ตั้งแต่วันเลือกตั้ง 8 ก.พ. จนถึงวันนี้ (18 ก.พ.) หลายเครือข่ายทั้งภาคประชาชน สถาบันการศึกษา และนักการเมืองพรรคต่างๆ ได้มีการเคลื่อนไหวเพื่อทวงความรับผิดชอบจาก กกต. จากการจัดเลือกตั้งที่หลายกรณีพบพิรุธจนถูกมองว่าไม่โปร่งใส รวมถึงกรณีล่าสุด ปมบาร์โค้ด-คิวอาร์โค้ด ในบัตรเลือกตั้งที่ถูกมองว่าอาจเอื้อให้เกิดการล้วงข้อมูลผู้เลือกตั้งได้ แม้ กกต. ได้ชี้แจงแล้วว่าเหตุผลที่มีบาร์โค้ด-คิวอาร์โค้ดเช่นนี้ เป็นไปเพื่อรักษาความปลอดภัย-ป้องกันการทุจริตก็ตาม
โดยการเคลื่อนไหวของฝ่ายต่างๆ ที่ทวงความรับผิดชอบจาก กกต. มีหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการยื่นฟ้อง กกต., การออกแถลงการณ์, การยื่นเรื่องร้องเรียนที่รวมทั้งขอให้นับคะแนนใหม่โดยผู้สมัคร สส.เอง โดยประชาไทรวมรวมความเคลื่อนไหวของหลายฝ่ายจากที่เป็นข่าวไว้ด้านล่างนี้

ฟ้อง กกต.
10 กุมภาพันธ์:
- วิโรจน์ แจ้งม.157 กับ กกต.ชลบุรี ประธานหน่วยเลือกตั้งที่ 15 จ.ชลบุรี และกกต.ทั้ง 7 คน ฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ตามมาตรา 157 ของประมวลกฎหมายอาญา และมาตรา 172 ของ พ.ร.ป.ป.ป.ช.
11 กุมภาพันธ์:
- ทนายอั๋น บุรีรัมย์ ยื่นหนังสือถึงกกต. โดยจะส่งเรื่องไปยังศาลรธน. เพื่อวินิจฉัยว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญและสุจริตเที่ยงธรรมหรือไม่ และประกาศให้การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นโมฆะ
12 กุมภาพันธ์:
- กลุ่มเฝ้าหีบที่ชลบุรีเขต 1 รวมตัวฟ้องกลับ ผอ.กกต.เขต 1 ชลบุรี ในข้อหาแจ้งความเท็จทำให้ผู้อื่นได้รับความเสียหาย หลังจากกกต.ชลบุรีแจ้งความใส่พวกเขา
13 กุมภาพันธ์:
- ทนายชา ยื่นฟ้องกกต. ต่อศาลปกครอง มี 4 ประเด็นคือ 1.จัดเลือกตั้งใหม่ 2. ข้อให้พิพากษาข้อ1. เป็นการเร่งด่วน 3. ขอให้ระงับการประกาศรับรองผลเลือกตั้ง 4. ขอให้พิจารณาข้อ 3. เป็นการเร่งด่วน
- ทนายอั๋น บุรีรัมย์ ยื่นหนังสือต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน เพื่อพิจารณาส่งเรื่องให้ศาลรธน.วินิจฉัยกรณีบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้งขัดต่อกฎหมายการเลือกตั้งหรือไม่
- พรรคประชาชน รวบรวมข้อมูลและยื่นฟ้อง กกต. ม.157 จากกรณีบาร์โค้ด-คิวอาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง พร้อมข้อเรียกร้อง 2
1) ให้ชี้แจงว่าทำไมบัตรเลือกตั้ง 2 ใบในเขตเลือกตั้งเดียวกัน จึงคลาดเคลื่อนได้
2) เรียกร้องให้เปิดข้อมูลรายหน่วยเพื่อให้ประชาชนตรวจสอบ ซึ่งประกอบไปด้วย ผลการนับคะแนนรายหน่วย (.ส.ส. 5/18) และเปิดเผยใบขีดคะแนน (ส.ส. 5/11) และในวันที่ 16 ก.พ. ผู้สมัคร สส.สมุทรปราการ เขต จะนำหลักฐานนี้ไปร้องต่อกกต.เช่นกัน
15 กุมภาพันธ์:
- อัครวัฒน์ พงศ์ธนาชลิตกุล สมาชิกวุฒิสภา (สว.) บัญชีสำรอง ยื่นฟ้องกกต.และพวกต่อศาลปกครองสูงสุด กรณีการจัดพิมพ์บาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้งซึ่งขัดกับกฎหมายการเลือกตั้ง โดยมี 6 ข้อเรียกร้องต่อศาลปกครองสูงสุดดังนี้
1)ให้บัตรเลือกตั้ง สส. ทั้งแบบบัญชีรายชื่อและแบ่งเขต ในรอบวันที่ 1 และ 8 ก.พ. 2569 เป็นบัตรเสียและไม่ให้นับเป็นคะแนน
2) สั่งให้ผู้ถูกฟ้องคดี เผาหรือทำลายบัตรเลือกตั้งดังกล่าว โดยเปิดเผยต่อสาธารณะ
3) ขอคุ้มครองชั่วคราว ไม่รับรองผลการเลือกตั้ง
4) ลงโทษผู้ถูกฟ้องทั้ง 3 ตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง สส. (โทษจำคุกและเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง)
5) ให้ผู้ถูกฟ้องทั้ง 3 ชดใช้ค่าเสียหายในการจัดการเลือกตั้งใหม่ทั้งสิ้น
6) ขอให้ศาลเร่งพิจารณาคดีให้เสร็จสิ้นโดยเร็วก่อนผู้ถูกฟ้องที่ 1 ประกาศรับรองผลเลือกตั้ง สส.ใหม่
16 กุมภาพันธ์:
- เต้ มงคลกิตติ์ เตรียมยื่นร้องผู้ตรวจการแผ่นดิน เพื่อพิจารณาส่งเรื่องให้ศาลรธน.วินิจฉัยกรณีบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้งขัดต่อกฎหมายการเลือกตั้งหรือไม่ และยังเตรียมที่จะยื่นร้องเรียนประเด็นเลือกตั้งนอกราชอาณาจักร
- ตัวแทนเครือข่ายนศ. 9 มหาวิทยาลัย ยื่นฟ้องกกต.ต่อศาลปกครอง กรณีมีบาร์โค้ด-คิวอาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง
- ประสิทธิ์ ปัทมผดุงศักดิ์ และวีรภัทร คันธะ ยื่นคำร้องต่อสคส. ให้เอาผิดกกต. กรณีจัดทำบัตรเลือกตั้งมีคิวอาร์โค้ด-บาร์โค้ด และยื่นหนังสือต่อกกต. กรณีพบใบขีดคะแนนในพื้นที่สมุทรปราการ และตรวจสอบบาร์โค้ดที่ปรากฎบนบัตรเลือกตั้งว่าเข้าข่าย PDPA หรือไม่
17 กุมภาพันธ์:
- ทนายอั๋น ยื่นหนังสือถึงสว. เพื่อส่งถึงศาลรัฐธรรมนูญให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ
แถลงการณ์/ ประชาชนยื่นร้องเรียน/เตรียมฟ้อง
9 กุมภาพันธ์:
- ConforAll แถลงผลการติดตามการเลือกตั้ง และเรียกร้องให้กกต.ประกาศคะแนนดิบ 100% รายหน่วยและทุกเขตให้เร็วที่สุด
10 กุมภาพันธ์:
- กลุ่มสว.พันธุ์ใหม่ แถลงเรียกร้องให้กกต. ชี้แจงปัญหาการเลือกตั้งที่มีปัญหาและบกพร่องทั้งเรื่องการรงรงค์ที่มีเวลาน้อย การซื้อเสียง หรือความโปร่งใสของ กปน. และเรียกร้องให้นับคะแนนเขตที่มีปัญหาใหม่ทั้งหมด เป็นต้น
