ฟังเสียงคนสุขุมวิทที่เดินทางมาใช้สิทธิเลือกตั้ง-ประชามติ ข้าราชการเกษียณขอให้ประชาชนสนใจการเลือกตั้งมากกว่าครั้งก่อนๆ คาดหวังรัฐบาลใหม่แก้ปัญหาเศรษฐกิจซบเซาที่กัดกินประเทศไทยมานาน อดีตพนักงานบริษัทเอกชนหวังรัฐบาลแก้ปัญหาทุจริตคอรัปชั่น บ้านเมืองเจริญตามประเทศเพื่อนบ้านทัน คนสุขุมวิทยังคาดหวังเห็นนโยบายทางภาษีและนโยบายด้านการเงินที่เอื้อต่อคนทำงานฟรีแลนซ์มากกว่าที่เป็นอยู่นี้ และคาดหวังรัฐบาลเด็ดขาดกรณีพิพาทชายแดนไทย-กัมพูชา
8 ก.พ. 2569 ช่วงประมาณ 12.30 น. ที่หน่วยเลือกตั้งภายในลานจอดรถวัดธาตุทองมีผู้ใช้สิทธิทยอยเดินทางมาใช้สิทธิเลือกตั้งและประชามติยังคงบางตา ผู้สื่อข่าวประชาไทลงพื้นที่พูดคุยกับประชาชนที่มาใช้สิทธิย่านสุขุมวิท
สิรินุช จิรโชคนุเคราะห์ 64 ปี ข้าราชการเกษียณ คาดหวังว่าประชาชนจะเห็นความสำคัญของการเลือกตั้งที่สำคัญกับประเทศไทยคิดว่าคนออกมาใช้สิทธิไม่ควรต่ำกว่า 50% ขอให้ประชาชนสนใจการเลือกตั้งมากกว่าครั้งก่อนๆ อยากให้ประชาชนช่วยกันออกเสียงอย่างดออกเสียง ทั้งประชามติก็จะได้ทำเต็มที่ รัฐบาลก็จะได้จัดตั้งได้ง่ายด้วย
ส่วนความคาดหวังสิ่งที่รัฐบาลใหม่ควรจะแก้ไขเป็นเรื่องแรกๆ คือเรื่องเศรษฐกิจ เพราะเศรษฐกิจไทยซบเซามานานแล้ว อยากให้กระตุ้นระบบเศรษฐกิจทุกส่วนของประเทศ แล้วก็เรื่องความสงบสามัคคีของประชาชนไทย อยากให้ทุกหน่วยงาน รัฐบาล เข้ามาสามัคคีกันให้ประเทศไทยเจริญรุ่งเรืองก้าวหน้ากว่าที่เป็นมา
ประเด็นเศรษฐกิจที่เธอเห็นว่าเร่งด่วนคือการให้ความช่วยเหลือชาวนา และการส่งออกที่จะเป็นการหาเงินเข้าประเทศได้โดยตรง ถ้าทุกหน่วยงานช่วยกันก็จะส่งผลเร็วที่สุดและมีผลต่อเศรษฐกิจภายในประเทศด้วย
นอกจากนั้นก็อยากให้ช่วยเหลือผู้ประกอบธุรกิจรายเล็กๆ ที่ตอนนี้ก็บ่นกันว่าธุรกิจไปได้ไม่ดี
อีกยังมีเรื่องชายแดนไทย-กัมพูชา อีกที่อยากให้รัฐบาลใหม่เข้ามาสานต่อและไม่ต้องการให้เปิดชายแดนอยากให้ปิดไปเรื่อยๆ เพราะอยากให้มองเรื่องผลประโยชน์ของไทยเป็นหลัก
แซม 62 ปี อดีตพนักงานบริษัทเอกชนปัจจุบันเกษียณแล้ว บอกว่าเรื่องที่อยากให้รัฐบาลใหม่เข้ามาแก้ปัญหาคือเรื่องเศรษฐกิจและปัญหาการทุจริตคอรัปชั่น
"ผมรู้สึกว่าบ้านเราไม่ค่อยไปไหนเพราะคอรัปชั่นมันสูงมาก เป็นปัญหาใหญ่เลย แล้วก็ไม่ค่อยเห็นความร่วมมือกันเห็นแต่พรรคการเมืองแต่ไม่เห็นแก่ประเทศชาติ มันไม่เติบโตเมื่อเปรียบเทียบกับประเทศข้างบ้านหรือประเทศอื่นๆ ที่ไปไกลแล้วจากที่เมื่อก่อนเคยตามหลังเมืองไทยแต่ตอนนี้ไทยอยู่หลังสุด"
ส่วนปัญหาเศรษฐกิจที่ต้องรีบกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่ก็มองว่าไม่ควรแก้ปัญหาด้วยการแจกเงินอย่างเดียวที่เป็นการแก้ระยะสั้นเพราะไม่ได้ช่วยได้มากนัก แต่ต้องแก้ระยะยาวด้วยเช่น การพัฒนาทักษะของคนไปด้วยเพื่อให้มีความคิดและสามารถแข่งกับโลกได้
