เครือข่ายภาคประชาสังคมและนักวิชาการออกแถลงการณ์ร่วม เรียกร้องหน่วยงานรัฐยุติปฏิบัติการข้อมูล (IO) บิดเบือนและการใช้เทคโนโลยี AI สร้างความเกลียดชัง ชี้กระทบความเชื่อมั่นและกระบวนการสันติภาพในพื้นที่ชายแดนใต้
25 เมษายน 2569 เครือข่ายภาคประชาสังคมและนักวิชาการ ออกแถลงการณ์ร่วมเรียกร้องให้หน่วยงานรัฐ โดยเฉพาะฝ่ายความมั่นคง ยุติการดำเนินปฏิบัติการข้อมูลข่าวสาร (Information Operation: IO) ที่เกี่ยวข้องกับการเผยแพร่ข้อมูลเท็จและบิดเบือนข้อเท็จจริง รวมถึงการใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อสร้างความเกลียดชังในสังคม โดยระบุว่าปรากฏการณ์ดังกล่าวส่งผลกระทบโดยตรงต่อความสัมพันธ์ระหว่างรัฐกับประชาชน และบั่นทอนบรรยากาศสันติภาพในจังหวัดชายแดนภาคใต้
แถลงการณ์ระบุว่า ในช่วงที่ผ่านมา พื้นที่ชายแดนใต้เผชิญปฏิบัติการ IO อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะหลังเหตุการณ์ลอบสังหารนายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เมื่อเดือนมีนาคม รวมถึงกระแสสังคมต่อการสื่อสารของแม่ทัพภาคที่ 4 ซึ่งพบแนวโน้มการใช้เทคโนโลยีผลิตและเผยแพร่ข้อมูลเท็จ ข้อมูลบิดเบือน และเนื้อหาที่กระตุ้นความเกลียดชังผ่านช่องทางออนไลน์
เครือข่ายฯ ระบุว่า การสื่อสารลักษณะดังกล่าวไม่เพียงเพิ่มความตึงเครียดในพื้นที่ แต่ยังส่งผลต่อบรรยากาศสังคมไทยโดยรวม โดยเฉพาะการโจมตีผู้สื่อข่าว นักวิชาการ นักกิจกรรม และสมาชิกรัฐสภา ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการสะท้อนข้อเท็จจริงและส่งเสริมกระบวนการสันติภาพ
นอกจากนี้ ยังชี้ว่าพื้นที่กลางสำหรับการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นอย่างสร้างสรรค์กำลังถูกจำกัดลงอย่างน่ากังวล หากประเด็นเกี่ยวกับสันติภาพและการยุติความรุนแรงถูกบิดเบือนหรือปิดกั้นผ่านปฏิบัติการด้านข้อมูลข่าวสาร จะเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการสร้างความเข้าใจร่วมและความไว้วางใจในสังคม
ในแถลงการณ์ยังประกาศจุดยืนในการปกป้องเสรีภาพในการสื่อสารโดยสุจริต และแสดงการสนับสนุนต่อสื่อมวลชน นักวิชาการ และนักกิจกรรมที่ตกเป็นเป้าหมายของการโจมตีในโลกออนไลน์ ซึ่งอาจนำไปสู่ความรุนแรงในชีวิตจริง
สำหรับข้อเรียกร้องหลัก ประกอบด้วย ให้หน่วยงานรัฐยุติการทำ IO ที่บิดเบือนข้อมูล และยึดหลักความโปร่งใส ตรวจสอบได้ รวมถึงเคารพสิทธิมนุษยชนในการสื่อสารสาธารณะ, ให้มีการสืบสวนอย่างเป็นอิสระต่อการใช้สื่อออนไลน์ในการโจมตีหรือคุกคามบุคคลสาธารณะ พร้อมดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเป็นธรรม และเรียกร้องให้ทุกภาคส่วนร่วมกันปกป้องพื้นที่ปลอดภัยในการสื่อสาร เพื่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนข้อมูลและความคิดเห็นอย่างเสรีและสร้างสรรค์
เครือข่ายฯ ย้ำว่า การแก้ไขปัญหาความขัดแย้งในจังหวัดชายแดนภาคใต้จำเป็นต้องอาศัยความจริง ความรับผิดชอบ และการอยู่ร่วมกันอย่างสันติในสังคมพหุวัฒนธรรม พร้อมเชิญชวนทุกภาคส่วนร่วมยืนหยัดเพื่อสร้างสันติภาพอย่างยั่งยืน