- ธีระ สุธีวรางกูร และ นายกิตติชัย เตชะกุลวณิชย์ ว่าที่สส.Party list พรรคประชาชน แถลงเรียกร้อง กกต. 3 เรื่อง
1) เปิดเผยคะแนนเลือกตั้งรายหน่วยทั่วประเทศ
2) นับคะแนนในเขตที่มีพิรุธ
3) ปิดตัวระบบรับเรื่องร้องเรียนของพรรค นอกจากนี้ได้มีการยื่นนับคะแนนใหม่ 18 เขต พร้อมเรียกร้องไปยังกกต.ขอให้ปฏิบัติหน้าที่อย่างสุจริต มิฉะนั้นจะดำเนินคดี ม.157
- 10 กุมภาพันธ์: พรรคประชาชาติ ออกแถลงการณ์เรียกร้องให้กกต.นับคะแนน สส.ปัตตานีและนราธิวาส เขต 4 ใหม่ เนื่องจากมีได้รับข้อเรียกร้อง 3 ประเภท
1) ถูกผู้มีอิทธิพลข่มขู่
2) เจ้าหน้าที่ปฏิบัติหน้าที่โดยเอนเอียงไปทางฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง
3) พบเห็นความผิดปกติในการนับคะแนน และขอเรียกร้องให้ทำหน้าที่อย่างสุจริตและเคารพกติกาประชาธิปไตย
- พรรคเพื่อไทย แถลงเรียกร้องให้กกต.เร่งสอบสวนข้อเท็จจริงกรณีข้อร้องเรียนกระบวนการจัดการเลือกตั้งไม่โปร่งใส โดยพบข้อสงสัยดังนี้
1) พบการซื้อเสียงหลายพื้นที่
2) รัฐพยายามแทรกแซงการเลือกตั้งโดยใช้เหล่า กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เป็นต้น
3) ปัญหาการจัดการของคณะกรรมการการเลือกตั้ง
- สถาบันปรีดี พนมยงค์ แถลงการณ์เรียกร้องต่อกกต.และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้ดำเนินการเร่งด่วน 3 ประเด็น
1) เปิดเผยคะแนนดิบรายหน่วยและรายเขต 100% โดยเร็ว
2) ชี้แจงต่อสาธารณชนอย่างชัดเจนและเป็นระบบต่อกรณีที่มีข้อร้องเรียน
3) รับรองและให้หลักประกันสิทธิในการสังเกตการณ์การนับผลคะแนนโดยผู้แทนประชาชน ให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล
11 กุมภาพันธ์:
- แนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม พร้อมประชาชนประมาณ 20 คน บุกกกต.จัดกิจกรรม และเรียกร้องด้วยใจความสำคัญ 5 ข้อ ถึงกกต. 7 คน
1. นับคะแนนใหม่ทั้งประเทศ ต้องดำเนินการอย่างเปิดเผยและให้ประชาชนมีส่วนร่วมตรวจสอบได้
2. เอาผิดเจ้าหน้าที่ ริเริ่มกระบวนการสอบสวนทางวินัยและอาญากับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องหรือปล่อยปละละเลยให้เกิดการทุจริต
3. เปิดผลรายหน่วยทันที เปิดเผยคะแนนรายหน่วยเลือกตั้งให้ประชาชนตรวจสอบความถูกต้องได้เดี๋ยวนี้
4. สั่งเลือกตั้งใหม่ในเขตพิรุธ หากนับคะแนนใหม่แล้วพบความผิดปกติ เช่น บัตรหาย หรือบัตรเขย่งเกิน 3 ใบ กกต. ต้องประกาศให้การเลือกตั้งในเขตนั้นเป็นโมฆะและจัดการเลือกตั้งใหม่
5. 7 เสือ กกต. ลาออก เมื่อดำเนินการแก้ไขตามข้อ 1-4 แล้ว คณะกรรมการ กกต. ทั้ง 7 คน ต้องลาออกเพื่อแสดงความรับผิดชอบ
12 กุมภาพันธ์:
- สนธิญา ยื่นหนังสือต่อกกต.ให้คัดค้านการนับคะแนนใหม่ในเขต 1 ชลบุรี โดยดำเนินตามรัฐธรรมนูญและพ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้งสส. พ.ศ. 2561 มาตรา 140
- ตั้งแต่วันที่ 12 กุมภาพันธ์เป็นต้นมา สภานิสิตนักศึกษาหลายแห่งเริ่มมีการออกมาเรียกร้องขอนับคะแนนใหม่ทั้งประเทศ เช่น จุฬา มธ. มช. มข. มหิดล เป็นต้น
- คุณหญิงสุดารัตน์ รวมหลักฐานจากประชาชน โดยให้ส่งข้อมูลมาที่เธอ เพื่อเตรียมฟ้องกกต. มาตรา 157
13 กุมภาพันธ์:
- สถาบันพระปกเกล้า ออกแถลงการณ์ชี้แจงให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งเร่งแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น และชี้แจงต่อประชาชนโดยเร็วที่สุดโดยมี 3 ประเด็นหลัก
1. ความผิดพลาดในการนับคะแนนขั้นตอนการนับคะแนนที่มีข้อสังเกตเรื่องความไม่โปร่งใส
2. บัตรเขย่ง จำนวนบัตรเลือกตั้งที่ไม่สอดคล้องกับจำนวนผู้มาใช้สิทธิ
3. ระบบล่ม ความไม่เสถียรของระบบรายงานผลคะแนน รวมถึงการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ พร้อมให้ประชาชนเสพข่าวอย่างระมัดระวังเพื่อป้องกันการเสพข่าวที่บิดเบือน
- สมาคมนักกฎหมายสิทธิมนุษยชน ออกแถลงการณ์ถึงความกังวลต่อสถานการณ์การเลือกตั้งที่ผิดปกติ พร้อมเรียกร้อง 3 ข้อ 1) กกต.นับคะแนนใหม่ 2) รัฐ คุ้มครองเสรีภาพในการแสดงความเห็นของประชาชน 3) กลไกสิทธิมนุษยชนของสหประชาชาติ ผู้รายงานพิเศษ ติดตามข่าวอย่างใกล้ชิด
- วิโรจน์ ยื่นหนังสือต่อกกต. เพื่อขอให้เปิดเผยข้อมูลต้นขั้วและบัตรเลือกตั้ง และประกาศจะดำเนินคดีกับ กกต. ทั้ง 7 คน หากพบว่าทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง โดยต้องรับผิดชอบชดใช้ค่าเสียหายในการจัดเลือกตั้งและต้องโทษจำคุก
- เพื่อไทยเร่งรวบรวมหลักฐานจ่อยื่นผู้ตรวจการแผ่นดิน จากกรณีบาร์โค้ด-คิวอาร์โค้ดบนบัตร
14 กุมภาพันธ์:
- พรรคไทยสร้างไทย แถลงข่าวก่อนลงพื้นที่รวบรวมหลักฐานเพื่อเตรียมฟ้องกกต. 3 ศาล เนื่องจากผิดหลายมาตรา เช่น ขัดร้ฐธรรมนูญมาตรา 85 หรือ ป.อาญา มาตรา 157
16 กุมภาพันธ์:
- We Watch และเครือข่ายองค์กรภาคประชาชน ยื่นเอกสารร้องกกต. เรื่องการจัดการเลือกตั้งที่ขัดต่อหลักการสำคัญในการจัดการเลือกตั้ง 5 ข้อ 1) ความโปร่งใส 2) ความสุจริตและเที่ยงธรรม 3) ความมีประสิทธิภาพ 4) ความเป็นมืออาชีพ 5) ความเป็นอิสระและความรับผิดรับชอบ และยังมีข้อเรียกร้องต่อกกต. และข้อเสนอต่อสาธารณะ 2 ระยะ
