วางไว้ รวมทั้งอำนวยความสะดวกแก่ผู้มาใช้สิทธิออกเสียงตามสมควร

7) องค์กรภาคประชาสังคมจะจัดเวทีรณรงค์ในทุกวันพุธ ในจังหวัดต่าง ๆ เกือบทุกจังหวัด โดยเฉพาะจะมีการรณรงค์ใหญ่ ในวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2569 ในช่วงบ่าย โดยจะมีการเดินรณรงค์จากอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยมาที่หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร จึงขอเชิญพรรคการเมือง องค์กรภาคประชาสังคม และประชาชนที่สนใจเข้าร่วมการรณรงค์ครั้งนี้โดยพร้อมเพรียงกัน

8) ที่ประชุมขอให้ “ประชาชน พรรคการเมือง องค์กรเอกชน และกลุ่มต่าง ๆ” ที่จัดกิจกรรมรณรงค์ประชามติอย่างกว้างขวาง และเมื่อจะจัดหรือเมื่อได้จัดกิจกรรมรณรงค์ ขอความกรุณาส่งข้อมูลมาที่ www.conforall.com หรือ www.vote62.com เพื่อประโยชน์ในการเข้าร่วมและรายงานผลต่อสาธารณชนผ่านสื่อต่าง ๆ ต่อไป

พรรคการเมืองที่เข้าร่วมประชุมโครงการรณรงค์ประชามติรัฐธรรมนูญ ประกอบด้วย พรรคเพื่อไทย, พรรคภูมิใจไทย, พรรคประชาชน, พรรคประชาธิปัตย์, พรรคไทยสร้างไทย, พรรคพลวัต, พรรคประชาชาติ, พรรคเป็นธรรม และพรรคเสรีรวมไทย

องค์กรภาคประชาสังคมที่เข้าร่วมประชุมโครงการรณรงค์ประชามติรัฐธรรมนูญ ประกอบด้วย ภาคีเพื่อรัฐธรรมนูญประชาธิปไตยและกลุ่มประชาชนร่างรัฐธรรมนูญ (Con For All) (ผู้จัดประชุม), สมาคมสิทธิเสรีภาพของประชาชน, คณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย (ครป.), เครือข่ายเยาวชนสังเกตการณ์การเลือกตั้งเพื่อประชาธิปไตย (We Watch), มูลนิธิองค์กรกลางเพื่อประชาธิปไตย (PNET), มูลนิธิอาสาสมัครเพื่อสังคม, โครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (iLaw) , เครือข่ายรณรงค์รัฐธรรมนูญ (CALL), มูลนิธิเวสต์มินสเตอร์เพื่อประชาธิปไตย (WFD) 
 

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง