“ทักษิณ” โฟนอินอัดรัฐบาลกู้เงินเหมือนเด็ก “พธม.” จวกเสื้อแดงตามหาวันชาติไม่เหมาะสม

“ทักษิณ” โฟนอินเหน็บรัฐบาล "อภิสิทธิ์" เหมือนเด็กขอเงินใช้โดยไม่มีเป้าหมาย อ้อนดูไบร้อนมาก อยากกลับบ้าน ขณะที่พันธมิตรฯ จัดงานสังสรรค์พันธมิตรฯ อัด “นปช.” ตามหาวันชาติไม่เหมาะสม ระบุเป้าหมายแรกพรรคการเมืองใหม่ยึดที่นั่ง อบต.สุราษฎร์

 

20 มิ.ย. 52 - ที่โรงแรมปึกเตียนวิลล่า หาดปึกเตียนท่ายาง จ.เพชรบุรี แกนนำกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) นำโดย นายแพทย์เหวง โตจิราการ นายก่อแก้ว พิกุลทอง นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ รวมทั้ง นายอริสมันต์ พงษ์เรืองรอง ได้จัดเวทีสัมมนาในหัวข้ออนาคตประเทศไทย ภายใต้วิกฤติเศรษฐกิจโลก โดยมีกลุ่มคนเสื้อแดงหลายร้อยคนมาร่วมสัมมนา ซึ่งในช่วงเวลา 14.30 น. ที่ผ่านมา นายจักรภพ เพ็ญแข แกนนำฯ ได้โฟนอินเข้ามาพูดคุยกับผู้ร่วมสัมมนา โดยประเด็นหลัก คือ สถานการณ์การเมืองในประเทศไทย และสถานการณ์ทางด้านเศรษฐกิจในการแก้ไขปัญหาของรัฐบาลปัจจุบัน
ต่อเวลาประมาณ 15.30 น. พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้โฟนอินเข้ามา พูดถึงประเด็นปัญหาเศรษฐกิจของประเทศ และโจมตีการทำงานของรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์
อย่ามองเสื้อแดงไม่ใช่คนไทย
พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าวว่า ตนเห็นการแก้ปัญหาวิกฤติเศรษฐกิจของแต่ละประเทศ ทำให้ย้อนกลับมาประเทศไทย และอดห่วงพี่น้องคนไทยไม่ได้ เพราะเมืองนอกเข้าแก้ปัญหาอย่างขะมักขะเม้นรัฐบาลมีความร่วมมือระหว่างภาคเอกชนอย่างเต็มที่ ในขณะเดียวกันที่ประเทศไทยรัฐบาลก็มองเสื้อแดง ไม่ใช่คนไทย มองเสื้อแดงเหมือนเป็นศัตรู แทนที่จะพูดคุยกันด้วยดี ก็ไล่ปราบ
ทั้งนี้คราวที่ผ่านมาก็เห็นแล้วว่ามีการใช้ทหารที่มีอาวุธสงครามครบมือ ใช้กระสุนปืนจริงปราบประชาชนจนทำให้พี่น้องประชาชนตายไปบางส่วนแล้วนำศพไปหลบซ่อนคือเราไม่อยู่กันด้วยความจริงหรือความรัก เราอยู่ด้วยความเกลียดชัง เราอยู่ด้วยการโกหก ทำให้สังคมไทยเสียหายมาก
จวกกู้ไร้ทิศทางเหมือนเด็ก
พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าวว่า การจะแก้ปัญหาเศรษฐกิจถ้าอยู่บนพื้นฐานของการไม่รวมพลังบนพื้นฐานของการเป็นศัตรูมันแก้ยาก ลำพังไม่มีปัญหาก็แก้ยากอยู่แล้วแล้วความสามารถของรัฐบาลประชาธิปัตย์ก็เป็นที่รู้อยู่แล้วว่ามีความสามารถในการกล่าวหาคนอื่น แต่ไม่มีความสามารถในการแก้ปัญหา
"รัฐบาลแล้วรัฐบาลเล่าของประชาธิปัตย์ ก็เป็นแบบนี้ ปี 2544 ที่ตนเองได้เข้ามาเป็นนายกรัฐมนตรีก็รับปัญหาที่พรรคประชาธิปัตย์ทำไม่สำเร็จไว้เยอะ ไม่ว่าจะเป็นหนี้สินของประเทศ หนี้สินของประชาชน สภาพคล่องของธนาคาร สภาพการส่งออกที่ตกลงอย่างมากมาย ในวันนี้เหตุการณ์ก็คล้ายคลึงกัน ถ้าจำกันได้ก่อนที่ตนจะเข้ามาแก้ปัญหาในขณะนั้น เราจะต้องมามองก่อนว่าทิศทางของประเทศจะไปทางไหน ถ้าไม่รู้ว่าทิศทางจะไปทางไหนแล้วไปกู้เงินมาใส่ กู้เท่าไรก็หมด" พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าวและว่า
อย่างวันนี้ที่เห็นอยู่ คือกู้มาโดยไม่มีทิศทาง เหมือนเด็กไม่มีเงินใช้ ไม่ขอพ่อแม่ ก็ยืมเพื่อน แต่ไม่รู้ว่าขอมาแล้ว จะทำอย่างไรบ้าง นอกจากใช้เพียงอย่างเดียว แต่วันนี้เมื่อขอหรือยืมมาเพื่อมามีแนวทางว่าประเทศชาติ และประชาชน จะทำมาหากินอย่างไรในอนาคตข้างหน้า
ชี้รัฐบาลหมดความชอบธรรม
พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าวอีกว่า วันนี้สิ่งที่เห็นได้ชัดคือรัฐบาลไม่มีทิศทางมีการกู้เพื่อใช้ไปวันๆหนึ่ง ในระหว่างพรรคร่วมรัฐบาลที่ตัวเองไม่ได้รับใช้ชนะในการเลือกตั้งมาก็มาขโมยพรรคร่วมหรือขโมยคนของพรรคที่ได้รับชัยชนะในการเลือกตั้งมามันต้องใช้วิธีเกี้ยเซี้ยะผลประโยชน์จึงมีความชัดเจนว่า เงินกู้ส่วนหนึ่งก็ต้องใช้มาทำโครงการ เพื่อให้ผู้ที่ตกลงกันไปคอรัปชั่น มันก็ยิ่งทำให้เกิดปัญหาซ้ำเติมต่อประเทศไทย
ทั้งนี้ความจริงรัฐบาลนี้ไม่ได้มีความชอบธรรมที่จะบริหารงานต่ออยู่แล้ว เพราะอยู่ไปก็เสียหาย ทำไมถึงวันนี้มีสมาชิกเสื้อแดงมากขึ้นทุกวันเพราะได้สร้างระบบ 2 มาตรฐาน กีดกันฝ่ายหนึ่งออกไปอีกฝ่ายหนึ่งที่เป็นพวกของตัวเองทำอะไรก็ถูกหมดไม่เคยผิด ทำให้ความแข็งแรงของเสื้อแดงมีมากขึ้นทุกวัน
อย่างไรก็ตาม พ.ต.ท.ทักษิณ บอกว่า ได้เตือนกับทุกฝ่ายว่า เราจะต้องต่อสู้ด้วยความสันติเพราะถ้าต่อสู้ด้วยความรุนแรงไม่มีวันชนะ และไม่ต้องการเห็นพี่น้องคนไทยมาเสียเลือดเนื้อกันอีกจึงขอร้องทุกคนให้ต่อสู้ด้วยความจริง สันติ และสู้ด้วยความรักชาติ รักเพื่อนร่วมชาติ
ทั้งนี้อนาคตประเทศไทย ถ้าขืนปล่อยไว้แบบนี้มืดหมดแน่นอน ถ้ายอมให้มีรัฐบาลมาจากประชาธิปไตยที่ถูกต้อง มีรัฐธรรมนูญที่เป็นประชาธิปไตย เพื่อคนส่วนใหญ่จริงๆ ไม่ใช่ผลผลิตของเผด็จการทหาร เหมือนรัฐธรรมนูญปี 50
ดูไบร้อนมาก อ้อนขอกลับประเทศ  ปัดไม่ได้เป็นมะเร็ง เพียงแต่เซ็กส์เสื่อมลง
พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าวอีกว่า เชื่อว่าการแก้ปัญหาของประเทศไทยไม่ยาก ถ้าเผื่อตนได้กลับมาแก้ปัญหา มองว่าปัญหาวันนี้เบากว่าช่วงที่ตนเป็นนายกรัฐมนตรี แก้ไม่ยากมั่นใจว่าทำให้ฟื้นได้ ฝากพี่น้องด้วย ตนได้อยู่ต่างประเทศมา 3ปี แล้ว เหงามาก อยากกลับบ้านเต็มทีแล้ว ตอนนี้อยู่ที่ประเทศดูไบ ร้อนมาก
"ถ้าพี่น้องรวมตัวกันเข้มแข็งตนคงได้กลับบ้านในเร็ววันนี้ และที่เขาปล่อยข่าวว่า เป็นมะเร็งนั้น ขอยืนยันว่าไม่เป็นความจริง อาทิตย์ที่ผ่านมา ได้ไปตรวจเช็คเลือด และหมอได้นัดให้ไปฟังผลเมื่อวานนี้โดยหมอบอกว่าทุกอย่างในร่างกายยังแข็งแรง อาจจะอายุ 60แล้ว เป็นเรื่องธรรมดา ที่เรื่องเซ็กซ์อาจจะลดไปบ้าง ส่วนอื่นๆยังแข็งแรงดี ขอให้พี่น้องไม่ต้องเป็นห่วง ยังสู้งานหนักได้สบาย" พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าว
เลือกตั้งสกลฯเดือด วางระเบิดข่มขวัญ พท. “เฉลิม” ยกเลิกปราศรัย
สำหรับบรรยากาศการหาเสียงโค้งสุดท้ายก่อนวันเลือกตั้งซ่อม ส.ส. ที่ จ.สกลนคร เขต 3 ที่จะมีขึ้นในวันที่ 21 มิ.ย. เป็นการแข่งขันกันระหว่างผู้สมัครพรรคเพื่อไทยและพรรคภูมิใจไทยอย่างดุเดือด โดยช่วงเช้าของวันที่ 20 มิ.ย. พรรคเพื่อไทย นำโดยนางเยาวเรศ ชินวัตร น้องสาวของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร พร้อมด้วย ส.ส.หญิงและแกนนำของพรรค มาช่วยนางอนุรักษ์ บุญศล ผู้สมัครรับเลือกตั้ง เบอร์ 2 พรรคเพื่อไทยหาเสียงเริ่มต้นที่ตลาด อ.สว่างแดนดิน ซึ่งเต็มไปด้วยพ่อค้าแม่ค้าและผู้มาจับจ่ายซื้อของ บรรยากาศเต็มไปด้วยความคึกคัก
ระหว่างการเดินหาเสียง นางเยาวเรศ ได้เดินไปร้านส้มตำร้านหนึ่ง พร้อมกับตำส้มตำช่วยแม่ค้า พอตำเสร็จนางเยาวเรศ ได้ยื่นให้ นายการุณ โหสกุล ส.ส.ดอนเมืองพรรคเพื่อไทย ชิมส้มตำ โดยนางการุณ ระบุว่าอร่อยทำให้ประชาชนที่มุงดูเดินมาชิมด้วย นอกจากนั้นนางเยาวเรศ ยังระบุด้วยว่าที่เลือกตำส้มตำปู-ปลาร้า เพราะพ.ต.ท.ทักษิณ ชอบรับประทานส้มตำแบบนี้ ต่อจากนั้นก็ได้เดินหาเสียงยังจุดอื่น
ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ในวันนี้ได้มีอดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทยและพรรคพลังประชาชน อาทิ นายสุธรรม แสงปทุม นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ มาเป็นกำลังใจในการหาเสียงครั้งนี้ แต่ไม่ได้ขึ้นปราศรัยแต่อย่างใด นอกจากนี้ ยังมีพล.อ.พัลลภ ปิ่นมณี เดินทางมาลงพื้นที่ด้วย โดย ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ส.ส.สัดส่วนพรรคเพื่อไทยระบุว่าการมาของพล.อ.พัลลภ นั้น ต่อจากนี้จะมาช่วยงานในพรรค โดยไม่ได้ระบุว่ามาอยู่ในฐานะอะไร
ต่อมาเมื่อเวลา 18.00 น. พ.ต.ต.จำลอง ทับศรีแก้ว พนักงานสอบสวนผู้ชำนาญการ สบ.2 สภ.เจริญศิลป์ จ.สกลนคร เปิดเผยว่า ได้รับแจ้งเหตุระเบิดบ้านโนนศิลา ต.โนนศิลา อ.เจริญศิลป์ จึงรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบว่าเกิดเหตุระเบิดขึ้น 2 จุดในเวลาไล่เลี่ยกัน โดยจุดแรกที่บริเวณริมกำแพงวัดลุมพินีวัน และอีกจุดหนึ่งพงหญ้าข้างทาง ห่างจากจุดแรกประมาณ 800 ม.
จากสอบสวนชาวบ้านในละแวกดังกล่าว เล่าว่าเหตุระเบิดเกิดขึ้นก่อนที่จะมีการปราศรัยหาเสียงของผู้สมัครส.ส.พรรคเพื่อไทย ในวัดลุมพินีวัน ซึ่งระหว่างที่ชาวบ้านทยอยเดินทางมาได้มีเสียงระเบิดดังขึ้นหนึ่งครั้ง แต่ชาวบ้านไม่ตกใจเพราะคิดว่าเป็นการจุดพลุงานศพ จนกระทั่งเห็นควันโขมงเมื่อมายังจุดเกิดเหตุพบว่ากำแพงวัดทะลุเป็นรูกว้างประมาณครึ่งเมตร และมีโกศเก็บกระดูกพังทลาย จากนั้นให้หลังประมาณ 7 นาทีก็มีเสียงระเบิดดังขึ้นอีกหนึ่งครั้งในจุดที่ไกลออกไปซึ่งเป็นพงหญ้าข้างถนน พบว่าเป็นหลุมลึก
พ.ต.ต.จำลอง กล่าวว่า ขณะยังไม่สันนิษฐานอะไรได้ ต้องรอให้กองวิทยาการจัดการมาตรวจสอบ แต่เบื้องต้นพบเศษท่อพีวีซีกระจัดกระจายเกลื่อนบริเวณที่เกิดเหตุ แต่ยังไม่พบสะเก็ดระเบิด อย่างไรก็ตามเท่าที่สอบถามเจ้าหน้าที่ตำรวจหลายนายที่ตรวจสอบที่เกิดเหตุครั้งนี้ต่างเห็นว่าเหตุระเบิดดังกล่าว ใช้วิธีกดรีโมทไม่มีเป้าหมายที่จะทำร้ายอาชีวิตหรือให้ใครได้รับบาดเจ็บ เป็นเพียงการข่มขู่โดยเพื่อวัตถุประสงค์บางอย่าง นอกจากนี้ยังได้ตั้งข้อสังเกตว่าชุมชนดังกล่าวไม่เคยมีเหตุการณ์รุนแรงอะไร จึงเชื่อว่าเป็นฝีมือคนนอก
ผู้สื่อข่าวรายงานสำหรับจุดปราศรัยดังกล่าวอยู่ในกำหนดการที่ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุงและพล.อ.พัลลภ ปิ่นมณี สมาชิกพรรคเพื่อไทยพร้อมคณะผู้สมัครส.ส.พรรคเพื่อไทยจะเดินทางมาปราศรัยหาเสียง แต่เมื่อเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวจึงต้องยกเลิกการปราศรัยเนื่องจากเกรงเรื่องความไม่ปลอดภัย มีเพียงทีมปราศรัยล่วงหน้าที่นำโดยนายเวียง วรเชษฐ์ อดีตส.ส.ร้อยเอ็ดแต่ก็ได้ใช้เวลาปราศรัยเพียงสั้นๆ 10 นาทีเท่านั้น
ทั้งนี้ในช่วงเย็น มีการวางระเบิดข่มขวัญเวทีหาเสียงของฝ่ายพรรคเพื่อไทย ที่วัดลุมพินีวัน ต.โคกศิลา อ.เจริญศิลป์ ซึ่งเป็นที่ปราศรัยแห่งสุดท้าย แต่ไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บ
“พัลลภ” เผยถ้าเพื่อไทย อ้ารับ “มนูญกฤต” พร้อมนั่งเป็น “หน.เพื่อไทย”
เมื่อเวลา 12.00 น. ที่ อ.สว่างแดนดิน จ.สกลนคร พล.อ.พัลลภ ปิ่นมณี สมาชิกพรรคเพื่อไทยในฐานะเพื่อนร่วมรุ่น จปร.7 ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่มีรายงานข่าวว่า พล.ต.มนูญกฤต รูปขจร อดีตส.ส.สัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์และเพื่อนร่วมรุ่น จปร.7 ได้รับการทาบทามเป็นหัวหน้าพรรคเพื่อไทยว่า ตนได้สอบถามกับนายสมพงษ อมรวิวัฒน์ อดีตรองหัวหน้าพรรคพลังประชาชนและ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทยทุกคนก็ยังงงว่าข่าวออกมาได้อย่างไร
 “จากที่ได้โทรศัพท์หา พล.ต.มนูญกฤต เพื่อสอบถามที่มาที่ไปของข่าวซึ่ง พล.ต.มนูญกฤต บอกว่าไม่รู้เรื่องและยังไม่มีใครมาทาบทาม แต่ถ้าพรรคเพื่อไทยรับ ก็พร้อมที่จะทำหน้าที่ดังกล่าว ซึ่ง พล.ต.มนูญกฤต เป็นคนมีความรู้ความสามารถ เป็นอดีตประธานวุฒิสภา ถ้าถามผมก็ต้องสนับสนุนเพื่อนอยู่แล้วเพราะเสี่ยงเป็นเสี่ยงมาด้วยกันหลายหน” พล.อ.พัลลภ ย้ำ
เมื่อถามว่าในสถานการณ์การเมืองปัจจุบัน พล.ต.มนูญกฤต เหมาะสมเป็นหัวหน้าพรรคหรือไม่ ก็ถือว่ามีความเหมาะสมแต่ก็ขึ้นอยู่กับสมาชิกพรรค ทั้งนี้ พล.ต.มนูญกฤต ยังไม่ได้สมัครเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทย และคงไม่เหมาะสมถ้าตนจะชักชวนเพราะถือเป็นผู้ใหญ่แล้ว
ส่วนสาเหตุที่พล.ต.มนูญกฤต ลาออกจากพรรคประชาธิปัตย์และพร้อมร่วมงานกับพรรคเพื่อไทยหรือไม่ พล.อ.พัลลภ กล่าวว่า พล.ต.มนูญกฤต เล่าว่าอยู่ไปก็ไม่สบายใจ อึดอัดลาออกมานอนพักผ่อนอยู่บ้านดีกว่า อย่างไรก็ตามหากพูดถึงในมุมของ จปร.7 ทุกคนก็มีอุดมการณ์อุดมคติของตัวเอง จะเหมือนกันหมดไม่ได้ โดยเฉพาะทางการเมืองอย่าง พล.ต.จำลอง ศรีเมือง แกนนำกลุ่มพันธมิตรฯ ก็มีแนวทางของเขา
พธม.” อัดเสื้อแดงตามหาวันชาติไม่เหมาะสม
ผู้สื่อข่าวรายงานจากสนามกีฬาเพชรรัชต์ ถ.วิภาวดีรังสิต ว่า กลุ่มพันธมิตรฯพงเพชร ได้จัดงานพบปะสังสรรค์พันธมิตรพงเพชร ครั้งที่ 2 มีการตั้งซุ้มแจกจ่ายอาหารให้กับมวลชนที่มาร่วมประมาณ 500 คน พร้อมทั้งมีการตั้งเวทีปราศรัย แสดงดนตรี โดยการปราศรัยของแกนนำแนวร่วมกลุ่มต่าง ๆ ส่วนใหญ่มีเนื้อหาโจมตีการทำงานของรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ โดยเฉพาะประเด็นการอ่อนข้อให้กับพรรคภูมิใจไทยมากเกินไปจนไม่สามารถที่จะควบคุมได้
โดยนายประพันธ์ คูณมี หนึ่งในแนวร่วมพันธมิตรฯ ได้ขึ้นเวทีปราศรัย ระบุว่า กลุ่มคนเสื้อแดงที่ชุมนุมใหญ่วันที่ 27 มิ.ย. โดยใช้ชื่อตามหาวันชาติ เป็นเรื่องไม่เหมาะสม ขณะที่การเมืองใหม่ของพันธมิตรฯ มุ่งสร้างสรรค์สังคมใหม่ เพื่อประชาชนอย่างแท้จริง
โฆษกพรรคการเมืองใหม่ชี้ นายกการเมืองใหม่ไม่จำเป็นต้องเป็นหัวหน้าพรรคแบบ “โอบามา”
