Skip to main content
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์

ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาคำร้อง “เนติวิทย์” นักกิจกรรมวัย 29 ปี ที่ขอให้ศาลวินิจฉัยว่า พ.ร.บ.รับราชการทหารขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่ ศาลระบุ พ.ร.บ.รับราชการทหาร ม.27 และ 45 ไม่ขัดหรือแย้งกับรัฐธรรมนูญที่ว่าด้วยสิทธิเสรีภาพของปวงชนชาวไทย โดยคดีนี้สืบเนื่องมาจากที่เนติวิทย์ได้เรียกร้องให้ยกเลิกเกณฑ์ทหาร โดยการทำอารยะขัดขืนไม่เข้าร่วมบังคับเกณฑ์ทหารเมื่อปี 67 เป็นเหตุให้เขาถูกดำเนินคดีในข้อหาหลีกเลี่ยงเกณฑ์ทหารตาม พ.ร.บ.รับราชการทหาร พ.ศ. 2497 มาตรา 45

 

12 พ.ค. 2569 ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาคำร้อง “เนติวิทย์ โชติภัทร์ไพศาล” นักกิจกรรมวัย 29 ปี ที่ขอให้ศาลวินิจฉัยว่า พ.ร.บ.รับราชการทหารขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่ ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยระบุว่า พ.ร.บ.รับราชการทหาร ม.27 และ 45 ไม่ขัดหรือแย้งกับรัฐธรรมนูญ ม.26 และ ม.31 ที่ว่าด้วยสิทธิเสรีภาพของปวงชนชาวไทย

คดีนี้สืบเนื่องมาจากกรณีที่เนติวิทย์ได้เรียกร้องให้ยกเลิกเกณฑ์ทหาร โดยการทำอารยะขัดขืนไม่เข้าร่วมบังคับเกณฑ์ทหารเมื่อปี 67 โดยสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญระบุว่า ศาลแขวงสมุทรปราการส่งคำโต้แย้งของเนติวิทย์ จำเลยในคดีทำอารยะขัดขืนไม่เข้าร่วมการบังคับเกณฑ์ทหาร ได้ยื่นคำร้องต่อศาลให้พิจารณา พ.ร.บ.รับราชการทหาร พ.ศ. 2497 นั้นขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่ สืบเนื่องจากคดีนี้เป็นปัญหาข้อกฎหมายและมีพยานหลักฐานเพียงพอที่จะพิจารณาวินิจฉัยได้เป็นไปตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2561 มาตรา 58 วรรคหนึ่ง ศาลรัฐธรรมนูญจึงได้รับไว้พิจารณา

เนติวิทย์ โชติภัทร์ไพศาล

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 5 เม.ย.2567 เนติวิทย์ได้เดินทางไปยังสถานที่ตรวจเลือกทหารกองเกินเข้ากองประจำการ เทศบาลบางปู จ.สมุทรปราการ และได้อ่านแถลงการณ์อารยะขัดขืน ไม่เข้าร่วมการบังคับเกณฑ์ทหาร เนื่องจากเขาเห็นว่าขัดกับหลักสิทธิมนุษยชน เป็นระบบที่เหลื่อมล้ำหลายมาตรฐานไม่ได้ทำให้เกิดความเสมอภาคของพลเมือง ประชาชนชาวไทยทุกคนควรมีสิทธิเสรีภาพที่จะเลือกได้ว่าจะเข้ารับราชการทหารหรือไม่โดยไม่ถูกบังคับ ซึ่งเป็นจุดยืนที่เขาแสดงออกมาตั้งแต่หลังการรัฐประหารเมื่อปี 2557  และพร้อมรับผลทางกฎหมายที่จะตามมา จึงใช้การต่อสู้ทางกฎหมายเช่นนี้ การแสดงออกอารยะขัดขืนดังกล่าวทำให้เนติวิทย์ถูกดำเนินคดีด้วยข้อหาหลีกเลี่ยงเกณฑ์ทหารตาม พ.ร.บ.รับราชการทหาร พ.ศ. 2497 มาตรา 45

โดยหลังศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยออกมาเนติวิทย์ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวถึงผลคำวินิจฉัยที่ออกมาว่า 

"สำหรับผม มติศาลรัฐธรรมนูญที่ออกมาไม่ได้ผิดคาดสักเท่าไหร่ ในเมื่อเหตุปัจจัยในปัจจุบันเป็นแบบนี้ ผลออกมาแบบนี้ก็ธรรมดา โดยส่วนตัว ผมได้ทำหน้าที่คือการต่อสู้ในทางความเชื่อของตนโดยไม่บิดพริ้วตลอด 12 ปี ความสุขความพอใจในการยืนหยัดสิ่งที่ตนเชื่อมีคุณค่ามากกว่าความผิดหวังที่เกิดขึ้นในวันนี้ ชีวิตผมมีความหมาย และความหมายของผมก็เพื่อเด็กๆในอนาคตที่จะมีเสรีภาพและสันติภาพในชีวิต
 
ผมอยากเชิญชวนทุกคนครับว่า ถ้าหากเห็นปัญหาอะไรที่ตนไม่พอใจ ขัดข้องใจ อย่างเรื่องเกณฑ์ทหาร คนส่วนใหญ่ก็คงจะเห็นในทางเดียวกันนี้ ก็ขอให้ใช้สติปัญญาคิดว่าจะแก้ไขอะไรมันได้ไหม มากกว่าการบ่นหรือเอาตัวรอดเชิงปัจเจก คนจำนวนมากต้องทุกข์กับสิ่งนี้ และเราก็มีพันธะในฐานะมนุษย์ที่จะใช้สติปัญญาช่วยเหลือกัน คิดหาทางออกให้ได้ ช่วยเหลือสังคมของเราให้น่าอยู่มากขึ้น ผมคิดว่าการต่อสู้ของผมมันเป็นแนวทางที่เป็นไปได้ แค่การทดลองนี้อาจจะยังไม่สำเร็จดีเท่านั้นเอง อย่างไรก็ดี ถ้าเราดูการต่อสู้ยกเลิกเกณฑ์ทหารในหลายๆที่ เขาก็สู้กันเป็นสิบกว่าปี และหลายๆคนก็เสียสละมากกว่าผมเสียอีก
 
ดังนั้น แม้ผมทำไม่สำเร็จ ก็ไม่ใช่เรื่องให้ท้อหรือเศร้าอะไร เราอาจจะยังไม่ได้เริ่มรณรงค์เรื่องนี้กันจริงๆเสียด้วยซ้ำ ขอให้คิดว่าเราจะทำให้ดีกว่านี้ได้อย่างไร เราได้บทเรียนอะไรบ้าง เราจะทำให้ดีกว่าที่ผมทำได้ยังไง มีประสิทธิผลมากกว่านี้ได้อย่างไร ถ้าเราช่วยกันจริงๆ การเปลี่ยนแปลงก็จะเกิดขึ้นได้ ก็ยอมเหนื่อยกันให้มากขึ้นหน่อย คิดสร้างสรรค์ให้มากๆ การเปลี่ยนแปลงก็เกิดขึ้นได้ครับ"

 

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง