ในการประชุมรัฐสภาวาระให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) แถลงนโยบายต่อรัฐสภา ศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ตอบคำถามและอธิบายแนวทางการปฏิบัติงาน กล่าวว่าเรื่องแรกเลยที่ท่านสมาชิกได้แสดงความกังวลว่ารัฐบาลไม่มีการดูแลในเรื่องของนโยบายที่เป็นความเร่งด่วน ตนขออนุญาตเรียนว่า รัฐบาลตระหนักดีว่าวิกฤตที่เรากำลังเผชิญมีความซับซ้อนในหลายมิติมาก ทั้งเรื่องภูมิรัฐศาสตร์ที่มากระทบภูมิเศรษฐศาสตร์อย่างเลี่ยงไม่ได้ รวมถึงสภาวะที่เรามีความตึงตัวไม่ว่าจะเป็นระบบเศรษฐกิจของประเทศ ที่ต้องมีการปรับทั้งในเรื่องโครงสร้าง ทั้งเรื่องดิสรัปชัน สภาพภูมิอากาศ รวมถึงเทคโนโลยี ดังนั้นเราก็ต้องพยายามทำทุกอย่างไปพร้อมกัน
ในส่วนของนโยบายเร่งด่วน ในส่วนงานที่ตนดูแล ขออธิบายแบ่งเป็นประเด็นดังนี้
- เรื่องแรก การดูแลค่าครองชีพ
ศุภจีกล่าวว่าวิกฤตตะวันออกกลางมีมิติที่ซับซ้อนมาก อยากจะเรียนว่าเราคงดูมิติใดมิติหนึ่งไม่ได้ ดูทั้ง “ประหยัดรายจ่าย หาทางเพิ่มรายได้ กระจายโอกาส” เพื่อให้คนเข้าถึงการดูแลอย่างทั่วถึงทุกพื้นที่ใน 2 มิติกว้างๆ (สินค้า, ช่องทางการกระจาย) ในตอนนี้ขอสื่อสารเท่านี้ แต่ในรายละเอียดจะนำเข้า ครม. ซึ่งนายกฯ เรียกประชุม 11 เม.ย.นี้ นอกจากนี้ยังมีโครงการหลายโครงการที่เป็นระดับมหภาค อย่างที่รองนายกฯ เอกนิติได้กล่าวไปแล้ว อาทิ โครงการบัตรคนสวัสดิการแห่งรัฐ, คนละครึ่งพลัส, บัตรเติมเงิน และเราคงมีรายละเอียดออกมาให้ประชาชนได้ทราบหลังจากประชุม ครม. เสาร์นี้
- การควบคุมความขาดแคลนของสินค้าจำเป็นต่อการใช้ชีวิต
ศุภจีกล่าวว่าส่วนงานของตน จะเป็นตัวเสริม ขออธิบายว่าสินค้าอะไรบ้างที่เราควบคุมได้หรือไม่ได้ เราควบคุมอะไรและด้วยมาตรการอะไร เรื่องสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็น เราพยายามหาทางออกให้ประชาชนสามารถที่จะเข้าถึงได้ทันท่วงที เราได้มีโครงการไทยช่วยไทย ซึ่งได้ประกาศไปแล้วตั้งแต่ 1 เม.ย. ที่เราทำเรื่องนี้ได้ เพราะเราร่วมมือกันกับผู้ประกอบการทั้งรายเล็กรายน้อยทั่วประเทศ เราออกสินค้าที่เป็นสินค้าจำเป็น เราได้รับการสนับสนุนจากผู้ประกอบการ-ผู้ผลิตรายใหญ่ ส่งไปยังผู้ประกอบการรายเล็ก ร้านค้าปลีกค้าส่งรายย่อย 300 กว่าร้าน สินค้าอุปโภคบริโภคกว่า 3,000 รายการ เราก็ทำราคาลดให้สูงสุดถึง 58%
ศุภจีกล่าวว่าในขณะเดียวกัน เราจะใช้โอกาสนี้ในการเพิ่มรายได้ด้วยเช่นกัน โดยที่เราเริ่มที่จะใช้กลไกของภาครัฐ นำโดยกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ในการที่จะไปเอาสินค้าชุมชน เอสเอ็มอีทั่วประเทศให้มีมาตรฐานฐานมากขึ้น เราได้คุยเรื่อง มอก. กับกระทรวงอุตสาหกรรม คุยกับ สธ. ในเรื่องของ อย. เพื่อที่จะยกระดับมาตรฐานสินค้าเอสเอ็มอีเพื่อส่งมอบต่อพี่น้องประชาชนได้ทั่วประเทศ ตอนนี้ได้มีลิสต์สินค้าเอสเอ็มอีจากชุมชนต่างๆ กว่า 200-300 รายการ เพื่อเอาสินค้าเข้ามาในแพลตฟอร์มทั้งออนไลน์และร้านค้าทั่วไป
ศุภจีกล่าวว่าอีกเรื่องหนึ่งก็คือเราจะส่งตรงสินค้าไปยังพี่น้องประชาชนได้หรือไม่ ตนก็ต้องยกโครงการธงฟ้ามาพูด ก็จะมีสมาชิกบางท่านที่บอกว่านึกอะไรไม่ออกก็บอกธงฟ้า แต่ตนขอให้พวกท่านลองไปคุยกับประชาชนดูว่าเขาได้ประโยชน์หรือไม่ อย่ามองแปะป้ายว่ามันเป็นธงฟ้าหรืออะไร ประโยชน์ก็คือเราส่งตรงไปยังพี่น้องประชาชน เราได้มีโครงการไทยช่วยไทยที่ส่งสินค้าจากรายใหญ่สู่ร้านค้ารายย่อยทั่วประเทศ เราช่วยให้ผู้ประกอบการอยู่ได้ด้วย แต่ถ้าเป็นโครงการธงฟ้า เราส่งตรงไปให้พี่น้องประชาชนบางจุด โดยเราตั้งใจจะทำทั้งหมด 518 จุด ส่วนพี่น้องประชาชนที่อยู่ห่างไกลไม่สามารถมาถึงจุดที่มีร้านธงฟ้าได้ เราจะมีรถพุ่มพวง รถธงฟ้าโมบายล์ ที่จะเข้าไปถึงชุมชนให้ได้มากที่สุดในงบประมาณที่มีจำกัด ซึ่งเราก็จะมีบัตรเติมน้ำมัน สินค้าราคาพิเศษให้พี่น้องประชาชน ท่านก็สามารถมาลงทะเบียนได้เป็นส่วนหนึ่งของรถพุ่มพวง รถโมบายล์ เป็นการสร้างอาชีพให้ท่าน และส่งสินค้าในที่ห่างไกล รายละเอียดจะออกมาหลังประชุม ครม.วันที่ 11
ศุภจีกล่าวว่านอกจากเราจะทำตลาดนัดพันแห่งทั่วประเทศ เพื่อเชื่อมโยงสินค้าของชุมชนเข้าด้วยกัน เราได้ทำงานกับกระทรวงพลังงาน เพื่อให้ผู้ประกอบการปั๊มน้ำมันมีจุดนัดพบของสินค้าในลักษณะนี้เช่นกัน
ศุภจีกล่าวว่านอกจากนี้ ตนยังมีความเข้าใจความเร่งด่วนและความจำเป็นของผู้ปกครอง เราจะลงไปที่ รร. และสถานศึกษาอย่างน้อยพันแห่ง โดยร่วมมือกับกระทรวงศึกษาธิการเพื่อดูว่า รร. ไหนที่มีความต้องการ เราจะมีชุด นร. ราคาพิเศษ อุปกรณ์การเรียนการสอนราคาพิเศษ เพื่อไม่ให้เป็นภาระกับผู้ปกครอง
ศุภจีกล่าวต่อไปว่า ประเด็นเรื่องสินค้าควบคุม เรามี พ.ร.บ. ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ. 2542 เรามีสินค้าควบคุมเรื่อยมาประมาณ 59 รายการ น้ำมันอยู่ในกลุ่มสินค้าควบคุมมานาน ขอเรียนว่าปกติคณะกรรมการกลางเรื่องการควบคุมสินค้าและบริการ (กกร.) จะมีการทบทวนว่าเราควรจะมีสินค้าควบคุมอะไรบ้าง ปกติเดือน มิ.ย. ถ้าไปดูมติ ครม.เราจะเห็นสินค้าน้ำมันอยู่ในสินค้าควบคุมมาตั้งแต่นั้น
