30 มิ.ย. 2569 ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570 ยศชนันท์ วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ชี้แจงถึงการวางกรอบงบประมาณของกระทรวงว่า รัฐบาลชุดนี้อยู่ 4 ปี ที่ต้องพยายามทำคือต้องมองระยะยาวเพื่ออนาคตอันใกล้และไกลที่จะต้องวางโครงสร้างพื้นฐาน แต่ว่ามีความเดือดร้อนที่รอไม่ได้อยู่ด้วย จึงมองเรื่องนี้เชื่อมโยงกับเรื่องทางเศรษฐกิจและสังคม
ทางภาคเศรษฐกิจ ได้ใช้กระบวนการของคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ (กรอ.) เพื่อดึงดูดการลงทุนต่างๆ แล้วก็มีงานวิจัยจากในประเทศ และพยายามใช้กลไกนี้ทำให้เกิดการถ่ายทอดเทคโนโลยีเข้ามา และเพื่อให้มีวิทยาการดีๆ เข้ามาในไทยจะต้องทำให้มีทรัพยากรมนุษย์ที่เพียงพอมีทักษะสูง เมื่อมีวิทยาการใหม่เข้ามาก็จะสามารถทำการ Reskill และ Upskill ได้ และเปลี่ยนมหาวิทยาลัยให้เป็นศูนย์บ่มเพาะคนและสร้างโอกาส
ส่วนการสนับสนุนจาก 3 ฝ่ายคือมหาวิทยาลัย ภาครัฐ และหน่วยงานราชการ ก็จะเพิ่มส่วนของผู้ประกอบการและแหล่งทุน (Venture Capital) ที่ต้องการจะตั้งบริษัทใหม่ๆ แต่ยังมีความเสี่ยงที่ธนาคารไม่ลงทุน ก็จะดึงงานวิจัยใหม่ๆ ออกมาแล้วทำให้ภาคเอกชนเข้ามาใช้ได้และสนับสนุนเงินวิจัยโดยไม่มีความเสี่ยงและพยายามผลักดันให้มหาวิทยาลัยมีบริษัทร่วมทุนสามารถมารับรองได้ว่างานวิจัยใช้ได้จริง แล้วก็จะมีการลงทุนเบื้องต้นจากมหาวิทยาลัยด้วยก็จะทำให้เอกชนอยากเข้ามาลงทุนเพิ่มเติม
นอกจากนั้น อว.ยังได้ร่วมมือกับกระทรวงการต่างประเทศริเริ่ม โครงการ Science Diplomacy ขึ้นมาเพราะว่าประเทศไทยไม่สามารถรองรับวิทยาการต่างๆ ได้ภายใน 1 ปีจึงต้องดึงนักวิจัยหรือคนเก่งๆ จากต่างประเทศ
ส่วนเรื่องทางเศรษฐกิจมีทั้งส่วนที่เป็นเครื่องยนต์เศรษฐกิจเดิมที่ อว.จะเข้าไปเพิ่มผลิตภาพเพื่อคง GDP เดิมที่มีอยู่ไว้ท่ามกลางสภาพสังคมสูงวัยที่ทำให้ผลิตภาพลดลง
เครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ ทั้งเกษตร อุตสาหกรรมและการบริการที่มีมูลค่าสูง ก็จะให้มหาวิทยาลัยนำองค์ความรู้มาขายเป็นรายได้ เช่น สิทธิบัตร ที่ร่วมมือกับกระทรวงพาณิชย์เพื่อทำให้ออกสิทธิบัตรเร็วขึ้น และมีกลไกสนับสนุนสิทธิบัตรนานาชาติโดยโครงการ “อว.ส่วนหน้า” เพื่อทำให้สิทธิบัตรมีมูลค่าสูงขึ้น
ยศชนันกล่าวต่อว่า สำหรับเรื่องความมั่นคง ปัจจุบันไทยมีหน่วยงานให้ทุนที่เชื่อมโยงกับกระทรวงกลาโหมเรียบร้อยแล้ว และได้รวบรวมหน่วยงานให้ทุนมารวมกันเป็น สำนักงานเร่งรัดการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อเพิ่มความสามารถการแข่งขันและการพัฒนาพื้นที่ (องค์การมหาชน) ที่จะขับเคลื่อนด้วยภารกิจ (Mission Driven) มองไปข้างหน้าถึงสิ่งที่ประเทศต้องการแล้วหน่วยงานให้ทุนจะให้ทุนต่อยอดให้ครบทุกอย่าง ก็จะเป็นการแก้ไขปัญหาการให้ทุนแบบแยกส่วนกัน
ส่วนความห่วงกังวลต่อการทุจริตคอรัปชั่นก็ได้ทำ Open Data ที่ตอนนี้ก็ได้คุยกับหลายหน่วยงานแล้วและจะเริ่มทำงานวิจัยตรงนี้มารวมกัน
นอกจากนั้นฐานข้อมูลงานวิจัยทั้งประเทศที่มีระบบชื่อว่า ระบบข้อมูลสารสนเทศวิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (NRIIS) ที่พยายามใช้ AI ทำขึ้นมาให้เป็นฐานข้อมูลที่เมื่อมีคนอยากได้งานวิจัยก็สามารถแชทถามจากแพลตฟอร์มนี้ได้
สิ่งที่ อว.วางกรอบงบประมาณมาจะมี 4 เรื่องคือ
- ระบบนิเวศทางนวัตกรรม
- นวัตกรรมเพื่อเศรษฐกิจ
- นวัตกรรมเพื่อสังคม
- การทำมหาวิทยาลัยให้ดีขึ้น โดยจะมีการแบ่งเงินเป็น 2 กองทุน คือ กองทุนเพื่อพัฒนาการอุดมศึกษา (กกอ.) และกองทุนส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (ววน.)
“วันนี้โลกเปลี่ยนไปมากถ้าเราจะวิ่งตามตัวการประยุกต์ใช้ที่ปลายน้ำอาจจะไม่เพียงพอแต่สิ่งที่ไม่เคยเปลี่ยนคือองค์ความรู้พื้นฐานการวิจัยพื้นฐานต่างๆ เป็นกำลังสำคัญที่จะทำให้คนไทยขับเคลื่อนไปข้างหน้าเพื่อเปลี่ยนผ่านประเทศไทยสู่ยุคใหม่”
