Skip to main content
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์

'อนุทิน' เผยเตรียมความพร้อมทุกทางช่วยคนไทยในพื้นที่สู้รบ โดยเฉพาะในอิหร่านซึ่งมีคนไทยราว 7,700 คน พร้อมพิจารณาใช้เครื่องบินกองทัพอากาศหรือเช่าเหมาลำอพยพกลับโดยเร็ว ขณะเดียวกันเตรียมหารือ สมช.-ภาคธุรกิจ พรุ่งนี้ (2 มี.ค.) รับมือเอฟเฟกต์สงคราม ทั้งผลกระทบพลังงานและค่าครองชีพ ย้ำเป้าหมายสูงสุดคือความปลอดภัยของคนไทยและลดผลกระทบต่อประเทศให้มากที่สุด

1 มีนาคม 2569 สำนักข่าวไทย รายงานว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ก่อนเดินทางไปเป็นประธานพิธีเปิดและมอบรางวัลการแข่งขันรถจักรยานยนต์ชิงแชมป์โลก รายการ โมโต จีพี ประจำปี พ.ศ. 2569 “PT Grand Prix of Thailand 2026” ที่จังหวัดบุรีรัมย์ ถึงเหตุสู้รบอเมริกา อิหร่าน และอิสราเอล ที่ได้เปิดฉากการสู้รบในขณะนี้ มีการกำชับดูแลคนไทยอย่างไรบ้าง ว่า ตั้งแต่เมื่อคืนได้รับการรายงานจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งหน่วยงานความมั่นคง หน่วยงานต่างประเทศ ได้สั่งให้เตรียมความช่วยเหลือกับประชาชนอยู่ในพื้นที่ที่มีในการสู้รบ ช่วงนี้เราประสานกับกองทัพอากาศ และได้หารือผู้บัญชาการทหารอากาศ ที่จะเตรียมพร้อมอากาศยานไปคนไทย โดยเฉพาะที่ประเทศอิหร่าน ว่าจะหาช่องทางกลับมาได้อย่างไร ตัวอากาศยานไม่น่ามีปัญหาอะไร ถ้าใช้เครื่องกองทัพอากาศ อาจจะมีการแวะเติมน้ำมันหลายที่ ก็จะพิจารณาในช่องทางอื่น เช่น เช่าเหมาลำให้ไปรับคนไทยกลับมาเร็วที่สุด ใช้เวลาให้น้อยที่สุด ต้องเช็คในเรื่องน่านฟ้าที่มีการปิดในตอนนี้ จะอพยพพี่น้องคนไทยออกไปประเทศที่สามรับอย่างไร หรือรับกลับมาอย่างไร เรื่องของการเตรียมการนำคนไทยในพื้นที่อันตรายที่สุด และเรียงกลับมาตามลำดับ

ส่วนการเตรียมความพร้อมด้านเศรษฐกิจ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เตรียมรับสถานการณ์ในทุกรูปแบบ เพราะยังไงไทยก็ได้รับผลกระทบแน่นอน ทั้งเรื่องค่าครองชีพ ค่าน้ำมัน ต้นทุนพลังงานต่างๆ จะต้องหาวิธีทำให้เกิดผลกระทบกับประชาชนให้น้อยที่สุด สำหรับตัวเลขคนไทยในอิหร่านตอนนี้ นายกรัฐมนตรี เผยว่า ปลัดกระทรวงแรงงาน รายงานมามีทั้งหมดกว่า 70,000 คน อิหร่านน่าจะ 7,700 คน

คาดการณ์ว่าเครื่องบินรับคนไทยจะเดินทางได้เมื่อไหร่นั้น นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ตอนนี้ประสานทุกฝ่าย สิ่งสำคัญคือฝั่งโน้น ฝั่งนี้พร้อมตลอดเวลา ถ้าเราใช้เครื่องบินของกองทัพอากาศไปรับได้ ก็มีความพร้อมเตรียมไว้หลายลำ แต่เมื่อวาน (28 ก.พ.) ที่หารือกับผู้บัญชาการทหารอากาศ อยากให้เกิดความสะดวกให้เร็วที่สุด ต้องดูว่ากระทรวงการต่างประเทศ และกระทรวงคมนาคม ใช้การบินของรัฐบาล เพื่อจัดเครื่องบินที่มีประสิทธิภาพสูง ไม่ต้องเติมน้ำมัน บินรวดเดียวไปรับพวกเขาได้หรือเปล่า ยืนยันว่ารัฐบาลไทยจะต้องดำเนินการในทุกวิถีทางที่คนไทยเหล่านั้นอยู่ในความปลอดภัยสูงสุด ถ้าเขาจะกลับเมืองไทยเราก็จะพร้อมที่จะไปรับ

โฆษณา - Advertising

เมื่อถามว่า ได้ประมาณสถานการณ์ว่าจะลุกลามบานปลายหรือไม่ เพราะในการสู้รบมีประเทศมหาอำนาจเข้าไปทั้งสองฝั่ง นายกรัฐมนตรี เผยว่า ทุกอย่างเป็นไปได้หมด เราจะต้องเตรียมตัว อย่าให้ประเทศไทยได้รับผลกระทบที่มีความรุนแรง ถ้ามีผลกระทบอย่างไรขอให้เกิดขึ้นให้น้อยที่สุด โดยการเตรียมความพร้อมจากภาครัฐ

เมื่อถามว่า ต้องการจะสื่อสารอะไรกับคนไทย ที่ไม่อยากจะเดินทางกลับในช่วงเวลานี้ นายกรัฐมนตรี ย้ำว่า ในแต่ละประเทศก็ต้องมีมาตรการการให้ความปลอดภัยกับประชาชนของเขา รวมไปถึงกลุ่มชาวต่างชาติที่อยู่ในประเทศนั้นๆ ขอให้ติดตามและปฏิบัติตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัดในเบื้องต้น สถานเอกอัครราชทูตของไทยก็จะเปิดฮอตไลน์ เปิดศูนย์ปฏิบัติการตลอดเวลาเพื่อให้การช่วยเหลือคนไทย

นายกรัฐมนตรี ยังเผยต่อด้วยว่า จำเป็นต้องมีการประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ ในวันพรุ่งนี้ (2 มีนาคม) เวลา 10.00 น. ต่อด้วยการประชุมทุกภาคส่วน รวมไปถึงภาคเอกชน เช่น ธนาคาร หอการค้าไทย และกลุ่มการค้าการส่งออกการนำเข้า ถึงมาตรการการตรึงราคาไม่ให้เกิดผลกระทบรุนแรงต่อผู้บริโภคที่อยู่ในประเทศไทย

ผบ.ทอ สั่งเตรียมแผนอพยพ เตรียมเครื่องบิน Airbus-C130 พร้อมเส้นทางบินหลัก-สำรองหากไม่สามารถบินผ่านอิหร่าน

NBT Connext รายงานว่า พลอากาศเอกเสกสรร คันธา ผู้บัญชาการทหารอากาศ ได้สั่งการให้ ทอ. เตรียมแผนอพยพคนไทย จากอิหร่าน หากได้รับสั่งการโดยเตรียม เครื่องบิน Airbus 319 Airbus 320 และ C-130  

โฆษณา - Advertising

ส่วนเส้นทางการบินสู่ประเทศอิหร่าน  เตรียมไว้ 2 แผน คือ 

1. จากดอนเมืองจะแวะเติมน้ำมัน ที่สนามบินอินทิรา อินเดีย ใช้เวลาบิน 6 ชั่วโมง 20 นาที ( ใช้เวลาเติมน้ำมันที่อินทิรา ประมาณ 2 ชม. ) 

2. จากสนามบินอินทิรา สู่ สนามบินอิหม่ามโคมัยนี  ใช้เวลาบิน 6 ชั่วโมง 30 นาที และขากลับใช้เส้นทางบินเดิม

เส้นทางบินที่ 2 เลี่ยงประเทศอิหร่าน ไปที่ประเทศอาหรับเอมิเรต (ดูไบ) และประเทศตุรกี

โฆษณา - Advertising

ทั้งนี้ ต้องรอการประสานงานกับกระทรวงการต่างประเทศ และสถานทูตไทย ณ กรุงเตหะราน เพื่อติดต่อคนไทยที่ประสงค์จะเดินทางกลับประเทศ และเตรียมความพร้อมด้านต่าง ๆ ให้เกิดความปลอดภัยสูงสุด

'ศุภจี' สั่งประเมินผลกระทบเศรษฐกิจจากสถานการณ์ตะวันออกกลาง

สำนักข่าวไทย รายงานว่า นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลางที่มีแนวโน้มทวีความรุนแรง และอาจส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพเศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะด้านพลังงาน โลจิสติกส์ และความเชื่อมั่นของตลาดการเงิน กระทรวงพาณิชย์ได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานในสังกัดติดตามและประเมินสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อวิเคราะห์ผลกระทบแบบวันต่อวัน

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์กล่าวว่า ตะวันออกกลางเป็นตลาดที่มีศักยภาพและมีความสำคัญต่อการส่งออกของไทย ทั้งในกลุ่มประเทศอ่าวอาหรับ อิสราเอล และประเทศคู่ค้าในภูมิภาค ขณะเดียวกัน ความตึงเครียดที่เกิดขึ้นอาจส่งผลต่อราคาพลังงานโลก ค่าระวางเรือ เส้นทางการขนส่งระหว่างประเทศ ตลอดจนต้นทุนการผลิตของภาคธุรกิจไทย

ในการเตรียมความพร้อมรับมือ กระทรวงพาณิชย์ได้มอบหมายให้สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ (สคต.) ทั้ง 58 แห่งทั่วโลก รายงานสถานการณ์ด้านเศรษฐกิจ การค้า และมาตรการของประเทศคู่ค้าอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะประเทศในภูมิภาคตะวันออกกลาง ยุโรป และสหรัฐอเมริกา ซึ่งอาจได้รับผลกระทบทางอ้อมจากสถานการณ์ดังกล่าว พร้อมติดตามการเปลี่ยนแปลงเส้นทางขนส่ง การประกันภัยทางทะเล ต้นทุนโลจิสติกส์ และพฤติกรรมการสั่งซื้อของผู้นำเข้า

โฆษณา - Advertising

นอกจากนี้ กระทรวงฯ อยู่ระหว่างจัดทำการประเมินผลกระทบเชิงลึกเป็นรายสินค้า เพื่อวิเคราะห์ความเสี่ยงในแต่ละอุตสาหกรรม พร้อมเตรียมแนวทางกระจายตลาดส่งออกไปยังภูมิภาคอื่นเพิ่มเติม อาทิ เอเชียใต้ แอฟริกา และลาตินอเมริกา เพื่อลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาตลาดใดตลาดหนึ่งมากเกินไป

ในด้านการดูแลผู้ประกอบการ กระทรวงพาณิชย์จะจัดประชุมหารือร่วมกับสภาหอการค้าแห่งประเทศไทยและสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย รวมถึงหน่วยงานด้านโลจิสติกส์ เพื่อรับฟังปัญหาและกำหนดมาตรการบรรเทาผลกระทบอย่างเหมาะสม พร้อมประสานกับสถาบันการเงินของรัฐในการเตรียมเครื่องมือทางการเงินรองรับกรณีที่ผู้ส่งออกได้รับผลกระทบจากความผันผวนของตลาดโลก

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ย้ำว่า การดำเนินการดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของการบูรณาการทำงานร่วมกับหน่วยงานด้านความมั่นคงและการต่างประเทศของรัฐบาล เพื่อดูแลผลประโยชน์ของประเทศอย่างรอบด้าน ทั้งในมิติความปลอดภัยของคนไทยและความมั่นคงทางเศรษฐกิจ

ทั้งนี้นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยกำชับให้กระทรวงพาณิชย์ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และพร้อมปรับมาตรการให้สอดคล้องกับพัฒนาการของสถานการณ์ในระดับต่างๆ เพื่อให้ภาคธุรกิจไทยสามารถดำเนินกิจกรรมทางการค้าได้อย่างมั่นคงและต่อเนื่อง

โฆษณา - Advertising

“ขอให้ผู้ประกอบการติดตามข้อมูลข่าวสารจากหน่วยงานภาครัฐอย่างใกล้ชิด และไม่ตื่นตระหนก ทุกหน่วยงานจะบูรณาการการทำงานเชิงรุกเพื่อรักษาเสถียรภาพการส่งออกไทย และสร้างความเชื่อมั่นต่อคู่ค้าในทุกภูมิภาค” นางศุภจีกล่าว
 

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง
โฆษณา - Advertising