Skip to main content
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์

ฟุตบอลโลก 2026 นัดชิงชนะเลิศ สเปนเอาชนะอาร์เจนตินาแชมป์เก่า 1-0 ในช่วงต่อเวลาพิเศษ นับเป็นแชมป์โลกสมัยที่ 2 ของสเปนหลังปี 2010 - 'ทรัมป์' ถูกโห่สนั่นสนามพิธีมอบถ้วยฟุตบอลโลก ปฏิเสธออกจากเวทีแม้ประธาน FIFA พยายามเชิญตัว

ฟุตบอลโลก 2026 นัดชิงชนะเลิศเมื่อเวลา 02.00 น. วันที่ 20 กรกฎาคม 2026 (ตามเวลาประเทศไทย) ทีมชาติสเปนพบกับทีมชาติอาร์เจนตินาแชมป์เก่า ที่สนาม MetLife Stadium เมืองอีสต์รัทเธอร์ฟอร์ด รัฐนิวเจอร์ซีย์ สหรัฐอเมริกา ตลอด 90 นาทีของเวลาปกติ สเปนครองเกมรุกได้เหนือกว่าและกดดันเข้าทำอย่างต่อเนื่อง แต่ไม่สามารถเจาะแนวรับเหนียวแน่นของอาร์เจนตินาได้ ทั้งสองทีมจบครึ่งแรกด้วยสกอร์เสมอ 0-0

ในครึ่งหลัง สเปนยังคงเดินเกมบุกต่อเนื่อง แม้จะได้โอกาสหลายครั้งแต่ยังทำประตูไม่ได้ กระทั่งนาทีที่ 90 นายเอ็นโซ เฟอร์นานเดซ ของอาร์เจนตินาได้รับใบเหลืองใบที่ 2 จนถูกไล่ออกจากสนาม ทำให้อาร์เจนตินาเหลือผู้เล่น 10 คน เกมจึงต้องเข้าสู่ช่วงต่อเวลาพิเศษ

ในช่วงต่อเวลาพิเศษ สเปนที่ได้เปรียบเรื่องจำนวนผู้เล่นยังคงครองเกมบุกต่อเนื่อง ก่อนที่นาทีที่ 106 นายนิโก วิลเลียมส์จะโหม่งบอลจ่ายให้นายเฟร์รัน ตอร์เรส ยิงเข้าประตูส่งให้สเปนขึ้นนำ 1-0 และรักษาสกอร์นี้ไว้ได้จนจบเกม คว้าแชมป์โลกสมัยที่ 2 มาครองสำเร็จ

สำหรับฟุตบอลโลกครั้งถัดไปในปี 2030 จะจัดขึ้นใน 6 ประเทศ โดยมีสเปน โปรตุเกส และโมร็อกโกเป็นเจ้าภาพหลัก และเนื่องในโอกาสครบรอบ 100 ปีฟุตบอลโลก จะมีนัดเปิดสนามพิเศษ 3 เกมจัดขึ้นในทวีปอเมริกาใต้ ที่อุรุกวัย อาร์เจนตินา และปารากวัย

ด้านรางวัลส่วนบุคคลของทัวร์นาเมนต์ นายโรดรี กัปตันทีมชาติสเปน คว้ารางวัลผู้เล่นยอดเยี่ยมประจำทัวร์นาเมนต์ นายอูไน ซิมอน ผู้รักษาประตูทีมชาติสเปน รับรางวัลถุงมือทองคำ นายเปา คูบาร์ซี กองหลังทีมชาติสเปน รับรางวัลผู้เล่นดาวรุ่งยอดเยี่ยม ส่วนรางวัลรองเท้าทองคำสำหรับดาวซัลโวสูงสุดตกเป็นของนายคีเลียน เอ็มบัปเป กองหน้าทีมชาติฝรั่งเศส ที่ยิงไปทั้งหมด 10 ประตูตลอดทัวร์นาเมนต์