ระยะเร่งด่วน 1) ต้องเปิดเผยข้อมูลอย่างครบถ้วน 2) ชี้แจงข้อสงสัยอย่างเป็นระบบ 3) นับคะแนนใหม่เฉพาะหน่วยที่มีข้อสงสัย และเปิดเผยต่อสาธารณะเมื่อใช้อำนาจสั่งนับคะแนนใหม่ในหน่วย 4) เปิดให้ประชาชนร่วมตรวจสอบ 5) ต้องรับผิดชอบต่อความเชื่อมั่นของสาธารณะ
ระยะยาว 1) ต้องมีการปฏิรูปที่มาของ กกต. ให้มีความเป็นอิสระ เป็นกลาง และน่าเชื่อ 2) ควรมีการฟื้นบทบาทของ กกต. ในระดับจังหวัด เนื่องจากประเทศไทยมี 77 จังหวัด 3) ต้องมีการปฏิรูปอำนาจของ กกต. โดยการลดอำนาจที่ล้นเกินลง
- 209 คณาจารย์-นักกฎหมาย-นักวิชาการ ” ที่คณะนิติศาสตร์ มช. แถลงข่าว เรียกร้อง กกต. ชี้แจงทุกปัญหาเลือกตั้ง 69 โดยมีประเด็นสำคัญดังนี้ 1) การลงคะแนนของบุคคลอาจมิได้เป็นไปตามหลักการเลือกตั้งโดยลับ 2) การนับคะแนนที่หน่วยเลือกตั้งอาจมิได้ดำเนินอย่างสุจริต 3) การนับคะแนนภาพรวมในระดับชาติที่ดำเนินไปอย่างล่าช้าและคลาดเคลื่อนอย่างสำคัญ 4) การรวบรวมและการจัดเก็บกล่องลงคะแนนที่อาจมิได้กระทำการอย่างถูกต้องและมีเงื่อนงำ
ผู้สมัคร สส.ร้องขอนับคะแนนใหม่/ตรวจสอบ
9 กุมภาพันธ์:
- นาลันทา บุญชิต หรือลำธาร ผู้สมัคร ส.ส. เขต 13 เบอร์ 6 จ.นครราชสีมา พรรคประชาชน ยื่นร้องเรียนผอ.สนง.กกต. จ.โคราช เนื่องจากการนับคะแนนในเขต 13 อาจไม่ถูกต้องและไม่เป็นไปตามระเบียบ
- ผู้สมัครพรรคประชาชน เขต 1 จ.พิจิตร ยื่นหนังสือถึง กกต.พิจิตร เพื่อขอให้มีการตรวจนับคะแนนในเขต 1 ใหม่ หลังพบคะแนนเกินกว่าคนมาใช้สิทธิเกือบ 3 หมื่นคะแนน
- ผู้สมัครพรรคประชาชน เขต 3 จ.ขอนแก่น ยื่นหนังสือถึง กกต.ขอนแก่น ขอให้มีการนับคะแนนในเขต 3 ใหม่ทั้งหมด
- ผู้สมัครพรรคประชาชน เขต 2 จ.ลำปาง ยื่นหนังสือถึง ผอ.กกต.ลำปาง ให้ตรวจสอบหลังมีบัตรเสียสูงถึง 7,000 ใบ และจำนวนบัตรขนาดนี้สามารถตัดสินผลแพ้-ชนะในเขต 2
10 กุมภาพันธ์:
- ผู้สมัครพรรคประชาชน เขต 1 จ.ตาก ยื่นหนังสือถึงกกต.ตาก มีการนับคะแนนเขต 1 ใหม่ เนื่องจากอาจมีการนับและรวมคะแนนไม่ถูกต้อง
- ผู้สมัครพรรคประชาชน เขต 1 จ.สระบุรี ยื่นหนังสือถึงกกต.สระบุรี มีการนับคะแนนเลือกตั้งใหม่ เนื่องจากคะแนนห่างกันเพียง 871 คะแนน
- ผู้สมัครพรรคภูมิใจไทย เขต 3 จ.นราธิวาส ยื่นหนังสือถึงกกต.นราธิวาส มีการนับคะแนนเขต 3 ใหม่ เนื่องจากคะแนนห่างกันเพียง 113 คะแนน และพบข้อพิรุธ 3 ข้อ 1) ความล่าช้าในการรายงานคะแนน 2) คะแนนพลิกผันผิดปกติ 3) ความไม่สอดคล้องของตัวเลข
