Skip to main content
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์

“บอร์ด สปสช.” เห็นชอบ จัดสรรเงินกันล่วงหน้างบประมาณปี 69 ให้หน่วยบริการในสังกัด สป.สธ. 6,326.16 ล้านบาท  การันตีดูแลค่าบริการรักษาพยาบาล “ผู้ป่วยใน” ให้หน่วยบริการได้รับไม่ต่ำกว่าปี 2568 ระบุ เป็นงบที่กันไว้ใช้เติมให้หน่วยบริการจากการเปลี่ยนหลักเกณฑ์การจัดสรรเงินหน่วยบริการ สป.สธ.ลดความเหลื่อมล้ำการกระจายงบประมาณ และช่วยสกัดปัญหาขาดสภาพคล่อง พร้อมมอบ สปสช. หารือ สธ. พิจารณาความจำเป็นของแต่ละโรงพยาบาล

นพ.จเด็จ ธรรมธัชอารี เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บอร์ด สปสช.) เมื่อวันที่ 2 ก.พ. 2569 ที่ผ่านมา มี นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รมว.สาธารณสุข ในฐานะประธานบอร์ด สปสช. เป็นประธานการประชุม มีมติเห็นชอบให้ สปสช. จัดสรรกันเงินล่วงหน้าให้กับหน่วยบริการสังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สป.สธ.) ตามเกณฑ์ของกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ระหว่างกันเงินจากการส่งเบิกผลงานการให้บริการผู้ป่วยใน (IPD) รายเดือน ปีงบประมาณ 2569 ภายใต้วงเงิน 6,326.16 ล้านบาท

นพ.จเด็จ กล่าวว่า ความเป็นมาของมติดังกล่าวเกิดจากการที่ สปสช. ได้ร่วมประชุมกับ สธ. ไปเมื่อวันที่ 22 ม.ค. 2569 โดยมีข้อเสนอให้จัดสรรเงินกันตามเกณฑ์ของ สธ. ล่วงหน้าให้หน่วยบริการสังกัด สป.สธ. เพื่อให้ได้รับการการันตีว่าหน่วยบริการจะได้รายรับไม่น้อยกว่าปี 2568 และไม่ให้กระทบกับงบประมาณในการจัดบริการให้ประชาชน ในระหว่างที่ต้องรอการกันเงินจากการส่งผลงานการให้บริการผู้ป่วยในรายเดือน ในปีงบประมาณ 2569

ทั้งนี้ ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ได้มีการกันเงินตามหลักเกณฑ์ของ สธ. ไว้เพื่อปรับเกลี่ยจากรายรับค่าใช้จ่ายสำหรับบริการผู้ป่วยนอกทั่วไป (OPD) ค่าใช้จ่ายสำหรับบริการสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรคสำหรับบริการพื้นฐาน (PP) ค่าใช้จ่ายสำหรับบริการรักษาพยาบาลผู้ป่วยใน (IPD) รวมเป็นจำนวนเงินทั้งหมด 1.2 หมื่นล้านบาท แต่ในส่วนของค่าบริการ IPD จะมีการกันเงินงบประมาณเอาไว้ จำนวน 6,326.16 ล้านบาท หรือประมาณกว่าครึ่งหนึ่งของเกณฑ์การกันเงินทั้งหมด

โฆษณา - Advertising

นพ.จเด็จ กล่าวด้วยว่า หลักการจัดสรรงบประมาณเพื่อใช้สำหรับดูแลผู้ป่วย IPD ยังคงเป็นอัตรา 8,350 บาท/AdjRW ตามเดิม และเท่ากันในทุกๆ สังกัด อย่างไรก็ตาม หน่วยบริการภายใต้สังกัด สป.สธ. เมื่อมีการหักค่าใช้จ่ายด้านค่าแรงและเงินเดือนบุคลากรทางการแพทย์ รวมถึงการกันเงินตามหลักเกณฑ์ของกระทรวง สธ.ในภาพรวม ซึ่ง สธ. มองเห็นว่าอาจได้นำมาซึ่งความเหลื่อมล้ำ และความไม่เท่าเทียมกันทางงบประมาณ ทำให้มีความจำเป็นต้องกันงบประมาณจำนวนหนึ่งขึ้นมา นั้นก็คืองบประมาณจำนวน 6,326.16 ล้านบาท ที่ บอร์ด สปสช. ได้มีมติออกมาในการประชุมครั้งนี้