สินค้าควบคุมมีอยู่หลายมาตรการ สินค้าก็เรื่องหนึ่ง มาตรการที่ดูแลก็เรื่องหนึ่ง มันจะมีสินค้ากลุ่มหนึ่งที่ควบคุมเบ็ดเสร็จเด็ดขาด ก็คือถ้าจะขึ้นราคาต้องมาขอ ไม่งั้นขึ้นไม่ได้ หรือสินค้าที่อยู่ในมาตรการสินค้าควบคุมเหมือนกัน แต่ไม่ต้องขออนุญาตถ้าจะขึ้นราคา แต่ถ้าจะขึ้นต้องมาบอก เราก็จะมีหน้าที่เข้าไปเจรจาว่าถึงเวลาจะขึ้นหรือยัง กลไกของท่านเป็นอย่างไร เหตุใดจึงจะขึ้นราคา เราไม่ได้ไปห้ามเขาขึ้นราคา แต่ใช้วิธีการเจรจา-อธิบาย ฉะนั้นเราไม่สามารถไปบังคับได้ทุกเรื่อง สินค้าอีกกลุ่มคือไม่ต้องขออนุญาตถ้าจะขึ้นราคา ไม่ต้องแจ้งตอนขึ้นราคา แต่ท่านต้องแจ้งข้อมูลปริมาณ
สุดท้าย มาตรการในการควบคุมราคาไม่ว่าจะเป็นน้ำมัน ยา เวชภัณฑ์ หรือว่าบริการทางด้านขนส่ง หรือว่าน้ำตาลทราย สินค้า 4 ตัวนี้เราใช้มาตรการการบริหาร เราได้ดูว่าขึ้นราคาหรือไม่อย่างไร เนื่องจากสินค้าที่เอ่ยมานี้ มีกฎหมายควบคุมเฉพาะ อย่างเรื่องน้ำมัน เราไม่ได้ไปดูแลเรื่องราคา เพราะอยู่ในขอบเขตการดูแลของกระทรวงพลังงาน หน้าที่ของเราคือ ถ้าประกาศราคานี้ แล้วเขาไม่ขายราคานี้ เราไปจับได้ เช่นเดียวกับราคายา เราไปควบคุมดูแลไม่ได้ เพราะเป็นหน้าที่ของกระทรวง สธ. หน้าที่ของเราคือ ถ้าประกาศราคานี้ แล้วเขาไม่ขายราคานี้ เราไปจับได้
ศุภจีกล่าวถึงการยกระดับเกษตรมูลค่าสูง ที่จะต้องทำการแปรรูปสินค้าเกษตรี่ไม่ค่อยได้ทำเพราะเมื่อเกิดปัญหาสินค้าล้นตลาดการแปรรูปสินค้าก็ช่วยได้เยอะและสามารถเพิ่มมูลค่าสินค้าได้ ซึ่งการจัดการกับสินค้าเกษตรก็มีตั้งแต่การผลิต การแปรรูปการขนส่งและการตลาด
ศุภจียกตัวอย่างการแก้ปัญหา ในกรณีมะพร้าวน้ำหอมที่การช่วยเหลือในระยะสั้นรัฐบาลก็ต้องรับซื้อออกมาเองจากตลาดแต่ก็ไม่ได้ทำเองทั้งหมดแต่ยังมีโมเดิร์นเทรดอยู่ด้วย ส่วนเรื่องล้งกลางเป็นความเข้าใจผิด เพราะที่จริงต้องเป็นล้งชุมชนที่เข้าไปเสริมสร้างชุมชนในการเสริมศักยภาพในการคัดกรองแล้วทางกระทรวงก็จะเข้าไปช่วยในการหาตลาดให้ หรือกรณีทุเรียนที่ส่งออกจีนได้แต่ก็ยังต้องหาตลาดใหม่ด้วยรวมถึงการส่งออกทุเรียนที่หลายประเภทมากขึ้นแต่เมื่อกำหนดว่าต้องลูกขนาดเท่าไหร่ก็ทำให้เหลือสินค้าคุณภาพที่ส่งออกมาได้จำนวนมาก อีกทั้งยังต้องทำตลาดสินค้าแปรรูปคู่กันไปกับการขายผลสด
ส่วนประเด็นการทำให้สินค้าข้าวมีศักยภาพมากขึ้น แม้ว่าข้าวหอมมะลิมูลค่าส่งออกจะขยายตัวดี แต่ข้าวขาวกลับหดตัว กว่า 50% หากสร้างมูลค่าเพิ่มอย่างเป็นข้าวรักษ์โลก ข้าวที่มี GI หรือข้าวสุขภาพน้ำตาลต่ำซึ่งเหล่านี้เป็นเทรนด์สินค้าที่สามารถทำได้ และรัฐเข้าไปใช้กลไกซื้อน้ำตลาดเพื่อทำให้ราคาสูงขึ้น การพัฒนาเมล็ดพันธ์ุ
