จากสมาชิก 16 คน ในปี 2009 สู่สัญญาจ้างครอบคลุม 176 สาขาในปี 2022 สหภาพแรงงาน Starbucks ในชิลีพิสูจน์ว่าความอดทนและกฎหมายแรงงานที่เข้มแข็งสร้างชัยชนะได้ เพราะ Starbucks แทบไม่เคยลงนามในสัญญากับสหภาพแรงงานที่ไหนในโลก ตัดภาพมาที่สหรัฐฯ ที่มี 666 สาขาเป็นสหภาพแรงงานแต่ยังไร้สัญญาจ้างแม้แต่ฉบับเดียว

พนักงานของ Starbucks ในประเทศชิลี เดินขบวนประท้วงระหว่างการนัดหยุดงานที่ยาวนานถึง 25 วันในปี 2025 โดยพวกเขาสามารถคว้าชัยชนะในเรื่องระบบการทิปผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ได้จากการรวมตัวกัน เช่นเดียวกับพนักงานใน สหรัฐอเมริกา แต่ความแตกต่างที่สำคัญคือ พนักงานในชิลีประสบความสำเร็จถึงขั้นได้รับสัญญาจ้างในนามสหภาพแรงงาน (Union Contract) เป็นที่เรียบร้อย | ภาพจาก: SBWU
Starbucks แทบไม่เคยลงนามในสัญญากับสหภาพแรงงานที่ไหนในโลก แต่ในประเทศชิลี พนักงานมีข้อตกลงระดับชาติที่ครอบคลุม 176 สาขา พวกเขาเป็นพนักงาน Starbucks กลุ่มแรกในโลกที่รวมตัวเป็นสหภาพแรงงานได้สำเร็จตั้งแต่ปี 2009
ในสหรัฐอเมริกา พนักงานใน 550 สาขาต้องต่อสู้จนถึงปี 2024 กว่าจะดึง Starbucks มานั่งโต๊ะเจรจาได้ จากนั้นในเดือนพฤศจิกายนปี 2025 พวกเขาเริ่มคว่ำบาตรและนัดหยุดงานประท้วง ปัจจุบันมีกว่า 50 สาขาที่ยังยืนหยัดประท้วง บางแห่งก็นัดหยุดงานระยะสั้น เช่น 7 สาขาในมินนีแอโพลิสที่หยุดงานเมื่อวันที่ 23 มกราคม 2026ในวัน ICE Out ตอนนี้มีสาขาในสหรัฐอเมริกา ที่เป็นสหภาพแรงงานแล้ว 666 แห่ง แต่ยังไม่มีสัญญาจ้างแม้แต่ฉบับเดียว
เมื่อถูกถามถึงเคล็ดลับความสำเร็จของสหภาพแรงงานชิลี อันเดรส จอร์ดาโน (Andres Giordano) อดีตประธานสหภาพแรงงาน ตอบว่า "นี่ไม่ใช่สิ่งที่ทำได้ใน 1-2 ปี" พวกเขาใช้เวลาตั้งแต่ปี 2009 ถึง 2022 กว่าจะได้สัญญาจ้างจริงๆ ผ่านช่วงขาขึ้นขาลงมากมาย และทำทั้งหมดนี้โดยไม่มีผู้นำเต็มเวลาที่ได้รับค่าตอบแทนแม้แต่คนเดียว
จอร์ดาโน เข้าทำงานที่ Starbucks ตั้งแต่ยังเป็นนักศึกษาเคลื่อนไหวในปี 2007 โดยไม่รู้เรื่องสหภาพแรงงานเลย ปี 2009 เขาและเพื่อนร่วมงานเริ่มกระบวนการจัดตั้งสหภาพ ตอนนั้นมีพนักงานเข้าร่วมอย่างเป็นทางการแค่ 16 คน จากทั้งหมด 2,500 คน พวกเขาชักชวนสมาชิกได้เร็ว และตามกฎหมายชิลี Starbucks มีหน้าที่ต้องเจรจา แต่จอร์ดาโน บอกว่า "ผมเดาว่าพวกเขาเอาคู่มือจากสหรัฐฯ มาใช้"
ฝ่ายบริหารปฏิเสธที่จะเจรจาทุกรูปแบบ ตั้งแต่ปี 2009 ถึง 2012 Starbucks ละเมิดกฎหมายแรงงานทุกข้อ ถึงขั้นเขียนนโยบายที่ผิดกฎหมายลงในเอกสารภายในเลย จอร์ดาโน บอกว่า Starbucks เป็นบริษัทที่ถูกปรับมากที่สุดในชิลี
แรงจูงใจในการรวมตัว
ในช่วงเดียวกัน พนักงานก็ได้รับผลกระทบจากวิกฤตการเงินปี 2009 บางสาขาถูกปิด มีการเลิกจ้างจำนวนมาก คนที่เหลืออยู่ต้องทำงานหนักขึ้น Starbucks ยังปฏิเสธไม่ขึ้นค่าแรงตามค่าครองชีพประจำปีตามที่พนักงานสหภาพคาดหวัง และในสาขาของจอร์ดาโนที่ซานติอาโก หนูเป็นแรงผลักดันสำคัญ "เราถูกบังคับให้เก็บซากหนูตาย" เขาเล่า
ในปี 2011 พนักงานส่วนน้อยนัดหยุดงานนาน 30 วัน ผู้นำสหภาพอดอาหารประท้วง 12 วันหน้าสำนักงานใหญ่ Starbucks ถึง 2 ครั้งที่พวกเขาเอากุญแจล็อกประตูสำนักงาน จนกว่าตำรวจจะมา แต่สุดท้ายต้องยกเลิกการหยุดงานโดยไม่ได้อะไรเลย
พวกเขาได้รับความช่วยเหลือบ้างจากหน่วยงานแรงงานของรัฐบาล จอร์ดาโนบอกว่า "พวกเขาไม่ได้กระตือรือร้นอะไร แต่ก็ไม่ชอบเห็นบริษัทข้ามชาติมาละเมิดกฎหมายชิลี ถ้าเป็นเหมืองแร่ อาจเป็นอีกเรื่องหนึ่ง" ต้องบอกว่าทองแดงเป็นสินค้าส่งออกอันดับ 1 ของชิลี และชิลียังเป็นผู้ผลิตลิเทียมรายใหญ่ด้วย
แต่การมีกฎหมายเป็นฝ่ายก็ช่วยได้แค่ระดับหนึ่ง จอร์ดาโนบอกว่า "เราชนะคดี แต่ไม่ได้สัญญาจ้าง" Starbucks เลือกที่จะจ่ายค่าปรับไปเรื่อยๆ
ถึงขั้นที่ Starbucks ไปขอความช่วยเหลือจากสหภาพแรงงานฝ่ายนายจ้างในเม็กซิโก ซึ่งส่งสายลับมาแฝงตัวเพื่อเรียนรู้กลยุทธ์ของสหภาพชิลีแล้วรายงานกลับไปให้ฝ่ายบริหาร
ในปี 2015 สหภาพชนะได้ "สัญญาจ้างฉบับเล็ก ๆ" ที่ยังไม่มีเนื้อหาอะไรมาก อีกจุดเปลี่ยนหนึ่งเกิดขึ้นเมื่อ ALSEA บริษัทโฮลดิ้งจากเม็กซิโกเข้ามาบริหารร้าน Starbucks ในละตินอเมริกาหลายประเทศ จากนั้นในปี 2021 ผู้บริหาร ALSEA จากอาร์เจนตินาที่คุ้นเคยกับการทำงานร่วมกับสหภาพแรงงานมากกว่าก็เข้ามาดูแล จนในเดือนกุมภาพันธ์ 2022 สหภาพได้ลงนามในสัญญาจ้างที่ขยายสิทธิประโยชน์ต่างๆ ของสมาชิกสหภาพ รวมถึงการขึ้นค่าแรง ให้ครอบคลุมพนักงานใหม่ด้วย ซึ่งเป็นสิทธิที่ไม่เคยมีมาก่อน
สิ่งที่ได้จากสัญญาจ้าง
การประท้อวงของพนักงาน Starbucks เมื่อปี 2025 | ภาพจาก: SBWU
โรมาเน็ตต์ เบลมาร์ (Romanett Belmar) วัย 26 ปี พนักงาน Starbucks มา 9 ปี ปัจจุบันเธอเป็นประธานสหภาพแรงงาน ระบุว่าว่า Starbucks 176 สาขามีพนักงานประมาณสาขาละ 10 คน จากพนักงานทั้งหมด 1,800 คนทั่วประเทศ 2 ใน 3 เป็นสมาชิกสหภาพ และได้ค่าแรงมากกว่าพนักงานที่ไม่ได้เป็นสมาชิก 40,000 เปโซต่อเดือน หรือราว 44 ดอลลาร์
ข้อสัญญาที่เบลมาร์ภูมิใจที่สุดคือการให้ลูกค้าทิปผ่านบัตรเครดิตได้ เพราะในชิลีแทบทุกคนจ่ายด้วยบัตร ทิปเพิ่มจากเดือนละ 3,000 เปโซเป็นสัปดาห์ละ 30,000 เปโซ หรือจาก 3.30 ดอลลาร์เป็น 33 ดอลลาร์ โดยร้านจ่ายทิปเป็นเงินสด จุดอ่อนของสัญญาคือยังอนุญาตให้ Starbucks จ้างพนักงานทุกคนเป็นพาร์ตไทม์ได้
ทั้งจอร์ดาโนและเบลมาร์ชี้ว่ากฎหมายแรงงานชิลีช่วยได้พอสมควรในการต่อสู้และคุ้มครองสิทธิแรงงาน เมื่อสหภาพเป็นฝ่ายบังคับใช้ ในชิลี ต่างจากสหรัฐฯ อย่างสิ้นเชิง นายจ้างไม่มีสิทธิ์รณรงค์ต่อต้านสหภาพแรงงานเมื่อพนักงานกำลังรวมตัวกัน ตามกฎหมายเลย และบาริสต้าที่เหนื่อยล้าก็ชื่นชมกฎหมายที่กำหนดว่าทุก 2 ชั่วโมง พนักงานมีสิทธิ์พัก 10 นาทีโดยนั่งลง ในกะ 8 ชั่วโมงของเบลมาร์ เธอมีเวลาพักรวม 50 นาที รวมมื้อกลางวัน
แต่สิ่งที่สร้างความเปลี่ยนแปลงจริงๆ คือการรวมตัวเพื่อต่อรอง โดยเมื่อปี 2025 พวกเขาหยุดงานประท้วงอีกครั้ง นาน 25 วัน
ท้ายที่สุด จอร์ดาโนสรุปว่าสิ่งที่คุ้มค่าคือความอดทนและความไม่ยอมแพ้ "ผมทำงานที่ Starbucks 15 ปี" เขาบอก "ส่วนอันโตนิโอ ประธานสหภาพคนถัดจากผม ทำงานที่นั่น 18 ปี"