เมื่อถามถึงประชามติเพื่อมีรัฐธรรมนูญใหม่ครั้งนี้เขามองเรื่องนี้อย่างไร
แซมมองว่าเรื่องรัฐธรรมนูญใกม่เป็นเรื่องสำคัญเพราะว่าเห็นได้จากการเลือกตั้งครั้งที่แล้วว่าประชาชนเลือกพรรคการเมืองเข้าไปแต่เพราะรัฐธรรมนูญบีบไม่ให้พรรคที่ได้เสียงอันดับหนึ่งขึ้นเป็นรัฐบาล
"ถ้าจะเป็นประชาธิปไตยก็ต้องปล่อยให้เป็นไปตามประชาธิปไตย ไม่อย่างนั้นก็ต้องเปลี่ยนรัฐธรรมนูญให้เป็นอย่างที่คุณอยากจะได้ ไม่ใช่บอกว่าเป็นประชาธิปไตยแต่ไม่ทำตามระบอบประชาธิปไตย มาหลอกกัน มันไม่ถูกต้อง"

13.00 น. ที่หน่วยเลือกตั้งในสวนเบญจสิริมีประชาชนเดินทางมาเลือกตั้งและออกเสียงประชามติค่อนข้างคึกคัก หลายคนมาพร้อมกันทั้งครอบครัว มีกระทั่งผู้สูงวัยที่มาพร้อมกับอุปกรณ์และถังออกซิเจน
“ถ้าทุกอย่างมันเป็นไปตามระบบก็ควรจะเป็นไปตามที่ประชาชนโหวต แต่ครั้งนี้เราก็ไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เพราะครั้งที่แล้วเราก็โหวตอย่างที่เราอยากโหวตแต่มันก็ไม่ได้ออกมาอย่างที่เราอยากจะได้ แต่สุดท้ายตอนนี้คงยังไม่มีใครบอกอะไรได้จริงๆ ก็ต้องรอลุ้นกัน ที่ทำได้มากที่สุดก็คือทำหน้าที่ด้วยการออกมาโหวตให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้แค่นั้นละครับ” วิท 44 ปี ช่างภาพฟรีแลนซ์ ตอบเมื่อถูกถามถึงความคาดหวังที่เขามีต่อการเลือกตั้งครั้งนี้แม้ว่าจะเพิ่งเลือกตั้งกันไปเมื่อ 2 ปีก่อน
วิทคาดหวังความเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นเมื่อมีรัฐบาลใหม่ ส่วนเรื่องที่อยากเห็นคือนโยบายทางภาษี หรือนโยบายด้านการเงินที่เอื้อต่อคนทำงานฟรีแลนซ์มากกว่านี้
เมื่อถามความเห็นเกี่ยวกับการทำประชามติที่เกี่ยวกับการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญใหม่ครั้งนี้ วิทเห็นว่าควรจะต้องมีรัฐธรรมนูญใหม่ เพราะว่าฉบับที่ใช้อยู่ไม่ได้เป็นประโยชน์กับประชาชนและไม่ได้รับฟังเสียงของประชาชนด้วย
“ปัญหาหลายอย่างมันเห็นค่อนข้างชัดว่าเกิดจากรัฐธรรมนูญฉบับนี้แหละ ทั้งเรื่ององค์กรอิสระหรือว่าอะไรก็ตาม ผมว่าก็ควรแก้ที่ต้นเหตุ เพราะฉะนั้นก็ควรเป็นจุดเปลี่ยนที่จะเกิดขึ้น” แต่วิทก็ตอบด้วยว่าคาดเดาไม่ได้ว่าจะได้มีฉบับใหม่หรือเปล่า

14.00 น. หน่วยเลือกตั้งลานข้างธนาคารออมสินสาขาพร้อมพงษ์ มีประชาชนเดินทางเข้าใช้สิทธิค่อนข้างคึกคักเช่นกัน
เอกฉัตร 34 ธุรกิจส่วนตัว บอกว่าเขาคาดหวังให้รัฐบาลใหม่เข้ามาทำให้เศรษฐกิจดี แล้วก็อยากให้เด็ดขาดกับปัญหาพิพาทระหว่างไทย-กัมพูชา
“ไทยก็ควรจะลุยให้เต็มที่ ตอนนี้ยังไม่จบดีทั้งที่ไทยเราได้เปรียบเขาตั้งเยอะ เราเก่งกว่าเขาตั้งเยอะ เหมือนคนเก่งโดนรังแกอยู่ตอนนี้”
ส่วนเรื่องประชามติทำรัฐธรรมนูญใหม่เอกฉัตนบอกว่าไม่มีความเห็นในเรื่องนี้
