'โดนัลด์ ทรัมป์' เผยว่า การเจรจารอบที่สองอาจเกิดขึ้นภายใน “สองวันข้างหน้า” โดยมีความเป็นไปได้ที่จะจัดขึ้นที่กรุงอิสลามาบัด ประเทศปากีสถาน ขณะที่ 'อันโตนิโอ กูเตอร์เรส' เลขาธิการสหประชาชาติ ระบุว่าการกลับมาเจรจามีความเป็นไปได้สูง หลังหารือกับรองนายกรัฐมนตรีปากีสถาน

ภาพจาก: Government of Pakistan/Wikimedia
15 เมษายน 2026 เว็บไซต์ Arab News รายงานว่า ความเคลื่อนไหวทางการทูตระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิหร่านมีสัญญาณคืบหน้า เมื่อเจ้าหน้าที่ทั้งสองฝ่ายเร่งหารือผ่านช่องทางลับ เพื่อเตรียมจัดการเจรจารอบใหม่ ภายหลังสหรัฐประกาศปิดล้อมท่าเรืออิหร่าน ขณะที่เตหะรานขู่จะตอบโต้ด้วยการโจมตีเป้าหมายในภูมิภาค
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เปิดเผยว่า การเจรจารอบที่สองอาจเกิดขึ้นภายใน “สองวันข้างหน้า” โดยมีความเป็นไปได้ที่จะจัดขึ้นที่กรุงอิสลามาบัด ประเทศปากีสถาน ขณะที่อันโตนิโอ กูเตอร์เรส เลขาธิการสหประชาชาติ ระบุว่าการกลับมาเจรจามีความเป็นไปได้สูง หลังหารือกับรองนายกรัฐมนตรีปากีสถาน
อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่สหรัฐรายหนึ่งเปิดเผยว่า การเจรจายังอยู่ในขั้นหารือและยังไม่มีการกำหนดกำหนดการอย่างเป็นทางการ หลังจากการเจรจารอบก่อนเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาไม่สามารถบรรลุข้อตกลงได้ โดยประเด็นโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่านยังคงเป็นข้อขัดแย้งหลัก
ในอีกด้านหนึ่ง กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐระบุว่า การหารือโดยตรงครั้งแรกในรอบหลายทศวรรษระหว่างเอกอัครราชทูตอิสราเอลและเลบานอนประจำสหรัฐสิ้นสุดลงด้วยบรรยากาศเชิงบวก
แม้จะมีข้อตกลงหยุดยิง แต่สถานการณ์ในช่องแคบฮอร์มุซยังคงตึงเครียด โดยความขัดแย้งที่ยืดเยื้อเข้าสู่สัปดาห์ที่ 7 ได้ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกอย่างหนัก ทั้งจากการหยุดชะงักของการขนส่งทางทะเลและการโจมตีโครงสร้างพื้นฐาน
รายงานระบุว่า มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 3,000 คนในอิหร่าน มากกว่า 2,100 คนในเลบานอน 23 คนในอิสราเอล และอีกมากในรัฐอ่าวอาหรับ รวมถึงทหารสหรัฐ 13 นาย
มาตรการปิดล้อมของสหรัฐมีเป้าหมายกดดันการส่งออกน้ำมันของอิหร่าน ซึ่งยังคงดำเนินต่อไปแม้มีมาตรการคว่ำบาตร โดยในวันแรกของการบังคับใช้ เรือบรรทุกน้ำมันหลายลำได้หันกลับ ขณะที่กองบัญชาการกลางสหรัฐระบุว่าไม่มีเรือลำใดสามารถผ่านการปิดล้อมได้ในช่วง 24 ชั่วโมงแรก
รัฐมนตรีคลังสหรัฐ สก็อตต์ เบสเซนต์ กล่าวว่า เรือบรรทุกน้ำมันของจีนจะไม่ได้รับอนุญาตให้ผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งจะกระทบต่อการนำเข้าน้ำมันของจีนโดยตรง
ด้านประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน แสดงความกังวลต่อสถานการณ์ โดยเรียกร้องให้ประชาคมโลกร่วมกันต่อต้านการถอยหลังสู่ “กฎแห่งป่า” และย้ำถึงความสำคัญของความร่วมมือพหุภาคี
ทั้งนี้ ช่องแคบฮอร์มุซเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญของโลก โดยมีน้ำมันประมาณหนึ่งในห้าของโลกผ่านเส้นทางนี้ในภาวะปกติ การปิดกั้นหรือจำกัดการเดินเรือส่งผลให้ราคาน้ำมันพุ่งสูง กระทบราคาสินค้าและค่าครองชีพทั่วโลก
ประธานาธิบดีทรัมป์ระบุว่า การควบคุมช่องแคบดังกล่าวของอิหร่านเป็น “การข่มขู่และเรียกค่าไถ่” พร้อมขู่จะทำลายเรือรบอิหร่านหากท้าทายมาตรการของสหรัฐ ขณะที่อิหร่านเตือนว่าจะตอบโต้ต่อท่าเรือในอ่าวอาหรับหากถูกโจมตี
ขณะเดียวกัน ประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง ของฝรั่งเศส และนายกรัฐมนตรีเคียร์ สตาร์เมอร์ ของสหราชอาณาจักร เตรียมร่วมเป็นเจ้าภาพการประชุมในวันศุกร์ (17 เม.ย.) เพื่อหารือการจัดส่งกองเรือคุ้มกันเรือบรรทุกน้ำมันและสินค้า ผ่านช่องแคบฮอร์มุซ โดยจะดำเนินการเมื่อสถานการณ์ด้านความปลอดภัยเอื้ออำนวย