“ดังนั้น ที่มีกระแสออกไปว่า สปสช. จะมีการลดการจ่ายชดเชยค่าบริการรักษาพยาบาลของผู้ป่วยใน (IPD) สิทธิบัตรทองจาก 8,350 บาท/AdjRW เป็น 3,505.14 บาท/AdjRW นั้น จริงๆ แล้วไม่ถูกต้อง ยืนยันว่า ไม่มีการปรับลดอัตราการจ่ายชดเชยดังกล่าวแต่อย่างใด แต่เป็นอัตราการจ่ายเฉพาะหน่วยบริการสังกัด สป.สธ. ซึ่งเป็นหลังจากมีการหักค่าใช้จ่ายด้านค่าแรงและเงินเดือนบุคลากรภาครัฐ รวมถึงการกันเงินในระดับประเทศออกแล้ว เนื่องจากค่าใช้จ่ายดังกล่าวได้รับการจัดสรรผ่านกลไกงบประมาณของภาครัฐในอีกช่องทางหนึ่ง หลังจากมีการปรับ AdjRW ออกไปแล้ว จึงส่งผลให้เหลือเงินอยู่ 3,505.14” เลขาธิการ สปสช. กล่าว

นพ.จเด็จ กล่าวด้วยว่า ในที่ประชุมบอร์ด สปสช. ยังได้การหารือในประเด็นที่เมื่อหักค่าใช้จ่ายด้านค่าแรงและเงินเดือนบุคลากรทางการแพทย์ไปแล้ว รวมถึงการกันเงินในระดับประเทศออกมารวมไว้ที่ส่วนกลาง ได้ส่งผลให้หน่วยบริการหลายแห่งที่มีบุคลากรภาครัฐเยอะ ก็จะไม่ถูกหักเงินค่าใช้จ่ายในส่วนนี้มากนัก แต่ถ้ามีบุคลากรภาครัฐน้อยก็จะถูกหักไปเยอะ ทำให้เกิดความเหลื่อมล้ำกันระหว่างหน่วยบริการ ดังนั้น ต้องจัดให้หน่วยบริการมีความเท่าเทียมกัน โดยการเติมเงินงบประมาณจำนวน 6,326.16 ล้านบาท เข้าไปให้หน่วยบริการที่ได้งบน้อยกว่าหน่วยบริการอื่นๆ  

อย่างไรก็ดี ในประเด็นดังกล่าวในที่ประชุมเห็นว่า การเพิ่มเติมงบประมาณไม่อยากให้เป็นการเพิ่มเติมโดยอยู่บนฐานของเงินเดือนที่จ่าย แต่ให้พิจารณาตามความจำเป็นของแต่ละหน่วยบริการ โดยการบริหารจัดการร่วมกันระหว่าง สธ. และ สปสช. เพื่อเข้าไปหนุนเสริมหน่วยบริการได้เลย โดยไม่ให้เกิดเหตุการณ์ที่จะต้องมารอเงินงบประมาณช่วงปลายปี แล้วอาจทำให้หน่วยบริการ โรงพยาบาลในสังกัด สป.สธ. อาจมีผลกระทบจากปัญหาสภาพคล่องทางการเงินเหมือนช่วงที่ผ่านมา

โฆษณา - Advertising

นพ.จเด็จ กล่าวในตอนท้ายด้วยว่า มติดังกล่าวของ บอร์ด สปสช.ครั้งนี้ ได้ผ่านความเห็นชอบจากคณะอนุกรรมการกำหนดหลักเกณฑ์การดําเนินงานและบริหารจัดการกองทุน เมื่อวันที่ 25 ธ.ค. 2568 ที่ผ่านมาแล้ว ซึ่งเป็นไปตามประกาศ บอร์ด สปสช. เรื่อง “การดําเนินงานและการบริหารจัดการกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ และค่าใช้จ่ายเพื่อบริการสาธารณสุข ประจำปีงบประมาณ 2569 พ.ศ. 2568” ที่กำหนดให้ สปสช. สามารถกันเงินไว้ปรับเกลี่ยจากรายรับค่าใช้จ่ายสำหรับบริการ OPD PP และ IPD ให้แก่หน่วยบริการภายใต้สังกัด สป.สธ. ได้ไม่เกินร้อยละ 10 ของงบประมาณการรายรับ ที่หน่วยบริการสังกัด สป.สธ. จะได้รับสำหรับบริหารจัดการระดับประเทศ เขต จังหวัด และสำหรับการปรับเกลี่ยรายรับของแต่ละหน่วยบริการประจำ

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง
โฆษณา - Advertising