- ผู้สมัครพรรคประชาชน เขต 1 จ.กาญจนบุรี ยื่นหนังสือถึงกกต.กาญจนบุรี มีการนับคะแนนเขต 1 ใหม่ เนื่องจากพบบัตรเขย่ง 7,097 ใบ
- ผู้สมัครพรรคประชาชน เขต 1 จ.ชัยนาท ยื่นหนังสือถึงกกต.ชัยนาท ให้ตรวจสอบหลังพบบัตรเขย่งมากถึง 6,840 ใบ
- ผู้สมัครพรรคภูมิใจไทย เขต 1 จ.พิจิตร ยื่นหนังสือถึงกกต.พิจิตร มีการนับคะแนนเขต 1 ใหม่ เพื่อความโปร่งใส หลังคะแนนห่างกันเกือบ 3 หมื่นคะแนน
- ผู้สมัครพรรคประชาชน เขต 3 จ.ขอนแก่น ยื่นหนังสือถึงกกต.ขอนแก่น มีการนับคะแนนเขต 3 ใหม่ หลังพบบัตรเสียถึง 4 พันใบ และแพ้แค่ 611 คะแนน
11 กุมภาพันธ์:
- เต้ มงคลกิตติ์ ยื่นหนังสือถึงกกต. ทวงถามคะแนนเลือกตั้งพรรคทางเลือกใหม่ที่หายไป โดยให้เวลา กกต. 7 วันในการดำเนินการ และหากไม่ดำเนินการขอให้แสดงความรับผิดชอบด้วยการลาออกภายใน 7 วัน
- สุชาติ ชมกลิ่น ยื่นหนังสือต่อกกต.ให้มีการนับคะแนนชลบุรีเขต 1 ใหม่เพื่อความโปร่งใส หลังจากโดนทัวร์ลงในการให้สัมภาษณ์ก่อนหน้า
- กัณวีร์ สืบแสง ยื่นหนังสือต่อกกต. เพื่อเรียกร้องให้นับคะแนนใหม่ในเขตที่มีความน่าสงสัย เช่นชลบุรีเขต 1 หรือศรีสะเกษเขต 3
- ทนายความของ สุชาติ และ ศักดิ์ชาย ตันเจริญ ผู้สมัครพรรคเพื่อไทย เขต 3 ฉะเชิงเทรา ยื่นหนังสือร้องต่อกกต. ถึง 7 กกต.เรื่องการซื้อเสียง คัดค้านการเลือกตั้งดังกล่าว
- ครูเยาว ผู้สมัครสส.เขต 2 จังหวัดอุดรธานี พรรคประชากรไทย ร้องกกต. หลังคะแนนที่โหวตตัวเองหายไป
- ผู้สมัคร สส.เขต 1 จ.อยุธยา พรรคประชาชน ยื่นหนังสือเพื่อขอให้มีการนับและรวมคะแนนเลือกตั้งใหม่ ในการเลือกตั้ง สส. อยุธยา เขต 1
- ผู้สมัคร สส.เขต 3 และเขต 6 พรรคประชาชน เชียงราย ยื่นหนังสือถึงกกต. โดยเขต 3 ขอให้มีการนับคะแนนใหม่ทั้งเขต ส่วน เขต 6 ขอให้มีการนับคะแนนใหม่บางหน่วย
- ผู้สมัครพรรคประชาชน เขต 3 จ.ภูเก็ต ยื่นหนังสือถึงกกต.ภูเก็ต ให้มีการนับคะแนนเขตเขต 3 ใหม่ เพื่อความโปร่งใส
- ผู้สมัครประชาธิปัตย์ เขต 3 จ.สงขลา ยื่นหนังสือถึงกกต.สงขลา ให้มีการนับคะแนนเขต 3 ใหม่ หลังพบความผิดปกติ
- ผู้สมัครพรรคประชาชน เขต 1 จ.พิจิตร ยื่นหนังสือถึงกกต.พิจิตรอีกครั้ง ให้มีการนับคะแนนเขต 1 ใหม่ยกเขต
12 กุมภาพันธ์:
- ผู้สมัคร ส.ส. เขต 1 พรรคประชาชน ยื่นคำร้องขอให้มีการสั่งนับคะแนนและรวบรวมคะแนนใหม่ ในการเลือกตั้ง ส.ส. ปราจีนบุรี เขต 1 ต่อ ผอ.กกต.จว.ปราจีนบุรี
- ผู้สมัคร สส.เขต 7 และเขต 10 จ.บุรีรัมย์ พรรคประชาชน ยื่นหนังสือถึง กกต. บุรีรัมย์ เพื่อขอให้นับคะแนนใหม่ทั้ง 2 เขต