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงหนึ่งของการอภิปราย พล.ร.ท.ประทีป ชื่นอารมณ์ โฆษกพรรคการเมืองใหม่ ได้ประกาศว่าการเมืองใหม่ของพรรคการเมืองใหม่นั้นนายกรัฐมนตรีไม่จำเป็นต้องเป็นหัวหน้าพรรค เช่นเดียวกับบารัค โอบาม่า ที่เป็นประธาธิบดี โดยไม่ได้เป็นหัวหน้าพรรคเดโมแครต แต่อย่างใด
“วันนี้พรรคประชาธิปัตย์ หมดสภาพในการนำพารัฐบาลเพราะให้อำนาจพรรคร่วมจนหมดสิ้น นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เหลือแต่ตำแหน่งนายกรัฐมนตรี แต่ไม่มีอำนาจ สุดท้ายหากการบริหารงบประมาณแผ่นดินเกิดความล้มเหลว ก็หนีไม่พ้นข้อหาพายเรือให้โจรนั่ง ” โฆษกพรรคการเมืองใหม่ กล่าว
เป้าหมายแรก “พรรคการเมืองใหม่” ยึด อบต. สุราษฎร์ฯ
ขณะที่ นายปราโมทย์ นาครทรรพ นักวิชาการอิสระ กล่าวว่า ขอให้มวลชนสนับสนุนการตั้งพรรคการเมืองใหม่ โดยเริ่มการเลือกตั้งองค์การบริหารส่วนตำบล ที่ จ.สุราษฎร์ธานี พันธมิตรฯ ต้องยึดครองมาให้ได้ เพราะเราเห็นแล้วว่าการเลือกตั้งในระบบการเมืองแบบเก่าพึ่งพาไม่ได้ แม้แต่การเลือกตั้งซ่อมที่ จ.สกลนคร ก็ส่อว่าจะฮั๊วกันเพราะตนได้ข้อมูลว่านายเนวิน ชิดชอบ แกนนำพรรคภูมิใจไทย กับนายจตุพร พรหมพันธ์ แกนนำ นปช. ก็คุยกันบนเครื่องบินระหว่างที่เดินทางไป จ.สกลนคร แต่เมื่อถึงพื้นที่แยกกัน ดังนั้นการเลือกตั้งครั้งนี้จึงไม่มีความหมาย วันนี้ต้องคิดว่าจะทำอย่างไรให้นายอภิสิทธิ์ พายเรือให้การเมืองใหม่นั่ง
น้อยใจ ประชาธิปัตย์ลืมบุญคุณ 193 วัน
ขณะที่นายสำราญ รอดเพชร แกนนำพันธมิตรฯ รุ่น 2 อภิปรายเรียกร้องให้มวลชนช่วยกันสนับสนุนพรรคการเมืองใหม่ เนื่องจากหมดหวังกับรัฐบาลชุดนี้ที่ไม่ฟังข้อเสนอแนะของพันธมิตรฯ มีแต่เอาใจพรรคภูมิใจไทย ขนาดคนที่จัดตั้งรัฐบาลยังบอกว่าถ้าไม่มีเขา(พรรคภูมิใจไทย) ก็จะไม่มีรัฐบาล แต่ไม่เคยคิดว่าถ้าไม่มี 193 วัน พรรคประชาธิปัตย์จะได้เป็นรัฐบาลหรือไม่
“วันนี้ไม่ได้มาทวงบุญคุณ แต่มีหลายคนตั้งคำถามว่าพันธมิตรฯมันรูปชั่วตัวดำ มันเป็นโจรหรืออย่างไร ทำไมถึงไม่ฟังกันบ้าง เราเข้าใจว่าเป็นรัฐบาลแล้วเอาใจพันธมิตรฯคนในสังคมอีกหลายล้านคนจะกล่าวหาว่ารัฐบาลเอียงข้าง แต่พรรคประชาธิปัตย์สามารถแสดงออกให้เห็นว่าได้ตอบแทนเราด้วยการมีอุดมการณ์จงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์และต้องปฎิรูปการเมือง วันนี้พรรคประชาธิปัตย์ต้องกล้าตัดสินใจถอดชนวนระเบิดเวลาหลายลูกทั้งรถเมล์ 4 พันคัน อย่าไปกลัวกับการเป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อย เพราะยังมีพันธมิตรฯช่วยเหลืออยู่ข้างนอก อย่ารังเกียจพันธมิตรฯ เพราะพันธมิตรฯไม่มีอะไรน่ารังเกียจ ” นายสำราญ กล่าว
พิภพลั่นสมาชิกพรรคไม่ต่ำกว่าล้านคน
นายพิภพ ธงไชย แกนนำพันธมิตรฯ ให้สัมภาษณ์ประเมินสถานการณ์ของรัฐบาลว่า รัฐบาลนี้จะอยู่นานหรือไม่ขึ้นอยู่กับการจัดสรรผลประโยชน์ของกลุ่มการเมืองต่าง ๆ ในรัฐบาล ลงตัวหรือไม่ ถ้าขัดแย้งกันมากก็อยู่ไม่นาน แล้วถ้ายังประสานผลประโยชน์ได้ก็อยู่นาน เพราะการเมืองระบบเก่านั้นอยู่ได้ด้วยเงินเปอร์เซนต์จากโครงการต่าง ๆ เพื่อนำเงินเหล่านี้ไปใช้ในการเลือกตั้งเพื่อกลับเข้ามามีอำนาจ ถือเป็นวงจรน้ำเน่าของการเมืองไทย ดังนั้นพรรคการเมืองใหม่จะไม่ทำสิ่งเหล่านี้ โดยตัวแทนของพรรคการเมืองใหม่ที่จะเข้าไปต่อสู้ในสภาต้องเป็นคนที่มีความเสียสละ กล้าหาญ ซื่อสัตย์และมีประสิทธิภาพ และหลังจากที่คณะกรรมการการเลือกตั้งรับรองการจดทะเบียนพรรคการเมืองใหม่แล้ว เราจะเสนอรายชื่อสมาชิกไม่ใช่แค่ 5 พันคนตามกฎหมายแต่จะต้องไม่ต่ำกว่า 1 ล้านคน
“แม้นายอภิสิทธิ์ จะเป็นคนที่ภาพลักษณ์ดีแต่ปฎิเสธไม่ได้ว่าได้เป็นนายกฯมาจากระบบอุปถัมป์ที่อยู่รอบตัวทั้งนายสุเทพ เทือกสุบรรณ หรือนายเนวิน ชิดชอบ ดังนั้นการบริหารงบประมาณของแผ่นดิน ก็จะเป็นการเฉลี่ยงบฯให้ส.ส.ที่อยู่ในกลุ่ม ก๊วนต่างๆ แทนที่จะนำมาสร้างประโยชน์ให้ประชาชนโดยตรง ทำเช่นนี้ถือว่าหลอกประชาชน ” แกนนำพันธมิตรฯ กล่าว พร้อมทั้งยืนยันว่าส่วนตัวจะไม่เข้าสู่ระบบการเมืองแต่จะสร้างการศึกษาให้กับมวลชน โดยจะตั้งมหาวิทยาลัยราชดำเนิน เพื่อฝึกอบรมความเป็นพลเมืองในสังคมประชาธิไตย จะมีกระบวนการคล้ายคลึงกับสถาบันพระปกเกล้า มีการเก็บเงินในการเข้าเรียน ขณะนี้กำลังอยู่ในระหว่างการเขียนหลักสูตร โดยจะดึงนักวิชาการทางด้านเศรษฐศาสตร์ และการเมืองมาร่างหลักสูตร ซึ่งจะเน้นการดึงประชาชนจากหลากหลายชนชั้นมาสัมพันธ์กันเพื่อลดช่องว่างในสังคม
ที่มาข่าวเรียบเรียงจาก: ไทยรัฐออนไลน์, เว็บไซต์คมชัดลึก, เว็บไซต์แนวหน้า, ASTV ผู้จัดการออนไลน์
เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)
ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์