ก่อนศาลแขวงสมุทรปราการมีคำพิพากษาวันที่ 20 กรกฎาคม 2569 ในคดี 'เนติวิทย์ โชติภัทร์ไพศาล' ผู้คัดค้านการเกณฑ์ทหารด้วยเหตุแห่งมโนธรรม นักวิชาการ 5 คนจาก Harvard Divinity School ส่งจดหมายลงวันที่ 14 กรกฎาคม 2569 ขอให้ศาลอนุญาตให้เขาเดินทางกลับไปศึกษาต่อ ขณะที่นักวิชาการนานาชาติ 56 คนจาก 13 ประเทศร่วมลงนามแถลงการณ์เรียกร้องให้ศาลคุ้มครองเสรีภาพของเขา และให้ไทยรับรองสิทธิคัดค้านการเกณฑ์ทหาร ด้าน War Resisters' International ระบุว่านี่เป็นคดีอาญาคดีแรกของไทยในประเด็นนี้

ก่อนที่ศาลแขวงสมุทรปราการจะมีคำพิพากษาในวันที่ 20 กรกฎาคม 2569 คดีของ เนติวิทย์ โชติภัทร์ไพศาล นักกิจกรรม นักเขียน และผู้คัดค้านการเกณฑ์ทหารด้วยเหตุแห่งมโนธรรม (conscientious objector) ได้มีนักวิชาการจาก Harvard Divinity School และเครือข่ายนักวิชาการนานาชาติออกแถลงการณ์เรียกร้องให้ศาลคุ้มครองเสรีภาพของเนติวิทย์ พร้อมทั้งเปิดโอกาสให้เดินทางกลับไปศึกษาต่อที่มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ขณะที่ War Resisters' International (WRI) องค์กรสันติภาพและผู้คัดค้านสงครามระดับนานาชาติ ได้เผยแพร่บทความติดตามคดี พร้อมระบุว่าคดีนี้เป็นคดีอาญาคดีแรกของไทยที่เกี่ยวข้องกับการคัดค้านการเกณฑ์ทหารด้วยเหตุแห่งมโนธรรม
เรื่องที่เกี่ยวข้อง
จดหมายฉบับแรกลงวันที่ 14 กรกฎาคม 2569 ลงนามโดยนักวิชาการ 5 คนจาก Harvard Divinity School ได้แก่ Chris Berlin, Janet Gyatso, Charles Hallisey, Teddy Hickman-Maynard และ Monica Sanford โดยขอให้ศาลพิจารณาอนุญาตให้เนติวิทย์เดินทางกลับไปศึกษาต่อ หลังได้รับการตอบรับเข้าเรียนหลักสูตร Master of Theological Studies ประจำปีการศึกษา 2026–2027
จดหมายระบุว่า เนติวิทย์เคยเข้าศึกษาที่ Harvard Divinity School ในฐานะ Buddhist Ministry Initiative International Fellow ระหว่างปีการศึกษา 2025–2026 และมีผลงานทางวิชาการโดดเด่น ทั้งในด้านการเรียนและการแลกเปลี่ยนความรู้กับคณาจารย์และนักศึกษา โดยผู้ลงนามระบุว่าการเปิดโอกาสให้ศึกษาต่อจะช่วยให้เขาสามารถสร้างคุณูปการต่อวงวิชาการด้านพุทธศาสนาในประเทศไทยและระดับนานาชาติได้ต่อไป
อีกด้านหนึ่ง มีการเผยแพร่แถลงการณ์นานาชาติหัวข้อ "A Collective Call to Protect Netiwit Chotiphatphaisal's Freedom and Right to Conscientious Objection" ซึ่งริเริ่มโดย ดร. Anushka Kahandagamage นักวิจัยหลังปริญญาเอกจาก Harvard University และมีผู้ร่วมลงนาม 56 คน จากอย่างน้อย 13 ประเทศ ประกอบด้วยนักวิชาการ นักวิจัย นักศึกษา นักกิจกรรม และผู้เชี่ยวชาญจากมหาวิทยาลัยและสถาบันต่าง ๆ เช่น Harvard University, Harvard Divinity School, Harvard Law School, Harvard Kennedy School, University of Wisconsin–Madison, King's College London, Trinity College Dublin, University of Melbourne และมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
แถลงการณ์ระบุว่า การละเมิดสิทธิมนุษยชนในกรณีการเกณฑ์ทหารไม่ได้อยู่ที่การปฏิเสธเข้ารับราชการทหารของบุคคล แต่เกิดจากการที่รัฐบังคับให้บุคคลเข้ารับราชการทหารขัดต่อมโนธรรม ความเชื่อทางศาสนา หรือความเชื่อทางศีลธรรม พร้อมอ้างถึงหลักการของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติที่รับรองว่าสิทธิในการคัดค้านการรับราชการทหารเป็นส่วนหนึ่งของเสรีภาพทางความคิด มโนธรรม และศาสนา
ผู้ลงนามเรียกร้องให้ศาลคุ้มครองเสรีภาพของเนติวิทย์ และเรียกร้องให้ประเทศไทยรับรองสิทธิในการคัดค้านการเกณฑ์ทหารด้วยเหตุแห่งมโนธรรม รวมถึงจัดให้มีระบบบริการพลเรือนเป็นทางเลือกแทนการรับราชการทหาร โดยเห็นว่าการดำเนินการดังกล่าวจะเป็นก้าวสำคัญของการปฏิรูปสิทธิมนุษยชนในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
ด้าน War Resisters' International (WRI) ได้เผยแพร่บทความติดตามคดีของเนติวิทย์ โดยระบุว่าคดีนี้เป็นคดีอาญาคดีแรกของประเทศไทยที่เกิดจากการประกาศคัดค้านการเกณฑ์ทหารด้วยเหตุแห่งมโนธรรม และอาจเป็นคดีสำคัญต่อการรับรองสิทธิด้านเสรีภาพทางมโนธรรมในประเทศไทย นอกจากนี้ WRI ยังรายงานว่า ระหว่างการพิจารณาคดี เนติวิทย์ได้ยื่นคำร้องขอให้ศาลแขวงสมุทรปราการส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าบทบัญญัติของพระราชบัญญัติรับราชการทหาร พ.ศ. 2497 ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่ เนื่องจากกฎหมายดังกล่าวไม่เปิดช่องให้ประชาชนใช้สิทธิในการคัดค้านการเกณฑ์ทหารด้วยเหตุแห่งมโนธรรม ซึ่งถือเป็นครั้งแรกที่ประเด็นดังกล่าวถูกหยิบยกขึ้นต่อสู้ในกระบวนการยุติธรรมของไทย
ปัจจุบัน ประเทศไทยยังไม่มีกฎหมายรับรองสิทธิในการคัดค้านการเกณฑ์ทหารด้วยเหตุแห่งมโนธรรม (conscientious objection) ผู้ที่ไม่เข้ารับการเกณฑ์ทหารจึงอาจถูกดำเนินคดีอาญาตามพระราชบัญญัติรับราชการทหาร พ.ศ. 2497
ในระดับระหว่างประเทศ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (UN Human Rights Committee) ตีความว่าการคัดค้านการรับราชการทหารด้วยเหตุแห่งมโนธรรมเป็นสิทธิที่ได้รับความคุ้มครองภายใต้มาตรา 18 ของกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง (ICCPR) ซึ่งรับรองเสรีภาพทางความคิด มโนธรรม และศาสนา และเห็นว่ารัฐควรจัดให้มีระบบบริการพลเรือนที่เป็นทางเลือกแทนการรับราชการทหาร โดยต้องไม่ลงโทษบุคคลเพียงเพราะใช้สิทธิดังกล่าว
เนติวิทย์ถูกดำเนินคดีจากการปฏิเสธเข้ารับการเกณฑ์ทหาร โดยให้เหตุผลว่าการบังคับรับราชการทหารขัดต่อความเชื่อทางพุทธศาสนา จริยธรรม และอุดมการณ์ทางการเมืองของตน ขณะที่ผู้สนับสนุนมองว่าคดีนี้เป็นบททดสอบสำคัญว่าประเทศไทยจะให้การรับรองเสรีภาพทางมโนธรรมและสิทธิในการคัดค้านการเกณฑ์ทหารตามมาตรฐานสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศหรือไม่
