ช่วงปลายเดือนพฤษภาคม สหรัฐฯ จัดซ้อมอพยพที่สถานทูตในกรุงการากัส ประเทศเวเนซุเอลา โดยให้ผู้นำกองทัพเดินทางมากำกับดูแลด้วยตนเอง รัฐบาลรักษาการของเดลซี โรดรีเกซอนุญาตและประสานงานตลอดปฏิบัติการ สะท้อนความสัมพันธ์ที่เปลี่ยนไปหลังสหรัฐฯ จับกุมอดีตประธานาธิบดีมาดูโรในเดือนมกราคม อย่างไรก็ตาม กลุ่มผู้สนับสนุนชาเวซออกมาประท้วง โดยมองว่าปฏิบัติการนี้คือการแทรกแซงกิจการภายใน
เว็บไซต์ Peoples Dispatch รายงานว่า เมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม 2026 สหรัฐอเมริกา จัดการซ้อมอพยพที่สถานทูตอเมริกันในกรุงการากัส ประเทศเวเนซุเอลา โดยมีเฮลิคอปเตอร์ทหารสหรัฐฯ 2 ลำ พร้อมรถพยาบาล นักดับเพลิง และทีมความปลอดภัยเข้าร่วม ในการซ้อมครั้งนี้ พลเอก ฟรานซิส โดโนแวน ผู้บัญชาการกองบัญชาการภาคใต้ของสหรัฐฯ เดินทางมากำกับดูแลด้วยตนเอง และได้พบหารือกับทั้งรัฐบาลเวเนซุเอลาและเจ้าหน้าที่สถานทูตสหรัฐฯ ระหว่างการเยือน
รัฐบาลของประธานาธิบดีรักษาการ เดลซี โรดรีเกซ แถลงว่าได้อนุญาตให้ทีมสหรัฐฯ ดำเนินการซ้อมดังกล่าวตามพิธีสารการรักษาความปลอดภัยทางการทูตมาตรฐาน และดำเนินการประสานงานกับหน่วยงานการบินของเวเนซุเอลาตลอดปฏิบัติการ ซึ่งสะท้อนให้เห็นการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญในความสัมพันธ์สองประเทศนับตั้งแต่ปฏิบัติการของสหรัฐฯ เมื่อวันที่ 3 มกราคม 2026 ที่จบลงด้วยการจับกุมอดีตประธานาธิบดีนิโกลัส มาดูโรและภริยา ซึ่งปัจจุบันถูกควบคุมตัวอยู่ที่นิวยอร์ก
อย่างไรก็ตาม การซ้อมรบครั้งนี้จุดประกายการประท้วงจากกลุ่มผู้สนับสนุนชาเวซในกรุงการากัส ซึ่งมองว่าปฏิบัติการดังกล่าวเป็นการแทรกแซงกิจการภายในอย่างชัดเจน ผู้ประท้วงชูป้ายและตะโกนคำขวัญ "ไม่เอาการซ้อมรบ" "เราไม่ต้องการเป็นอาณานิคมของสหรัฐฯ" และ "แยงกี้กลับบ้าน" ขณะโบกธงชาติเวเนซุเอลาในจัตุรัสกลางเมือง
มาริเอลา มาชาโด แกนนำกลุ่มขบวนการชาวบ้าน กล่าวกับสำนักข่าว EFE ว่าการซ้อมรบดังกล่าวเป็นเพียง "ข้ออ้างของการแทรกแซง" และประกาศว่า "หากไม่มีน้ำมันสำหรับเรา ก็จะไม่มีสำหรับพวกเขาเช่นกัน" ขณะที่ผู้ประท้วงรายอื่นยอมรับว่ารัฐบาลโรดรีเกซกำลังเผชิญกับ "การบีบบังคับและคุกคาม" จากวอชิงตันจนต้องยินยอมปฏิบัติตามข้อเรียกร้อง แม้จะยังแสดงการสนับสนุนแนวทางการทูตของรัฐบาลก็ตาม
