Skip to main content
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์

รพ.สต.เพียเภ้า อ.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี ใช้กลไก “กองทุน LTC” หนุนดูแลผู้สูงอายุภาวะพึ่งพิงในพื้นที่ ผ่านเครือข่าย Caregiver ทำงานร่วมกับบุคลากรสาธารณสุข ลดภาระครอบครัว เพิ่มการเข้าถึงบริการสุขภาพในพื้นที่

27 พฤษภาคม 2569 สปสช. แจ้งสื่อมวลชนว่า นายเกียรติศักดิ์ วิจักษณกุล ผู้อำนวยการ รพ.สต.เพียเภ้า ต.คำน้ำแซบ อ.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี กล่าวว่า เทศบาลตำบลคำน้ำแซบเป็นเทศบาลขนาดเล็ก มีผู้สูงอายุประมาณ 1,000 คน เป็นผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิงราว 200-300 คน โดย รพ.สต.เพียเภ้า ซึ่งเป็นหนึ่งในเครือข่ายบริการของโรงพยาบาลวารินชำราบ รับผิดชอบดูแลผู้สูงอายุภายใต้ “กองทุนดูแลระยะยาวด้านสาธารณสุขสำหรับผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิงและบุคคลที่มีภาวะพึ่งพิง” หรือกองทุน LTC (Long Term Care) จำนวน 110 คน

ในการดูแลผู้สูงอายุภาวะพึ่งพิงในพื้นที่ ได้ดำเนินการตามแผนของผู้จัดการดูแลผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิง โดยมีการจัดสัดส่วนผู้ช่วยเหลือดูแลผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิง (Care Giver : CG) ให้เหมาะสมกับจำนวนผู้ป่วย เพื่อให้การดูแลเป็นไปอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง ปัจจุบัน รพ.สต.เพียเภ้า มีพยาบาล 2 คน และมี Caregiver จำนวน 7 คน โดยกำหนดให้ Caregiver 1 คน ดูแลผู้ป่วยประมาณ 20 คน

นายเกียรติศักดิ์ กล่าวว่า ในการดำเนินการนั้น ทาง รพ.สต.เพียเภ้า เลือกใช้กลไกกองทุน LTC เป็นหลัก ในการจ้าง Caregiver โดยใช้รูปแบบจ้างรายชั่วโมง เพื่อให้เกิดความต่อเนื่องในการดูแลระยะยาว แตกต่างจากบางพื้นที่ที่ดำเนินการผ่านโครงการค่าบริการสาธารณสุขสำหรับผู้มีภาวะพึ่งพิงตามนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล เนื่องจากที่ผ่านมาเคยเปิดรับสมัคร Caregiver ผ่านโครงการดังกล่าวแล้ว แต่ไม่มีผู้สมัคร เพราะงานดูแลผู้ที่มีภาวะพึ่งพิงเป็นงานที่ค่อนข้างหนัก ต้องอาศัยทั้งเวลา ความเข้าใจและความเสียสละ แต่การดำเนินการผ่านกองทุน Caregiver ทำให้ปรับรูปแบบการให้ค่าตอบแทนในส่วนที่สามารถทำได้ โดยไม่ขัดต่อข้อกำหนด

นอกจากค่าตอบแทนแล้ว รพ.สต.ยังให้ความสำคัญกับการสร้างคุณค่าและศักดิ์ศรีในการทำงานของ Caregiver โดยให้เข้ามาหมุนเวียนช่วยงานที่ รพ.สต. ทั้งแผนกผู้ป่วยนอก (OPD) และห้องฉุกเฉิน (ER) รวมถึงจัดตารางเวรทำงานร่วมกับบุคลากรสาธารณสุข และส่งเข้ารับการอบรมพัฒนาความรู้อย่างต่อเนื่อง ทั้งจากระดับจังหวัด โรงพยาบาลแม่ข่าย และ รพ.สต. ซึ่งนอกจากทำให้ประชาชนมั่นใจได้ว่า ผู้ที่เข้าไปดูแลผู้สูงอายุที่บ้าน ทำงานภายใต้การกำกับดูแลของระบบสาธารณสุข ขณะเดียวกันได้สร้างศักดิ์ศรีในการทำงานให้กับ Caregiver ด้วย

นายเกียรติศักดิ์ กล่าวอีกว่า การดูแลผู้สูงอายุภาวะพึ่งพิงจะเกิดความยั่งยืนได้ ต้องให้ความสำคัญกับคนทำงาน โดยเฉพาะ Caregiver ซึ่งถือเป็นกำลังสำคัญของระบบดูแลระยะยาว ไม่เพียงต้องเติมองค์ความรู้และทำงานเป็นทีมร่วมกับบุคลากรสาธารณสุข แต่ยังต้องทำให้พวกเขารู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของระบบสุขภาพ และได้รับค่าตอบแทนที่เหมาะสมกับภาระงาน

“ความเป็นอาสาสมัครอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ หากอยากให้ระบบเดินต่อได้อย่างยั่งยืน ก็ต้องมีค่าตอบแทนที่เหมาะสมและทำให้คนทำงานรู้สึกมีคุณค่า ซึ่งกองทุน LTC ถือว่า สปสช. ดำเนินการมาถูกทางแล้ว เพราะในอนาคตผู้สูงอายุของไทยจะเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ทำให้ความต้องการดูแลก็จะเพิ่มมากขึ้นเช่นกัน” ผู้อำนวยการ รพ.สต.เพียเภ้า กล่าว

ด้าน น.ส.สมฤทัย บุญรอด ผู้ช่วยเหลือดูแลผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิง ตำบลคำน้ำแซบ กล่าวว่า ได้ร่วมเป็นอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) มานานกว่า 20 ปี ซึ่งการตัดสินใจเข้ารับการอบรม Caregiver เพราะอยากมีความรู้เพิ่มเติมในการดูแลผู้ป่วย แม้งานที่ทำจะใกล้เคียงงานเดิมที่เคยดูแลผู้สูงอายุและผู้ป่วยติดบ้านติดเตียงในชุมชนอยู่แล้ว ปัจจุบันดูแลผู้ป่วยประมาณ 15-20 คน ส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุที่เคลื่อนไหวลำบากหรือช่วยเหลือตัวเองไม่ได้

“กองทุน LTC มองว่ามีประโยชน์มากๆ ทำให้ผู้สูงอายุได้รับการดูแล ทั้งด้านร่างกายและจิตใจ เวลาที่เราไปเยี่ยมบ้าน ผู้สูงอายุจะรู้สึกดีขึ้น เพราะมีคนพูดคุยคลายเหงา ขณะเดียวกันญาติก็อุ่นใจ เพราะหากต้องการความช่วยเหลือหรือประสานเจ้าหน้าที่สาธารณสุข Caregiver ก็ช่วยประสานให้ได้” น.ส.สมฤทัย กล่าวและว่า อยากให้ สปสช. สนับสนุนการจ้าง Caregiver อย่างต่อเนื่อง เพราะเป็นโครงการที่เกิดประโยชน์กับประชาชนในพื้นที่จริง ๆ ช่วยให้ผู้สูงอายุภาวะพึ่งพิงเข้าถึงบริการสาธารณสุขและได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิดมากขึ้น มีคนดูแลและไม่รู้สึกถูกทอดทิ้ง

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง