สปสช. เผยข้อมูลการโอนเงินให้หน่วยบริการหรือโรงพยาบาล 32,482 แห่งทั่วประเทศ เพื่อชดเชยค่าบริการทางการแพทย์สำหรับประชาชนสิทธิบัตรทอง เป็นเงิน 108,659 ล้านบาท คิดเป็น 56% จ่ายให้หน่วยบริการตามชุดสิทธิประโยชน์ และรายการค่ารักษาพยาบาล การส่งเสริมสุขภาพ การป้องกันโรค และการฟื้นฟูสมรรถภาพ โดยการบริหารจัดการมีการจ่ายเหมาจ่ายตั้งแต่ต้นปี และจ่ายตามการบริการที่ให้กับประชาชน
เมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2569 นายธวัชชัย เรืองโรจน์ ผู้ช่วยเลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) กล่าวว่า ในปีงบประมาณ 2569 ในรอบวันที่ 1 ตุลาคม 2568 ถึงวันที่ 24 มีนาคม 2569 สปสช. ได้จ่ายชดเชยค่าบริการทางการแพทย์ให้กับหน่วยบริการจำนวน 32,482 แห่งทั่วประเทศที่ให้บริการสาธารณสุขประชาชนสิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ หรือสิทธิบัตรทอง 30 บาท ไปแล้ว 108,659 ล้านบาท คิดเป็น 56% ของงบประมาณกองทุนทั้งหมดจำนวน 193,849 ล้านบาท ซึ่งเป็นการจ่ายตามหลักเกณฑ์และประเภทบริการที่กองทุนกำหนด และสามารถตรวจสอบได้จากระบบข้อมูลของ สปสช. หรือระบบ Smart Money Transfer (SMT) โดยตรง
ผู้ช่วยเลขาธิการ สปสช. กล่าวต่อว่า งบประมาณส่วนใหญ่ถูกโอนไปยัง หน่วยบริการรัฐในสังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สป.สธ.) จำนวน 72,954.60 ล้านบาท คิดเป็น 67.14% ของยอดโอนทั้งหมด ในขณะที่หน่วยบริการรัฐนอกสังกัด สป.สธ. ได้รับงบประมาณจาก สปสช. ไปแล้ว 7,665.95 ล้านบาท คิดเป็น 7.05% ของยอดโอนทั้งหมด หน่วยบริการรัฐอื่นๆ ได้รับโอนงบประมาณไปแล้ว 15,642.90 ล้านบาท คิดเป็น 14.40% ของยอดโอนทั้งหมด และหน่วยบริการเอกชน ได้รับโอนงบประมาณไปแล้ว 12,396.36 ล้านบาท คิดเป็น 11.41% ของยอดโอนทั้งหมด
ทั้งนี้ ประเภทการโอนงบประมาณแบ่งเป็น 1. ค่าบริการผู้ป่วยในทั่วไป 31,490.09 ล้านบาท 2. ค่าบริการผู้ป่วยนอกทั่วไป 28,556.15 ล้านบาท 3. ค่าบริการกรณีเฉพาะ 14,729.57 ล้านบาท 4. ค่าบริการสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรค 11,704.03 ล้านบาท 5. ค่าบริการผู้ป่วยไตวายเรื้อรัง 8,384.60 ล้านบาท
6. ค่าบริการสาธารณสุขเพิ่มเติมสำหรับการบริการในระดับปฐมภูมิ 3,455.87 ล้านบาท 7. ค่าบริการสาธารณสุขร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 3,352.75 ล้านบาท 8. ค่าบริการทางการแพทย์ที่เบิกจ่ายในลักษณะงบลงทุน 2,585.65 ล้านบาท 9. ค่าบริการผู้ติดเชื้อเอชไอวีและผู้ป่วยเอดส์ 1,941.22 ล้านบาท 10. ค่าใช้จ่ายสำหรับหน่วยบริการในพื้นที่กันดาร เสี่ยงภัย 1,490.29 ล้านบาท
11. ค่าบริการการแพทย์แผนไทย 562.38 ล้านบาท 12. ค่าบริการควบคุมป้องกันและรักษาโรคเรื้อรัง 328.52 ล้านบาท 13. ค่าบริการฟื้นฟูสมรรถภาพด้านการแพทย์ 76.81 ล้านบาท และ 14. เงินช่วยเหลือเบื้องต้นผู้ให้บริการ 1.88 ล้านบาท
“งบประมาณที่ สปสช. จัดสรรให้หน่วยบริการนั้น เป็นการจ่ายในลักษณะภาพรวมตามประเภทบริการ ไม่ได้แยกเป็นรายการเฉพาะ เช่น ค่ายา เป็นต้น เพื่อให้หน่วยบริการสามารถบริหารจัดการทรัพยากรได้อย่างเหมาะสมตามบริบทของแต่ละแห่ง รวมถึงการจัดหายาและเวชภัณฑ์ให้สอดคล้องกับการดูแลผู้ป่วย” ผู้ช่วยเลขาธิการ สปสช. กล่าว
นายธวัชชัย กล่าวว่า ระบบการจ่ายเงินของ สปสช. ไม่ได้เป็นการจ่ายแบบก้อนเดียวครั้งเดียว แต่มีหลายรูปแบบตามประเภทบริการ โดยแบ่งหลัก ๆ เป็น 2 รูปแบบ ได้แก่ การจ่ายแบบเหมาจ่ายรายหัว สำหรับบริการผู้ป่วยนอกและงานสร้างเสริมสุขภาพ (OP-PP Cap) และ การจ่ายตามผลงานบริการและรายการบริการ โดยอิงการชดเชยค่าบริการ หรือ OP-IP Fee Schedule (Claim Based) ซึ่งมีรอบการโอนเงินชัดเจนและตรวจสอบได้
สำหรับการจ่ายแบบเหมาจ่ายรายหัวนั้น หน่วยบริการสังกัดสำนัก สป.สธ. จะได้รับการโอนงบตั้งแต่เดือนตุลาคม 50% และทยอยจนครบ 100% ภายในเดือนมีนาคมของปีถัดไป ส่วนหน่วยบริการรัฐนอกสังกัด สป.สธ. และหน่วยบริการเอกชน จะได้รับการโอนรายเดือนภายในวันที่ 13 ของเดือนถัดไป ขณะที่การจ่ายตามผลงานบริการและรายการบริการนั้น ข้อมูลบริการช่วงวันที่ 1–15 สปสช.จะโอนชดเชยไม่เกินวันที่ 25 ของเดือน และข้อมูลบริการช่วงวันที่ 16–วันสิ้นเดือน จะโอนชดเชยไม่เกินวันที่ 13–15 ของเดือนถัดไป
ทั้งนี้ หน่วยบริการทุกแห่งสามารถตรวจสอบข้อมูลการโอนเงินได้ด้วยตนเองผ่านระบบ Smart Money Transfer (SMT) โดยใช้รหัสหน่วยบริการ 5 หลัก และสามารถตรวจสอบได้ทั้งกองทุนย่อย จำนวนเงิน วันที่โอนเงิน และหนังสือแจ้งโอนเงิน หากพบข้อมูลไม่ถูกต้องก็สามารถทักท้วงได้ภายใน 7 วัน สำหรับประชาชนทั่วไปดูแดชบอร์ดรายงานการโอนเงินหน่วยบริการของกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติได้ที่ https://medata.nhso.go.th/me/public/dashboard/2/282