นายหลุยส์ เด ลา ฟูเอนเต เฮดโค้ชทีมชาติสเปนวัย 65 ปี ซึ่งเคยพาทีมคว้าแชมป์ยูโร 2024 มาแล้ว แสดงความภาคภูมิใจหลังนำทีมคว้าแชมป์โลกสมัยที่ 2 ในประวัติศาสตร์ชาติ โดยระบุว่าทีมชุดนี้ประสบความสำเร็จมาแล้วแทบทุกรายการ และเชื่อมั่นว่าความสามัคคีของทีมคือกุญแจสำคัญของชัยชนะ

'ทรัมป์' ถูกโห่สนั่นสนามพิธีมอบถ้วยฟุตบอลโลก ปฏิเสธออกจากเวทีแม้ประธาน FIFA พยายามเชิญตัว

 

 

ประธานาธิบดีสหรัฐฯ วัย 80 ปี เผชิญเสียงโห่ดังกึกก้องทั้งก่อนและหลังเกม ก่อนจะยืนแช่บนเวทีพิธีมอบถ้วยจนทำให้ทีมสเปนต้องฉลองชัยชนะโดยไม่มีใครสนใจการปรากฏตัวของเขา

นายโดนัลด์ ทรัมป์ เผชิญกับเสียงโห่ร้องอย่างหนักหน่วงในพิธีมอบถ้วยรางวัลฟุตบอลโลก 2026 หลังทีมชาติสเปนคว้าแชมป์ด้วยการเอาชนะอาร์เจนตินา โดยเสียงโห่ดังไปทั่วสนามจนกลบเสียงเพลงประกอบพิธีในบางช่วง

เสียงคัดค้านต่อทรัมป์เริ่มปรากฏให้เห็นตั้งแต่ก่อนเกมจะเริ่มด้วยซ้ำ เมื่อภาพของทรัมป์ปรากฏบนจอยักษ์ของสนามหลังการร้องเพลงชาติโดยนางสาวเจนนิเฟอร์ ฮัดสัน จนทีมงานถ่ายทอดสดต้องรีบเปลี่ยนภาพเป็นมุมมองทางอากาศของสนามแทน แม้แต่ในแวนคูเวอร์ ประเทศแคนาดา ซึ่งมีการถ่ายทอดสดการแข่งขันในพื้นที่กลางแจ้ง ก็ยังปรากฏภาพแฟนบอลโห่ทรัมป์เช่นกัน

หลังจบเกม เมื่อทรัมป์เดินลงสนามพร้อมกับนายจานนี อินฟานติโน ประธาน FIFA เพื่อมอบเหรียญรางวัลและถ้วยแชมป์ให้ทีมสเปน เสียงโห่จากผู้ชมก็ดังขึ้นอีกครั้งอย่างต่อเนื่อง ผู้ใช้โซเชียลมีเดียบางรายถ่ายวิดีโอบรรยากาศในสนามและเล่าว่าในตอนแรกคิดว่ามีการทะเลาะวิวาทเกิดขึ้น ก่อนจะพบว่าเสียงดังกล่าวเป็นการโห่ใส่ประธานาธิบดี

จุดที่สร้างความอึดอัดใจมากที่สุดเกิดขึ้นหลังการมอบถ้วยให้กัปตันทีมสเปน เมื่อทรัมป์ปฏิเสธที่จะออกจากเวทีตามที่อินฟานติโนพยายามเชิญตัว โดยยังคงยืนอยู่บนเวทีต่อไปแม้จะมีเสียงโห่อย่างหนัก จนอินฟานติโนต้องวิ่งข้ามเวทีไปหาทรัมป์เพื่อพยายามพาตัวออกจากจุดดังกล่าว ทว่าทรัมป์ยังคงปักหลักอยู่ที่ปลายเวทีจนสุดท้ายทีมสเปนและกัปตันทีมสเปนก็เดินหน้าเฉลิมฉลองชัยชนะพร้อมชูถ้วยแชมป์โดยไม่ได้สนใจการปรากฏตัวของเขา ก่อนที่ทรัมป์จะถูกนำตัวออกจากเวทีในเวลาต่อมาเพื่อให้นักเตะสเปนได้เฉลิมฉลองแชมป์

 

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง